กาศพล แก้วประพาฬ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๘๔ ที่กำหนดให้มี องค์กรการบริหารการพัฒนาภาค และเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อความที่ไม่ชัดเจนและแก้ไขเพื่อให้เหมาะสม นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการสร้างชั้นระยะห่างระหว่างส่วนราชการและภาคเอกชน และการสร้างองค์กรใหม่ที่จะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองในการบริหารราชการ
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายกาศพล แก้วประพาฬ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๐๐๒ จากจังหวัดกาญจนบุรีครับ ผมขอ อภิปรายโดยใช้เวลาช่วงที่เหลือในการอภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในภาค ๔ หมวด ๒ มาตรา ๒๘๔ ใน (๕) ที่ได้กำหนดให้มีองค์กรการบริหารการพัฒนาภาค แล้วก็มีข้อความ ไปในทำนองว่าช่วยเหลือไปทำงานที่ไม่ซ้ำซ้อนช่วยจังหวัดในการพัฒนาในโครงการต่าง ๆ บูรณาการกับท้องถิ่นด้วยครับ ท่านประธานครับ ตลอดเวลา ๖ เดือนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ตรงเรื่องเกี่ยวกับภาค ในสภาแห่งนี้รู้สึกไม่ได้เคยมีการพูดถึงหรือมีการกล่าวมาก่อนเลยครับ ไม่ทราบว่าประเด็นนี้มาได้อย่างไร ซึ่งก็ไปสอดคล้องกับประเด็นของท่านประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งท่านก็เพิ่งทราบ แล้วท่านก็ทำนองไม่เห็นด้วย กรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินหลาย ๆ ท่านก็บอกไม่ทราบว่ามาได้อย่างไร เหมือนกัน ตัวกระผมเองก็เพิ่งเห็นในวันที่ ๑๗ เมษายน กระผมขอให้มีการทบทวนถ้าจะได้ ตัด (๕) ออกจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา ๒๘๔ ก็จะเป็นการสมควรยิ่งครับ หรือไม่เช่นนั้นก็ขอให้ได้มีการแก้ไขข้อความหรือถ้อยคำตามที่ท่านประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินได้เสนอไว้เมื่อเช้านี้ กระผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่าเหตุผล ที่ผมอยากให้มีการทบทวนหรือให้มีการตัดใน (๕) ของมาตรา ๒๘๔ อันนี้ กระผมมีเหตุผล ด้วยกัน ๕ ประการดังต่อไปนี้ครับ
ประการแรก อย่างที่ได้เรียนในการประชุมสภาที่ผ่านมา เห็นปัญหาของ ความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น อันนี้มีปัญหาจริง ๆ แต่ท่านก็ได้อภิปรายโดยรวม ๆ หลาย ๆ ท่าน โดยสรุปว่าส่วนใหญ่ในการบริหารตรงนี้ ที่เกิดปัญหาขึ้นก็เพราะเป็นการรวมศูนย์อำนาจจากส่วนราชการส่วนกลางในการบริหารงาน มากเกินไปครับ ท่านอุ้มงบประมาณ อุ้มโครงการไว้มากทีเดียว เพราะฉะนั้นท่านอยากให้ มีกระจายลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภูมิภาค โครงการใดที่อยู่ในวิสัยที่ท้องถิ่น และภูมิภาคจะดำเนินการได้ขอให้มีการกระจายโครงการนั้นลงไป เท่าที่ผมนั่งฟังอยู่ ในสภาจะออกมาในแนวนี้เสียมากกว่าครับ ประกอบกับขออนุญาตว่าเขาสนับสนุน ในเรื่องพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๒ ผมไม่ทราบว่าใครเขียนแผนอันนี้ ผมคิดว่าท่านนั้นเป็นปรมาจารย์ ที่เป็นเลิศเขียนแผนที่ดีตั้งแต่ที่ผมเรียนหนังสือมา อ่านง่าย เข้าใจง่าย แล้วก็สามารถนำไปสู่ การปฏิบัติได้ แต่เหตุผลของมันที่ไม่สามารถดำเนินการต่อลงไปได้ เพราะเกิดจากการไม่ยอม กระจายภารกิจนั้น ๆ ลงไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ก็คือเหตุผล โดยสรุปแล้ว สภาแห่งนี้ต้องการที่จะให้มีการให้ส่วนกลางดำเนินการในเฉพาะโครงการที่สำคัญ ๆ หลัก ๆ เช่น โครงการเกี่ยวกับความมั่นคง โครงการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเงิน การคลัง การภาษี หรือไม่ที่เกี่ยวกับเรื่องของมาตรฐานต่าง ๆ แต่ถ้าส่วนราชการ ส่วนกลาง อยากจะลงไปทำงานในพื้นที่ ก็ควรเป็นเฉพาะโครงการที่เป็นโครงการขนาดใหญ่จริง ๆ มีเทคนิคสูง มีความซับซ้อน อย่างนี้ผมคิดว่าน่าจะดีกว่า ส่วนโครงการที่อยู่ในวิสัยของภูมิภาค หรือของท้องถิ่นกระจายลงไปเถอะครับ มันเป็นอย่างนี้เสียมากกว่า แต่ปรากฏว่าจู่ ๆ ก็ได้ เห็นว่าควรจะให้มีการบริหารราชการภาคเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ ก็เลยขออนุญาตว่าจะขอ ตัดตรงนี้ออกไปหรือไม่ก็แก้ไขอย่างที่กระผมได้นำเรียนถ้อยคำที่ท่านประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินได้เสนอมา มันจะได้เป็นการเกาได้ถูกที่คัน
เหตุผลของผมในประการที่ ๒ ในเรื่องการมีภาค การบริหารราชการภาค ภาคเคยมีเมื่อ ๑๒๓ ปีที่แล้ว โดยตอนนั้นเราอาจจะไม่ใช่เรียกว่า ภาค เรียกว่า มณฑล บ้าง ต่อมาพัฒนาเป็นมณฑลเทศาภิบาลบ้าง คำพูดต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือภาค ภาคตอนนั้นถูกจัดตั้งขึ้น เนื่องจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ท่านห่วงใยหัวเมืองต่าง ๆ ภายใต้ลัทธิล่าอาณานิคม ขณะนั้น เกรงว่าเจ้าเมืองที่แต่งตั้งไปต่างพระเนตรพระกรรณจะเกิดปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับ ส่วนกลาง คมนาคมตอนนั้นไม่สะดวก รถราก็ไม่เหมือนตอนนี้ เพราะฉะนั้นท่านอยากจะให้ ส่วนกลางลงไปพบกันครึ่งทางในระดับภาคเพื่อจะได้เกิดการบริหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอนนั้นเหตุผลเป็นอย่างนั้น ซึ่ง ณ เวลานั้นก็แก้ปัญหาได้ แต่ต่อมาเมื่อปัญหาต่าง ๆ ได้บรรเทาเบาบางลงการคมนาคมสะดวกขึ้น ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๗ มีการปรับปรุงเรื่องการให้ ภูมิภาคกับส่วนกลางมีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วมากยิ่งขึ้น มีการบริหารกัน ได้ใกล้ชิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ตัดเอาภาคออกไป เหลือส่วนกลาง แล้วก็กระโดดไปภูมิภาคเลย ไม่มีภาค มาคั่นอยู่ตรงนี้ อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าปัจจุบัน การสื่อสารดีอยู่แล้ว ไม่สมควรที่จะให้มีภาค ท่านประธานครับ ผมคุยกับเพื่อน ๆ สมาชิก ในเช้าวันจันทร์ ท่านบอกท่านเพิ่งบิน ประชุมตอนสายมาประชุมได้ทัน เป็นการพิสูจน์ว่า การคมนาคมไม่ใช่อุปสรรคอะไรอีกแล้วที่ต้องมีภาค รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการ ติดต่อสื่อสาร เกิดปัญหาในพื้นที่ ส่วนกลางเห็นปัญหาสด ๆ ทันที ณ เวลานั้น เดี๋ยวนั้น เป็นเรียลไทม์ (Real time) ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะฉะนั้นเหตุผลประการที่ ๒ ของผม คือการคมนาคมมันสะดวกดีแล้วครับ
ประการที่ ๓ ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์สีลาภรณ์ ท่านบอกว่ามันจะเป็น การคล้าย ๆ ว่าไปเพิ่มหรือขยายอำนาจรัฐหรือเปล่าให้เกิดขึ้น การบริหารงานสมัยใหม่ เขาต้องการการลดขั้นตอน ต้องการความรวดเร็ว ต้องการประสิทธิภาพ ต้องการให้กระชับ ให้ส่วนราชการกับหน่วยงานต่าง ๆ สามารถติดต่อกันได้เร็วขึ้น การไปสร้างชั้นระยะห่าง ให้ห่างกันไปยิ่งขึ้นโดยมีภาคเข้ามากั้นมันจะทำให้ประสิทธิภาพการบริหารลดลงหรือเปล่า แล้วเป็นการนำเอาระบบอำนาจของรัฐเข้าไปครอบงำอีกหรือเปล่า ใกล้ลงไปอีกหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่ส่วนราชการขณะนี้ในพื้นที่ที่เป็นส่วนกลาง ผมอยู่จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดมีมาก แต่เป็นหัวหน้าส่วนราชการสังกัดภูมิภาคจริง ๆ ๓๐ หน่วย ๓๑ หน่วย อะไรทำนองนี้ แต่เป็นส่วนราชการส่วนกลางที่ส่งไปประจำจังหวัด ๗๐-๘๐ หน่วย ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้ มีข้าราชการส่วนกลางไปประจำอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันท่านมาเพิ่มระยะห่าง ยิ่งออกไปอีกให้กลับมีภาคเกิดขึ้นตรงนี้ก็น่าห่วงใยครับ
