สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

อุทัย สอนหลักทรัพย์ เสนอแนวทางปฏิรูปด้านเศรษฐกิจเกษตร โดยเน้นการสร้างความปรองดองระหว่างภาคการเกษตรและเกษตรกร พร้อมการแก้ไขความไม่เท่าเทียมกัน และการกระจายถือครองที่ดิน เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรและชุมชน โดยมีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ สมาชิกสภาปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ เกษตร ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ในหมวด ๒ ส่วนที่ ๒ ของการปฏิรูปด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙๓ ผมอยากจะขอให้มีการแก้ไขบ้างเป็นบางส่วน โดยเฉพาะ (๑) จัดทำ แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการพัฒนาภาคการเกษตรและเกษตรกร ให้แก้ไขเพิ่มเติม เป็น มุ่งสู่ความเป็นเกษตรอินทรีย์ อันนี้เดี๋ยวผมจะทำหนังสือไปอีกครั้ง และกำหนดการใช้พื้นที่ ทางเกษตรในการพัฒนาสินค้าเกษตร ทีนี้ในนี้มารวมว่า ระบบการแปรรูปสินค้า และนวัตกรรมทางการเกษตร ผมอยากให้ตัดออกไป แล้วก็เพิ่มเป็นอนุมาตราใหม่ครับ เพราะว่าการแปรรูปสินค้าเกษตรเดี๋ยวผมจะอธิบายว่ามันเป็นอย่างไรถึงต้องเอาออกไป ให้เห็นเด่นชัด แล้วก็ในบรรทัดต่อไป และมีความมั่นคงทางรายได้ ผมอยากให้เพิ่มว่า ภายใต้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เข้าไปด้วย ควรจะย้ำไว้บ่อย ๆ และสุดท้าย ในส่วนภูมิภาค เอเชีย เป็น และเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์โลก ผมต้องการเพิ่มให้มันเป็นในระดับโลก เดี๋ยวจะอธิบายอีกครั้งหนึ่ง

(๒) การกระจายถือครองที่ดินเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรและชุมชน สามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิต ให้เพิ่มเติม ปัจจัยการผลิตที่ดินเพื่อการทำกิน ให้เพิ่มปัจจัย การผลิต

ส่วนในหน้าต่อไป หน้า ๑๑๗ (๘) สร้างการพัฒนาสังคมผู้ประกอบการ แล้วก็ ไปบรรทัดสุดท้ายว่า ใช้นวัตกรรมในการสร้างผลิตภัณฑ์ ให้เพิ่มเติมว่า โดยใช้เทคโนโลยี เข้าช่วยในเชิงพาณิชย์

ผมอยากจะขยายความว่าทำไมผมต้องการที่จะปฏิรูปการเกษตร เพราะว่า ผมอยากจะให้เพิ่ม (๑๐) ขึ้นมาเป็นการปฏิรูปสินค้าเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ แค่นั้นพอ ความหมายเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ส่งออก ผมยกตัวอย่าง ผมอยู่กับ ยางพารามาผมก็ยกตัวอย่างยางพาราที่จริงมันสินค้าเกษตรทุกชนิดต้องเพิ่มมูลค่า ในปี ๒๕๕๗ เพียงอย่างเดียวส่งออกในรูปวัตถุดิบ ๓.๖ ล้านตัน ได้เงินมา ๑๙๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทำผลิตภัณฑ์เพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ได้เงินมา ๔๕๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เห็นไหมครับ ตัวเลขมันต่างกัน ส่งวัตถุดิบออกไป ๘๖ เปอร์เซ็นต์ได้ตัวเลขกลม ๆ ก็ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอมาเป็นผลิตภัณฑ์ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ได้ตัวเลขกลม ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากจะให้หันไปสู่การแปรรูปให้มาก ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าการเพิ่ม มูลค่ามากมายเช่นนี้ สมมุติว่าประเทศไทยแปรรูปยางพาราเพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ไม่พอ ถ้าเพิ่มเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ล่ะ ผมคิดว่าประเทศไทยจะมีรายได้อย่างมหาศาล เพราะว่า เราหันเข้าไปสู่อุตสาหกรรม แล้วก็ทำให้คนมีงานทำ ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันไม่อยากจะทำเกษตรนะครับ มีอายุ ๕๐ ปี ๖๐ ปี เข้ามาอยู่ในเกษตร เพราะ ไม่อยากอยู่ ไปถากหญ้าแล้วก็ไปทำแค่นั้น เขาไม่อยากอยู่ มันอายเขา ดังนั้นพวกนี้ จะหันไปสู่ราชการหรือไปอยู่บริษัทต่าง ๆ เมื่อจบปริญญาแล้ว แต่ถ้าเราดึงพวกนี้เข้ามาสู่ ด้านอุตสาหกรรมการเกษตรละครับ ผมคิดว่าเขาคงจะเต็มใจแล้วก็อยากจะทำ ให้เขาเริ่มต้น ได้ไหม ให้ความรู้เขาได้ไหม รัฐบาลต้องสนับสนุนเขาได้ไหมว่า ควรจะให้ความรู้เขาเริ่มจาก นับ ๑ ไป ๑๐ ไปได้ ไม่ใช่ว่าอะไรก็ไม่ให้ อะไรก็ไม่ให้ เขาก็ไม่สามารถจะเติบโตได้ ในอุตสาหกรรม ผมคิดว่าคนไทยสมองดีมากไปแข่งขันโอลิมปิกหรือไปทั่วไปชนะทุกที อย่างนั้น ผมว่าถ้าเขามาทำอุตสาหกรรมในอนาคตเขาอาจจะมีโรงงานใหญ่ ๆ ก็ได้ใครจะไปรู้ อาจจะ ทำล้อเครื่องบิน ทำล้อรถยนต์ แล้วก็จะเป็นเครื่องมือแพทย์เขาอาจจะสามารถทำได้ ดังนั้น ผมอยากจะให้คนหันกลับเข้าไปสู่ไร่นาอย่างเดิม ไม่อย่างนั้นมันจะหายไปหมด เอาง่าย ๆ อันดับแรกผมอยากจะให้ไปเริ่มก่อน ถ้าอยู่กับยางทำขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ พื้นรองเท้า หรือไม่ก็ สนามฟุตซอล (Futsal) สนามเด็กเล่น ทางเดินเพื่อสุขภาพ ซึ่งเราก็ทำง่าย ๆ อยู่แล้ว แต่ต่อไปเขาก็ทำยากขึ้น ๆ เขามีเงินเขาก็สามารถจะทำงานได้มากกว่านี้ ดังนั้นอนาคต ลูกหลานก็จะต้องทำอุตสาหกรรมเป็นหลัก เพราะเอาวัตถุดิบมาสร้างความร่ำรวยขึ้นมาได้ ในอนาคต ฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าเราปฏิรูปทั้งทีควรจะปฏิรูปสินค้าเกษตรไปสู่ ภาคอุตสาหกรรมจึงจะให้ยกมาเป็นประเด็นสำคัญเลย อย่าเอาไปปนอยู่ในนั้นจนกระทั่ง อ่านแล้วก็ไม่ได้มีความหมาย หัวข้ออื่น ๆ เยอะแยะที่ไม่สำคัญเท่าอย่างนี้ ก็ยังเอาไปไว้ ในวงเล็บ ถ้าอย่างนั้นผมว่าการปฏิรูปสินค้าเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ผมขออีกข้อหนึ่งเป็น (๑๐)

