สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

สมชาย ใจดี หารือปัญหาน้ำท่วมในเขตของตน เรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไข พร้อมเสนอแผนงบประมาณสนับสนุน สมเกียรติ ชอบผล หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำและความเสมอภาคในการจัดสรรเงินในระบบการศึกษา และเสนอแนะว่าการจัดสรรเงินให้กับผู้เรียนทุกคนไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม เนื่องจากคนบางกลุ่มมีความพร้อมมากกว่าคนอื่น และเสนอแนะว่าควรจัดสรรเงินในเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน เพิ่มให้คนยากจนด้อยโอกาสได้มากขึ้น

นายสมเกียรติ ชอบผล

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ ชอบผล ผมมี ๓-๔ ประเด็น แต่ที่เป็นขอแก้ไขก็มีอยู่ประเด็นเดียว คือมาตรา ๒๘๖ ก่อนอื่นผมเรียนอย่างนี้ว่า ที่เข้ามามีความคาดหวัง แล้วผมมีผู้บังคับบัญชา มีเจ้านาย ก็ได้สอบถามตลอดเวลาว่า ให้ไปช่วยกัน แล้วเมื่อกลับไปก็ถูกถามว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร ที่พูดประเด็นนี้ก็เพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่พวกเรา ๒๕๐ คน หรือ ๒๔๙ คน แต่คนทั้งสังคมก็มีความหวังกับพวกเรา อันนี้ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากเรียน

ทีนี้ในส่วนของหลักการสำคัญหลายท่านพูด กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเอง ท่านก็พูดโดยเฉพาะ พลโท นาวิน ที่ชี้แจงเมื่อครู่นี้ว่าในส่วนที่รัฐธรรมนูญจะกำหนดก็ต้อง เป็นหลักการพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะหลักการในเรื่องประชาธิปไตยที่ควรอยู่ สิ่งที่มันเป็น พลวัตหรือเป็นไดนามิก (Dynamic) ที่เราพูดกันหลายประเด็น อย่างเช่นเรื่องอายุ ถึงแม้แต่ ยุทธศาสตร์ก็ตาม ผมว่าอาจจะต้องพิจารณา ผมก็จะไม่พูดเรื่องนี้มาก เพราะว่าท่านทั้งหลาย มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว

ทีนี้ในส่วนของการศึกษาที่ผมอยากเรียนต่อไปในเป้าหมายหลักสำคัญ ของการศึกษาก็มีอยู่ ๓ เรื่องหลักที่มองเห็นจากประสบการณ์การทำงานมาเป็นเวลานาน เรื่องที่ ๑ ก็เรื่องคุณภาพ เรื่องที่ ๒ ก็เรื่องความเสมอภาคและความเป็นธรรม เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่อง ของประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกระบุมันจะต้องตอบสนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องคุณภาพ ทีนี้เมื่อเราพูดเรื่องคุณภาพมันก็มีคำถามที่สำคัญอยู่ ๒-๓ เรื่องเท่านั้น คำถามที่ ๑ ก็คือถามว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องเรียน ๒. เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน การดูแล เอาใจใส่ผู้เรียน เมื่อปลายเดือนที่แล้วมีการประชุมของผู้ประเมินการศึกษาทั่วโลกที่นครชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ประเมินก็พูดตรงกันว่าคนที่ต้องการการศึกษาในปัจจุบันเขาต้องการ ดีกรี (Degree) ไม่ต้องการเอดูเคชัน (Education) อันนี้เป็นกระแสที่คิดว่าเห็นชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีมาตรการหรือการแก้ไขในเรื่องเหล่านี้ก็จะเป็นเรื่องที่คิดว่าเป็นอันตราย