ประการที่ ๔ มันจะสร้างความสิ้นเปลืองหรือเปล่าในการบริหารราชการ การมีองค์กรใหม่ มีภาคเกิดขึ้น มันหมายถึงจะต้องมีศูนย์บริหารราชการภาค ต้องสร้างตึกใหม่ ไหมครับ การที่จะต้องมีผู้ว่าภาคหรือเลขาฯ ผมไม่ทราบว่าจะเรียกชื่ออะไรครับ แล้วเมื่อเช้านี้ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินท่านก็บอกว่ายังไม่รู้ว่าจะชื่ออะไร พวกนี้ต้องใช้เงินเดือน มีตำแหน่งหน้าที่ มีบุคลากร มีค่าใช้จ่ายอีกตามมามากมาย รถลาม้าใช้ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ใช้เงินภาษีอากรของประชาชนแทบทั้งสิ้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีองค์กรใหม่เกิดขึ้นมาพอสมควรเยอะแล้ว การที่องค์กรใหม่เกิดขึ้นจะบอกว่ามาจากจิตอาสา หรืออะไรบ้างก็แล้วแต่ อย่างไรผมก็ยังเชื่อว่าการมีองค์กรใหม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามมา แน่นอนครับ
ประเด็นสุดท้าย ปัญหาที่ผมขออนุญาตเรียนว่า ผมเข้าใจครับ น่าจะเป็นข้อห่วงใย ดูจากการอ่านข้อความในมาตรานั้นแล้วสะท้อนถึงข้อห่วงใยของคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ท่านคงห่วงใยว่าในการดำเนินการที่ผ่านมา ส่วนกลางไปดำเนินการในพื้นที่ แล้วก็เกิดปัญหาข้อขัดข้อง เกิดปัญหาความล้มเหลวหรือปัญหาอุปสรรคในโครงการ ที่ดำเนินการมากมาย เลยอยากให้มีภาคเข้าไปช่วยเหมือนคล้าย ๆ เป็นพระเอกขี่ม้าขาวหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ว่าท่านอยากให้มีภาคลงไปช่วยในการจัดการหรือบริหารโครงการต่าง ๆ ที่จังหวัดหรือส่วนกลางทำแล้วมีปัญหาเป็นโครงการขนาดใหญ่ แล้วพบข้อขัดข้องบ้าง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขออนุญาตกราบเรียน การมีภาคก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกครับ ปัญหา ที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวของโครงการในอดีต ผมเห็นว่าเกิดจากการที่โครงการนั้น ๆ ไม่ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับทราบโครงการตั้งแต่แรก ขาดการให้ความรู้ ความเข้าใจในโครงการกับประชาชนมากกว่า รวมถึงว่าเขาไม่ได้มีสิทธิแสดงความคิดเห็น ต่อโครงการนั้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ตลอดจนไม่สามารถจะพิสูจน์หรือมีอะไรการันตี (Guarantee) หรือให้คำยืนยันกับเขาได้ว่าเขาจะได้รับการเยียวยาจากผลกระทบ ของโครงการที่ได้ไปทำ นั่นล่ะครับทำให้เกิดความล้มเหลวของโครงการหรือข้อบกพร่อง ของโครงการเสียมากกว่าจะเป็นหน่วยงานไหนเป็นคนทำ ไม่ใช่ภาค ไม่ใช่จังหวัด ไม่ใช่ภูมิภาค อะไรทั้งสิ้น โครงการที่ส่วนใหญ่ประสบอุปสรรคก็จะเกิดจากเหตุผลที่กระผมได้กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอฝากท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญลองดูนะครับว่า ถ้าท่านห่วงใยประเด็นนี้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ถ้าผมจำไม่ผิด เขากำหนดให้มีองค์กรในลักษณะของกลุ่มจังหวัด ที่จะมีการรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาในลักษณะที่ท่านต้องการเหมือนกัน ถ้าท่านเห็นว่า องค์กรที่จัดเกิดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เขายังทำงานไม่สมบูรณ์ หรือเขายังไม่มี ประสิทธิภาพก็เติมเต็มอำนาจ ให้ดาบ ให้อุปกรณ์เขาไป ลองวิเคราะห์ดู ผมคิดว่ากลุ่มจังหวัด จังหวัดจะสามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาได้ กระผมขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านประธาน ได้โปรดนำเรียนท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาพิจารณาประเด็น ของกระผมด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