ส่วน (๑๑) ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นว่าส่งเสริม และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์โลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น อาหารปลอดภัย ยกตัวอย่างว่าถ้าเราเป็นเกษตรอินทรีย์โลกแล้ว ทุกคนรู้ว่าประเทศไทย มีเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช่ใช้สารเคมี ใครก็อยากมาเที่ยว อยากมากินอาหารปลอดภัย มาลิ้มรส อาหารไทยที่ปลอดภัย นักท่องเที่ยวก็จะมุ่งมาสู่ประเทศไทย เราก็จะเป็นครัวโลกที่ยิ่งใหญ่ แบบถูกสุขอนามัย แล้วก็โดยเฉพาะมันเป็นการลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ปุ๋ย ยาแพงทั้งนั้นครับ เสียเงินออกไม่ใช่น้อย ๆ ทำไมเราไม่ใช้ขยะมาเป็น ปุ๋ยอินทรีย์ให้หมด นี่ละครับประเทศไทยยังให้ความรู้เหล่านี้ไม่มากนัก อย่างนั้นต้องเน้นว่า ให้เป็นเกษตรอินทรีย์โลกคนถึงอาจจะหันกลับมาสนใจ ทีนี้การใช้เกษตรอินทรีย์ผมอยากจะ เรียนว่ามันจะทำให้ที่ดินดีขึ้น ที่ดินใช้มาตลอด ๔๐ ปี ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี เดี๋ยวนี้มันเป็นทราย เป็นหินไปหมด เป็นดานไปหมด อย่างนั้นถ้าเราใช้เกษตรอินทรีย์โครงสร้างดินก็จะดีขึ้น ท่านประธานและท่านเพื่อนสมาชิกครับ ท่านไปขุดดินเดี๋ยวนี้เจอไส้เดือนไหม ไม่มี สมัยผมเด็ก ๆ ขุดไปก็เจอไส้เดือน ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ ก็อยากให้เหมือนเดิมครับ เหมือนคนโบราณครับ ดังนั้นก็อยากจะให้เป็นเกษตรอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการผลิต

ทีนี้เวลามันจำกัด ผมก็เลยอยากจะพูดถึงหมวด ๒ การปฏิรูปเพื่อลดความ เหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ผมเอามาตรา ๒๗๙ เลยเพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูป อย่างต่อเนื่อง (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติ วรรคสอง คือให้เรา ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ที่ผู้อภิปรายพูดกันมาหลายท่านแล้วนี่ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ยังมีอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่ถูกประกาศไปเมื่อคณะ คสช. ฉบับที่ ๑๐๗ ให้ยกเลิกสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ทีนี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตอนนี้ข้าราชการเหลือประมาณ ๑๕๐ คน รวมทั้งพนักงานลูกจ้างด้วย พนักงานลูกจ้างก็จะหมดสัญญาเดือนกันยายนแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมทุกท่านว่าข้าราชการลูกจ้างของ สภาที่ปรึกษา เขามีความพร้อม เคยทำเรื่องสภาที่ปรึกษามาประมาณ ๑๐ ปีเศษ แล้วก็เป็น เลขาฯ มา เขาทำงานได้คล่องมาแล้วไม่ต้องไปหาลูกจ้างที่อื่นครับ ๑๐๐ กว่าคน รัฐบาล ก็จ้างอยู่แล้วขณะนี้ สถานที่ก็มี ที่ประชุมก็มี ห้องประชุมก็มี อุปกรณ์ทั้งหลายก็มี ฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนฝากไว้ว่าคนเหล่านี้เขามีความพร้อมแล้วก็ควรอย่าไปปล่อยเขาอยู่เฉย ๆ ให้เขามาทำงาน แล้วผมก็อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ผมจะทำเป็น ลายลักษณ์อักษรไปสู่คณะกรรมาธิการต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