ศุภกร บูรณดิลก หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอแนะการปรับปรุงให้เข้าใจง่ายและไม่กำกวม รวมถึงการแก้ไขภาษาในมาตรา ๒๙๓ (๗) และการปรับแต่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐมีบทบาทในการเตรียมกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ และจัดตั้งสภาโลจิสติกส์
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อนสมาชิกและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในภาค ๔ หมวด ๒ มาตรา ๒๙๓ (๗) แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ ประเด็นหลักกระผมขอใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อขอเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้คือหากไม่คำนึงถึงสาระสำคัญหรือกรอบแนวความคิดหลักที่อาจมีความเห็นต่างกัน บ้างแล้ว ผมมีข้อสังเกตว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการใช้ภาษา วิธีการเขียน และการร้อยเรียงเรื่อง และที่สำคัญที่พบจากการรับฟังจากเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมาหลายวัน ขอเรียนว่าจากการที่พยายามแสดงออกถึงแนวความคิดที่เกิดใหม่บางประการ จึงมีการใช้ ภาษาหรือการใช้คำบางคำซ้ำไปซ้ำมา จนพลาดทำให้เกิดการวกวน สับสน มีหลายแห่งที่อ่านแล้ว เข้าใจยากหรือกำกวม เกรงว่าอาจเกิดปัญหาตีความในอนาคต ซึ่งอาจออกมาไม่สอดคล้อง กับความตั้งใจหรือเจตนารมณ์ของผู้ร่าง แต่ท่านประธานครับ ถึงอย่างไรก็ดีในภาพรวมเพื่อนสมาชิกโดยส่วนใหญ่ยังพึงพอใจ และให้คะแนนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ในเกณฑ์สูง ผมเห็นว่าไม่น่าจะเป็นกังวลแต่อย่างไร เวลายังมีอีกมาก มีอะไรแก้ไขปรับปรุงทำความเข้าใจกัน ส่วนในเรื่องวิธีการเขียนและร้อยเรียงเรื่อง ก่อนนำเสนอในขั้นสุดท้ายขอเสนอแนะให้ใช้เวลาอีกเล็กน้อยทบทวน ตรวจทาน ปรับแต่ง ทำให้กระชับ แม้จะเป็นภาษากฎหมายก็ต้องทำให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่แน่นะครับ ที่ว่ายาว ๆ นั้น อาจเหลือสั้นลงได้เป็นอย่างมาก ผมยังมั่นใจว่าภารกิจร่วมครั้งนี้ของสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องบรรลุเป็นผลดี แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแน่นอน
สำหรับประเด็นของผมในมาตรา ๒๙๓ (๗) นี้ ก็คือปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษา นั่นล่ะครับ ซึ่งข้อความในร่างมาตรานี้ อันนี้อยู่ในหน้า ๑๑๗ ของเอกสารฉบับที่ได้รับแจก มีดังนี้ ปฏิรูปเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ปฏิรูประบบการขนส่ง รวมทั้ง เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทุกรูปแบบและทุกระดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขีดเส้นไว้ คำว่า และต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการจัดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มคุณภาพชีวิต รวมทั้งสร้างกลไกในความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการปฏิรูป ดังกล่าวที่ว่ามีปัญหาเรื่องภาษาก็คือที่ว่า และต่างประเทศ ถ้าเขียนแบบนี้คำถามผมคือว่า จะไปเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งให้เขาทำไมที่ต่างประเทศ ในการนี้น่าจะเป็นว่า ต้องมี การเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งต่อเนื่องทุกรูปแบบในประเทศ ทั้งถนน รถไฟ แม่น้ำ ท่าเรือ สนามบิน และแม้แต่ทางท่อ โดยจะต้องเชื่อมกับต่างประเทศในการออกสู่ภูมิภาคและทุกหนแห่ง ในโลก ดังนั้นคำว่า และต่างประเทศ น่าจะแก้เป็น และกับต่างประเทศ โดยสรุปในร่างมาตรานี้ ที่กระผมขอเสนอแนะให้ปรับแก้เล็ก ๆ น้อย ๆ จะมีข้อความใหม่คือ ปฏิรูปเพื่อยกระดับ โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ปฏิรูปการขนส่ง รวมทั้งเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง ทุกรูปแบบและทุกระดับทั้งในประเทศและกับต่างประเทศ ขอเน้น แก้คำว่า และต่างประเทศ เป็น และกับต่างประเทศ ซึ่งใน (๗) นี้ความจริงก็ได้มีเพื่อนสมาชิก สปช. ขอให้เอ่ยชื่อ ท่านจรัส ได้ขอแก้ไขให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ที่เรียกว่ามัลติโมเดิล ทรานสปอร์ตไปแล้ว อันนี้ผมก็เห็นด้วย