ทีนี้ผมขอยกสักเรื่องหนึ่งเนื่องจากยังมีเวลาว่าในการแก้ไขเรื่องปัญหา คุณภาพการศึกษามันมีอะไรบ้างที่เป็นนวัตกรรมที่เข้าไปแล้วมันเกิดการเปลี่ยนแปลง ในคราวที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๖๐ พรรษา ที่เราทราบกันอยู่นี้ ก็มีคนไปกราบบังคมทูลถามท่านว่ามีเรื่องอะไรที่ท่านเป็นห่วงที่อยากให้ทำใน ๖๐ พรรษา ท่านก็บอกว่าเป็นห่วงโรงเรียนขนาดเล็กก็ให้ไปทำดูว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทาง สพฐ. ทาง สสวท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไปทำสื่อขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อไปใช้ในโรงเรียนขนาดเล็ก ก็พบว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือจำนวนครูก็ลดลง ผู้เรียนก็มีคุณภาพมากขึ้น เพราะว่าเด็กได้เรียนตลอด ๒๐๐ วัน อะไรเหล่านี้เป็นต้น ที่ผมอยากกราบเรียนเพื่อเป็นข้อมูล ทีนี้ลงในสาระที่ผมอยากจะขอให้ท่านคณะกรรมาธิการพิจารณาก็คือในมาตรา ๒๘๖ อันสืบเนื่องมาจากมาตรา ๕๒ ที่ระบุว่าจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่ผู้เรียนทุกคน ในการอภิปราย ผมอาจจะอ้างอิงถึงบุคคลบางท่านในทางที่ดี อย่างท่านอาจารย์ดอกเตอร์จุรีที่พูดไปแล้ว ก็พูดชัดเจนว่า คนที่มีความพร้อมที่สามารถช่วยตัวเองได้ก็น่าที่จะสามารถดำเนินการได้ จากที่ทำงานมา ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ค่อนข้างเป็นอุดมคติ ทุกคนก็มุ่งที่จะทำการศึกษา ให้ดีก็ไประบุเรื่องเรียนฟรี เรื่องค่าใช้จ่ายทุกคนอย่างที่ว่า เราทำมา ที่จริงผมสามารถอ้างอิง ถึงท่านประธานดอกเตอร์เทียนฉาย กีระนันทน์ ได้ด้วย เพราะตอนที่ทำเราก็เคยไปหารือ ไปขอคำแนะนำจากท่านด้วยในเรื่องของค่าใช้จ่าย ซึ่งท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ท่านมีความรู้ เรื่องนี้เป็นอย่างดี เราก็พบว่าในการทำงานที่ผ่านมามันมีปัญหาเนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด แล้วค่าใช้จ่ายจากรัฐอย่างเดียวมันไม่เพียงพอแน่นอน แล้วมีงานวิจัยที่เราทำร่วมกับ เวิลด์ แบงก์ (World bank) ก็พบข้อมูลว่าโรงเรียนไหนที่ไปดูที่เขาหาเงินมาได้เองในสัดส่วนที่สูง โรงเรียนนั้นจะมีคุณภาพสูง โรงเรียนไหนรับเงินจากรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว โรงเรียนนั้นแน่นอน คุณภาพต่ำ อันนี้เป็นงานวิจัยที่อยากอ้างอิง แล้วก็ในการดำเนินการที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษา ท่านก็เห็นอยู่ว่าวิธีการที่เราเพิ่มงบประมาณหรือไปเรียนฟรีทั้งหลาย มันไม่ได้ทำให้คุณภาพ เป็นไปตามสิ่งที่เราคาดหวัง แล้วเหตุผลอื่น ๆ ที่ผมอยากเรียนถึงเหตุผล เพราะว่า มันจะได้มีน้ำหนัก ท่านบอกว่าการปฏิรูปครั้งนี้ให้ความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำ เน้นความเสมอภาค และความเป็นธรรม การจัดสรรค่าใช้จ่ายให้กับผู้เรียนทุกคน มันไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรมแน่นอน เพราะว่าคนที่มีความพร้อมอยู่จำนวนหนึ่งมันก็ไม่ควรที่จะได้รับตรงนี้ อันนี้ข้อที่ ๑ ครับ ผมไม่อยากลงลึกมากเพราะว่าเป็นหลักการพื้นฐานในการจัดสรรงบประมาณที่เราก็รู้กันอยู่ว่า ๑. จัดสรรในเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน อันที่ ๒ เพิ่มให้คนยากจนด้อยโอกาสที่มากขึ้น อันที่ ๓ เร่งรัดในนโยบายสำคัญที่เราทำ ตัวอย่างเช่นกรณีจัดสรรให้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ผมก็ไม่ขัดข้องเลย เพราะอันนี้เป็นจุดเน้นของการพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ แล้วก็ยังไป ขัดกับมาตรา ๘๙ ของท่านอีกใช่ไหม ที่บอกว่าให้คำนึงถึงความเสมอภาคในเรื่องเพศ เรื่องอื่น ๆ ใช่ไหมครับ อันนี้เป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัว พอมาดูข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ จากข้อมูลรายได้ด้านภาษีซึ่งหาค่อนข้างยาก ผมก็พยายามไปดู แต่ข้อมูลก็ไม่ค่อยทันสมัย เท่าที่ควร เขาบอกว่าประเทศไทยเก็บภาษีได้ ๒๐.๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ขณะที่โออีซีดี (OECD) เก็บภาษีได้ ๔๐.๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แล้วก็ประเทศอาเซียนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ เรานั้น เขาเก็บภาษีได้ถึง ๒๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ของไทยถ้าเทียบกับนานาอารยประเทศเราอยู่อันดับ ๑๕๓ จาก ๑๘๐ ประเทศ ในเรื่องของศักยภาพด้านภาษี เป็นอันดับ ๕ ของอาเซียน แล้วที่เราพูดกัน ถึงท้องถิ่น ข้อมูลก็บอกว่าท้องถิ่นยังเก็บภาษีน้อยมาก ต้องรับจัดสรรจากส่วนกลางประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วก็งบประมาณด้านการศึกษาที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันก็ขึ้นไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ที่ผ่านมามันมีความยุ่งยากที่ผมอยากเรียนก็คือในการจัดสรรงบเรียนฟรี ๕ รายการที่กระทรวงจัดเดิมมันก็มีค่าเล่าเรียน แบบเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบ แล้วก็ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เด็กที่เขามีความพร้อมเขาอยากเสียสละ เขาอยากสละสิทธิ แต่ว่า มันมีระเบียบ วิธีการอยู่ตั้งหลายอย่างว่าถ้าคุณสละสิทธิ คุณจะยกให้ใคร คุณจะไปมอบให้ ที่ไหน มันก็เป็นรายละเอียดที่เป็นวิธีการงบประมาณ แล้วที่สำคัญตอนที่เริ่มค่าใช้จ่ายเรียนฟรี มีผู้บริหารโรงเรียนท่านหนึ่ง ผมขอเอ่ยชื่อท่าน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ท่านไม่ได้ทำผิดอะไร โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย คือ ผอ. จงกล ทรัพย์สมบูรณ์ ท่านบอกว่าวิธีที่คุณทำมันทำให้ โรงเรียนที่เขามีคุณภาพสูงลดมาตรฐานลงมาเหมือนกับโรงเรียนทั่วไป ซึ่งผมเป็นเจ้าของเรื่อง ก็ค่อนข้างไม่พอใจนิดหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับความคิดเห็นของอาจารย์ ในที่สุดก็เป็นเหมือน ที่อาจารย์ว่าเหตุผลถัดมาจากถ้าเราไม่จัดสรรให้ทุกคนอย่างที่ว่า สมมุติว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของเด็กที่ไม่ต้องให้เงินฟรี ที่ช่วยเหลือตัวเองได้ รวมทั้งลูกผมด้วย ถ้าเด็ก ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน เป็นเงินคร่าว ๆ ก็ ๒,๔๕๐ ล้านบาท ก็สามารถไปจัดที่เป็น จุดเน้นเรื่องอาชีวศึกษา หรือให้เด็กยากจนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลก็สามารถทำได้

และอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากเรียนเป็นเหตุผล การจัดการศึกษาต้อง คำนึงถึงการมีส่วนร่วมที่เราก็ทราบกันอยู่ว่างบประมาณมันต้องมาจากหลาย ๆ ทาง ไม่ใช่ รัฐบาลมาอย่างเดียว แล้วก็ที่ระบุว่าจัดสรรโดยตรง อันนี้ก็มีปัญหาในเรื่องทางปฏิบัติ ถ้าจัดสรรโดยตรง เช่น เป็นคูปองขึ้นมา เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนไป วิธีการนี้มันอาจจะ ไม่เหมาะสม มันอาจจะใช้วิธีการอื่นที่ดีกว่าก็สามารถทำได้ แล้วก็อันหนึ่งที่เราเห็นแล้ว รูปแบบการจัดงบประมาณที่เป็นยูนิต คอสท์ (Unit cost) ที่ผมได้กราบเรียนว่าเคยไปปรึกษาท่านประธานของโรงพยาบาล ผมขออภัยที่ได้กล่าวข้อมูล ซึ่งได้ไปค้นคว้ามาซึ่งเป็นความจริงที่เป็นยูนิต คอสท์นี้เขาบอกว่าโรงพยาบาล ๑,๐๐๐ แห่ง มีอยู่ ๑๐๐ แห่งที่มีปัญหาค่อนข้างรุนแรง อันนี้ก็เป็นข้อมูลของท่านเอง แล้วที่น่ากังวลไปกว่านั้น ก็คือตอนที่เราไปดูค่ายาของปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๖ ท่านคุณหมอณรงค์ศักดิ์ ผมขอข้อมูลท่าน ท่านบอกว่าค่ายาจาก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ลดเหลือ ๒๘.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้ามาดูของการศึกษา ครูเงินเดือนจะสูงมาก เงินเดือนขณะนี้ประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของ สพฐ. โดยเฉลี่ย ถ้าเป็น ยูนิต คอสท์ เงินที่ลงไปมันก็จะไปเป็นเงินเดือนค่าจ้างเสียหมด แล้วก็เงินที่จะไปพัฒนา คุณภาพการศึกษามันจะทำอย่างไร อันนี้เป็นข้อกังวลที่ผมอยากกราบเรียน แล้วก็อยากให้ ข้อมูลไว้ แล้วแนวโน้มของงบประมาณที่ผมได้พบก็คืออย่างของ สพฐ. ที่ผมเคยดูแลมาก่อน มีเงินประมาณปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เป็นเงินบุคลากรอย่างที่ผมเรียนประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ งบดำเนินงานประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุนจะน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะมันถูก งบบุคลากร แล้วก็งบดำเนินงานที่จัดสรรให้เด็กไปเรื่อย ๆ แล้วในที่สุดอาคารสถานที่มันก็จะ ไม่ได้ซ่อมแซม ปรับปรุง บรรยากาศสิ่งแวดล้อมมันก็จะเปลี่ยนไป อันนี้เป็นสาระสำคัญ ที่ผมอยากกราบเรียนให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา แล้วก็ในส่วนที่เป็นภาพรวมทั่วไป ที่ผมอยากสนับสนุนกรรมาธิการก็มีหลายสิ่งที่ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ อย่างที่หลายท่าน ก็ได้พูดแล้ว อย่างเช่น มาตรา ๒๐๗ ที่ท่านทำ ผมว่าถ้าคนที่เคยเป็นข้าราชการ โดยเฉพาะ ข้าราชการระดับสูงที่อยู่ในกระทรวง เรื่องนี้เราคิดว่ามันมีปัญหาต่อเนื่องมายาวนาน ผมเล่า นิดหนึ่งว่าตอนที่เป็นข้าราชการเด็ก ๆ เราเห็นพฤติกรรมในการทำงานของผู้บริหารระดับสูง กับนักการเมืองค่อนข้างเป็นที่น่าเชื่อถือ แล้วก็น่านิยม