คราวนี้มากล่าวถึงคำว่าโลจิสติกส์ ซึ่งหมายถึงระบบการจัดการ การเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดกำเนิดหรือแหล่งผลิตไปถึงมือผู้บริโภคตามความต้องการอย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการขนส่ง การกระจายสินค้า การเก็บรักษาและอื่น ๆ รวมถึงเป็น ตัวเกณฑ์สำคัญในการบ่งชี้ถึงขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับ ประเทศไทยเราก็ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการปฏิรูปและพัฒนาอีกมาก สมควร ได้รับการเป็นวาระแห่งชาติ ในการนี้ก็เรียนเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสายัณห์ ได้ขอเสนอเพิ่มเติมจากวรรคในมาตรา ๘๘ เกี่ยวกับให้รัฐต้องส่งเสริมให้มีการจัดการ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ รวมทั้งขอให้จัดตั้งสภาโลจิสติกส์นั้น กระผมขอใช้ โอกาสนี้ยืนยันกับท่านประธานว่าผมเห็นด้วย และขอความกรุณาให้คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ช่วยอนุเคราะห์ตามที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติสายัณห์ได้ร้องขอด้วย
สำหรับแนวความคิดในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง เพื่อเตรียมรองรับและสนับสนุนระบบเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายและทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ในเกณฑ์ระดับชั้นนำของโลก เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และปมการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคที่สามารถเชื่อมโยงได้ทุกหนแห่ง ในโลกใน ๒๐ ปีข้างหน้านั้น คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในคณะกรรมการเศรษฐกิจรายสาขากำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ เสนอขอความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อเสนอผ่านไปรัฐบาล ได้ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งหนึ่งในแนวความคิดดังกล่าวที่คาดว่าจะเป็นเครื่องมือสร้างความ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจชนิดใหม่ คือพลิกเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ประเทศไทยเป็นประเทศ แห่งความมั่งคั่ง เดอะ เนชัน ออฟ เวลธ์ (The Nation of Wealth) หรือเอาขุมทรัพย์ที่มี ผู้คิดจะเอามาใช้ครั้งแรกเมื่อประมาณ ๓๐๐ ปีมาแล้ว มาใช้ในการสร้างสมุทรานุภาพ ที่บริเวณปลายด้ามขวาน ขุมทรัพย์ดังกล่าวนี้ก็คือสภาพทางภูมิยุทธศาสตร์ที่มีค่ายิ่งสำหรับ การเป็นเส้นทางการค้าหรือเส้นทางเดินเรือใหม่ที่สำคัญของโลก บริเวณทางภาคใต้ ของประเทศไทย คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์กำลังศึกษา ความเหมาะสมและคุ้มค่า ความเป็นไปได้เบื้องต้นก่อนที่จะมีการทำพรีฟีสซิบิลิตี สตัดดี (Pre-feasibility study) ในการปฏิบัติทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ความพึงพอใจ ของประชาชนและการสนับสนุนด้านเงินทุน ความยอมรับและความเสี่ยงในการปฏิบัติตาม โครงการสร้างคลองเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ณ บริเวณทางใต้ ของประเทศไทย เพื่อให้เรือที่กินน้ำลึกและมีขนาดระวางขับน้ำเกินไปกว่าที่จะใช้ช่องแคบมะละกา ผ่านได้ พร้อมกับสร้างบริเวณเขตเศรษฐกิจการค้า แหล่งอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวใหม่ของโลก บริเวณปากทางเข้าออกและตลอดสองฝั่งเส้นทางที่คลองผ่าน รวมทั้งบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ คาดว่าเส้นทางการค้าหรือเส้นทางเดินเรือใหม่ของโลกนั้นน่าจะช่วยย่นระยะทางในการ เดินทางจากยุโรปหรือตะวันออกกลางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศญี่ปุ่นโดยใช้ ช่องแคบมะละกาของเรือขนาดเล็กและขนาดปานกลาง ที่มีระวางขับน้ำต่ำกว่าแสนตัน กินน้ำลึกน้อยกว่า ๒๐ เมตรลงมาได้ประมาณแค่ ๓๐๐ ไมล์ทะเลหรือ ๑ วัน หรือประมาณ ๗๐๐ ไมล์ทะเลหรือ ๒ วันครึ่ง หากเข้ามาแหลมฉบัง แต่สำหรับเรือที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น และกินน้ำลึกมากกว่าที่ไม่สามารถใช้ช่องแคบมะละกาได้ที่มีจำนวนใกล้เคียงต่อวันกับเรือ ที่ใช้ช่องแคบมะละกาผ่าน และย่นระยะการเดินทางได้ถึงประมาณ ๘๐๐ ไมล์ทะเลหรือ ๓ วัน เมื่อใช้ช่องแคบซุนดา ตามในรูป หรือประมาณ ๑,๔๐๐ ไมล์ทะเลหรือ ๕ วัน เมื่อใช้ช่องแคบลอมบอก ของประเทศอินโดนีเซียผ่าน เรือใหญ่ดังกล่าวนี้จะเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งค่าประกันภัยสินค้า ประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านบาทต่อวันต่อลำ สรุปคือหากใช้คลองใหม่นี้เรือเหล่านี้จะประหยัด ค่าใช้จ่ายไปได้เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อ ๑ เที่ยวต่อ ๑ ลำ ทั้งนี้การศึกษาโครงการนี้ยังได้ ตั้งเป้าหมายสำคัญคือรัฐจะต้องไม่ใช้งบประมาณในการลงทุนอีกด้วย สำหรับรายละเอียด เพิ่มเติมต่าง ๆ จะมีการนำเสนอท่านประธานและสภาปฏิรูปแห่งชาติอีกครั้งเมื่อผลการศึกษา เสร็จสิ้น ทั้งนี้ได้ตั้งเจตนารมณ์ไว้ว่าจะเสนอแนะรัฐบาลให้เริ่มโครงการนี้ โดยการจัดตั้ง คณะกรรมการระดับชาติ ศึกษาความเป็นไปได้ขั้นต้นที่เรียกว่า พรีฟีสซิบิลิตี สตัดดี หากจำเป็น แล้วจึงศึกษาขั้นสมบูรณ์ตัวฟูล ฟีสซิบิลิตี สตัดดี (Full feasibility study) จากนั้นจะดำเนินการก่อสร้างตามขั้นตอนต่อไป หากทุกอย่างไม่มีอุปสรรคจนเกินไปนัก การก่อสร้างน่าจะใช้เวลาเสร็จสิ้นประมาณ ๘ ปีหลังจากวันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นชอบ รายงานที่จะเสนอและเสนอรัฐบาลไป และประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศ จะเป็น เนชัน ออฟ เวลธ์ ประเทศที่มั่นคง ร่ำรวยได้ ภายในไม่เกิน ๒๐ ปีนับแต่บัดนี้
สุดท้ายนี้จากการที่ได้อภิปรายเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว ผมได้ อภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ๒ ครั้งแรก หลายเดือนที่ผ่านมาเมื่อคราวพิจารณาเสนอกรอบ ในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ครั้งที่ ๓ เมื่อ ๒ วันที่แล้ว ทั้งหมด ผมขออนุญาตสรุปเป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังนี้
ประการแรก เกี่ยวกับการให้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ข้อนี้ต้องเข้าใจว่ายุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่กลยุทธ์ที่ใช้ในการบริหารองค์กรหรือทางธุรกิจต่าง ๆ แล้วก็มิได้หมายความว่าผมจะให้มีการประเมินยุทธศาสตร์ชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ควรมี ข้อความที่ระบุไว้ว่าให้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติไว้เป็นแนวทางในการบริหารประเทศ ของรัฐบาล แล้วเขาก็ไปทำต่อในกฎหมายลูกหรืออะไรต่าง ๆ
ประการที่ ๒ ผมเป็นคนแรก ๆ ที่ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำว่า ประชาชน และพลเมือง ปัจจุบันผมเข้าใจความตั้งใจและเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ผมยังเป็นห่วงประชาชนและพลเมือง รวมทั้งการตีความกฎหมาย ในอนาคต จึงอยากให้มีการทบทวนการใช้ ๒ คำนี้โดยละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อีกครั้งว่าตรงไหนควรใช้คำอะไร
ข้อต่อไป ได้เสนอแนะไปว่า รัฐธรรมนูญนอกจากจะเป็นกฎหมายสูงสุด แล้วยังเป็นธรรมนูญในการบริหารประเทศที่สามารถทำให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งเป็นที่ ยอมรับและมีเอกภาพพอที่จะนำประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายในยุทธศาสตร์ชาติ ที่กำหนดไว้
ส่วนในข้อที่ ๔ ก็ได้มีการเสนอปรับแต่งถ้อยคำในมาตรา ๙๗ ที่ผมเสนอไป เมื่อ ๒ วันนี้ เกี่ยวกับที่เสนอแนะให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบและหน้าที่ในการเตรียมกำลังทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับการป้องกันประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนด แล้วก็ในวันนี้ ก็ได้เสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องการเขียนร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการใช้ภาษา วิธี หรือสไตล์ (Style) การเขียนและการร้อยเรียงเรื่อง แล้วก็ขอให้เพิ่มเติมถ้อยคำในมาตรา ๒๙๓ และ ขอให้ดำเนินการตามที่ท่านสายัณห์ได้ร้องขอเกี่ยวกับการจัดตั้งสภาโลจิสติกส์ในมาตรา ๘๘ และสุดท้ายผมก็ได้เรียนให้ทราบถึงแนวความคิดสำคัญของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูป โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจรายสาขาที่กำลังศึกษาอยู่ กระผมขอจบการอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ครับ