ถ้าผมจะยกตัวอย่างคร่าว ๆ คือ มันมีวงระหว่างราชการกับการเมืองอยู่แล้วมันก็จะเหลื่อมกันไม่มาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป วงของการเมืองกับข้าราชการประจำมันเกือบจะทับกัน แล้วพวกข้าราชการที่วงทับกันก็จะ เจอวิบากกรรมเกือบทุกคน อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นนวัตกรรมที่ท่านจะต้องแก้ไข แล้วก็ เรื่องกลุ่มการเมือง จริง ๆ ผมก็เห็นด้วยก็ขอย้อนไปนิดหนึ่ง ขออนุญาตท่านประธาน เพราะว่า มันเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่เขาไม่มีพื้นที่ ท่านลองสังเกตดู การรีครูท (Recruit) คนเข้าสู่ พรรคการเมืองมันมีวัฒนธรรม ไม่ใช่ของมัน ของเขา ก็มีญาติพี่น้องมีคนที่ใกล้ชิดเข้ามา คนที่มีศักยภาพ ที่มีความสามารถแทบจะไม่ได้เข้ามา แต่ถ้าเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมือง คนในท้องถิ่นที่ประชาชนนิยมก็จะเข้ามามากขึ้น สิ่งนี้ผมเข้าใจว่าอะไรก็ตาม ในการทำงาน ที่ผมมีประสบการณ์ ถ้าเราเสนอยุทธศาสตร์หรือนโยบายอะไรที่คนไม่เห็นด้วยเยอะ ๆ สิ่งนี้ แสดงว่ามันสำคัญ แล้วมันมีอิมแพค (Impact) ต่ออะไรบางอย่าง แล้วเป็นการสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองที่ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องเท่าไร แต่อ่านหนังสือมาเยอะ มันมีอันหนึ่งที่นักการเมืองไทย ชอบพูดกัน คือบอกว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ผมก็สงสัยว่ามันจริงหรือเปล่า ก็ไปค้นคว้า ปรากฏว่ามีวรรคหนึ่งที่เขาไม่ได้พูด ก็คือผลประโยชน์ของประเทศชาติสำคัญที่สุด ใช่ไหมครับ นี่คืออันหนึ่งที่เราเบี่ยงเบนไป แล้วในอดีตที่ผ่านมาผมอยากเรียนท่านประธานว่า ผมทำงาน เกี่ยวกับนโยบาย แล้วก็เรื่องงบประมาณ เพราะเวลาเขาอภิปรายกันก็มาอยู่ที่สภาตลอด ตั้งแต่เด็กจนผู้ใหญ่ สมัยก่อนนักการเมืองเขาจะไม่เป็นศัตรูที่ถาวรกันเป็นแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้ นอกจากไม่เป็นมิตรแท้แล้วยังเป็นศัตรูที่ถาวร ถ้ามีกลุ่มการเมืองอะไรเข้ามามันอาจจะทำให้ บรรยากาศอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ ท้ายที่สุดผมก็พูดสาระได้ครบถ้วน แล้วก็อยากให้กำลังใจ ด้วยคำพูดที่ว่า คือเวลาอ่านหนังสือหรือดูหนัง ในหนังก็ชอบพูดว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ พวกเราก็ตาม อยากไปสวรรค์แต่ไม่อยากตาย คนอยากไปสวรรค์มันก็ต้องตายก่อนมันถึงจะไปได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่ยุ่งยาก อะไรที่ต้องชี้แจงต่อประชาชนที่ทำความเข้าใจก็พยายามช่วยกัน ที่จะชี้แจงอย่างที่ท่านประธานพูด ถ้าไปทำประชาพิจารณ์ ถ้าไม่ทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน ก็คงจะมีปัญหาแน่นอน ท้ายที่สุดที่ผมอยากฝากไว้ก็คืออะไรก็ตามที่เราบรรจุไว้ ถ้ามันมีเหตุมีผล มีหลักวิชามันโต้แย้งไม่ได้ คนที่จะมาแก้ไขจากเราก็ไม่มีความชอบธรรม แล้วถ้าเราอะไร ที่มันไม่ถูกต้องคนที่มาแก้ไขก็จะมีความชอบธรรมที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ก็ขอให้กำลังใจ แล้วก็ ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