สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

จิรวัฒน์ เวียงด้าน อภิปรายเรื่องความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยระบุว่าความเหลื่อมล้ำนี้เกิดจากการกระทำของผู้คน และระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีและกลไกที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ และมีส่วนสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย

นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๔๒ จากจังหวัดนครพนม นับจากวันที่ ๑๗ ถึงวันนี้ก็ ๗ วัน น้องรัฐธรรมนูญของผมก็มีอายุครบ ๗ วัน ถ้าโบราณว่าเด็กเกิดได้ ๗ วันแล้วมีโอกาสเติบโต รอดจากการเสียชีวิตได้อย่างค่อนข้างสูง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่บางทีน้องรัฐธรรมนูญ อาจจะเปรอะเปื้อนนิดหน่อย อาจจะมีขี้จิ้งจกบ้าง แต่ผมเชื่อว่าท่านคณะกรรมาธิการก็คงจะ ไปทำความสะอาด แล้วก็ตกแต่งเขียนคิ้ว ทาปากให้น้องรัฐธรรมนูญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ในอนาคตที่มั่นคงได้ครับ วันนี้ขออนุญาตอภิปรายในภาค ๔ หมวด ๒ ในเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชนไม่ได้เกิดมาจากเวรกรรม แต่เกิดจากการกระทำของผู้คน ที่เรียกว่ามนุษย์ที่เกิดบนโลกใบนี้ด้วยกันทั้งนั้นครับ เราจะเห็นได้ว่าความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยเรานั้น เกิดมาตั้งนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เกิดมาจากผู้ที่คิดว่าตัวเอง ได้มาเป็นชนชั้นผู้นำ แล้วก็ใช้อำนาจหน้าที่กระทำให้มันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนของเรา

ในมาตรา ๒๗๙ หลาย ๆ ท่านก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ถ้าท่านจำไม่ผิดว่าที่เราได้มานั่งกันอยู่ตรงนี้ ความเหลื่อมล้ำ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลาย ๆ มาตราในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เขียนไว้ในหมวดต่าง ๆ ภาคต่าง ๆ ผมเชื่อว่าได้เขียนผ่านรัฐธรรมนูญหลาย ๆ ฉบับมาแล้ว แต่ทำไมไม่นำสู่การปฏิบัติ หลายปี มาแล้วที่เราได้เขียนรัฐธรรมนูญมาตราต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ในรัฐธรรมนูญหลาย ๆ ฉบับมา ถ้าอย่างนั้นถ้าวันหนึ่งมีคนบอกว่าให้เราไปซ่อมบ้านใหม่ บ้านมันพังเพราะคนที่เขาอยู่นั้น ทำมันพัง เราก็ไปหาช่าง เราก็ไปหาอุปกรณ์มา แล้วเราก็เตรียมการที่จะไปซ่อมบ้านหลังนั้น จู่ ๆ ก็มีคน เพื่อนในกลุ่มบอกว่าเราเตรียมอุปกรณ์ เรารู้วิธีการที่จะซ่อมบ้านหลังนั้นแล้ว เราไปเรียก คนอื่นเอาไปซ่อมดีกว่า แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็บอกว่าไม่ได้หรอก เราเป็นคนออกแบบ เราจะ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านหลังนั้น แล้วเราจะไปเรียกคนที่เคยทำบ้านพังนั้นกลับมา แล้วเอาไป ซ่อมอีกก็คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมตระหนักดีว่ามาตรา ๒๗๙ ผมเชื่อว่า ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านก็มีความรู้สึก ผมคิดว่าไม่ต่างจากคณะ คสช. ที่เข้ายึดอำนาจในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม เหตุที่มันต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มา ก็เกิดขึ้นเพราะ ความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นหลัก แล้วก็เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าขึ้นมา ผมคิดว่าในภาค ๔ หมวด ๒ เป็นต้นไป คงจะไม่ได้รับการแก้ไขถ้าเราไม่ตระหนัก แล้วก็ดูในเรื่องของบริบทมาตรา ๒๗๙ ให้ดี เราต้องตระหนักแล้วเราก็ต้องคิดว่าเราจะทำภาค ๔ หมวด ๒ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไร เพื่อที่จะให้ความเหลื่อมล้ำ ความปรองดองที่เราคิดว่าเขียนเอาไว้อย่างสวยหรูแล้วนี้ จะได้รับการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม หลาย ๆ ครั้งที่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ ร่างไว้ดีที่สุด เขียนไว้สวยหรู ทุกคนก็ชม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาแล้ว ปี ๒๕๕๐ มาแล้ว สุดท้ายเราก็มาวางเอาไว้ แล้วเราก็มาโทษว่าทำไมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทำไมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่ทำงาน รัฐธรรมนูญก็เป็นแค่บริบทหนึ่งที่เขียนและวางเอาไว้ แต่กลไกที่จะมาขับเคลื่อนทำให้วาระต่าง ๆ มาตราต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญนั้นนำไปสู่ การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมที่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่างหากที่เราจะต้องตระหนักให้ดี เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างขึ้นมานี้ ผมเองผมให้ความสำคัญอยู่ ๒ มาตรา ยกเว้น หมวดพระมหากษัตริย์ ก็คือมาตรา ๗๕ ที่ผมเคยอภิปรายไปแล้ว ผมย้ำว่าถ้ามาตรา ๗๕ เข้าไปอยู่ในสายเลือดของคนไทยทั้งประเทศ เราก็จะได้ระบบผู้นำการเมืองและผู้นำองค์กรที่ดี แล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการของการนำมาตราต่าง ๆ ที่เราเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นให้ออกมาสู่ การขับเคลื่อน แล้วมาตรา ๒๗๙ ผมเองผมก็มีความคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้เกิดกลไกในการที่จะ เอาหมวด ๒ ในภาค ๔ การปฏิรูปต่าง ๆ ที่หลายท่านก็ชมว่าเขียนไว้ได้ดีที่จะเอาไป ตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ของประเทศที่เราบอบช้ำมานาน ถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ เขียนเสร็จ ก็วางไว้แล้วก็กลับบ้านไป ผมคิดว่าก็คงไม่ได้รับการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมอ่านดูตั้งแต่ต้น จนถึงสุดท้าย ผมคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เหมาะสมที่สุดที่จะออกมาใช้กับประเทศไทย ในลักษณะของบริบทประเทศไทย ณ วันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นก็คือว่าที่ผ่านมาที่เราอ้างกันว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ คือเจ้าของเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศที่จะต้องได้รับ การดูแลแล้วก็เอามาใช้ในระบบการปกครองที่เป็นระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันนี้หลาย ๆ ฝ่ายก็คิดว่าการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะ ปกครองประเทศ ก็คือให้เขามีสิทธิเลือกตั้ง เราก็ผ่านกระบวนการนี้มาแล้วให้ชาวบ้านมีสิทธิ เลือกตั้ง ใช้เวลาแค่ ๔ วินาที ๕ วินาที เสร็จแล้วพี่น้องก็มานั่งรอคอยว่าเมื่อไรเขาจะได้รับ สิ่งที่เขาเลือกไป ในบางบริบทเราก็ให้ผู้นำที่คิดว่าเป็นผู้นำทางด้านภาคราชการขึ้นมาใช้ อำนาจแทนประชาชน แล้วประชาชนก็นั่งรอคอยในสิ่งที่ผู้นำภาคราชการจะปฏิบัติหยิบยื่นสิ่งที่ เขาต้องการมาให้เขา แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่า ๓ ส่วน ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือว่า ในส่วนของการเมือง แล้วก็ในส่วนของราชการ แล้วก็ในส่วนของอำนาจประชาชนได้เกิดการถ่วงดุล กันขึ้นอย่างชัดเจน ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะตอบโจทย์ปัญหาเรื่องของการ ลดความเหลื่อมล้ำได้ค่อนข้างดี เพราะว่าพี่น้องประชาชนมีสิทธิในการที่จะมาใช้อำนาจทางตรง ได้มากขึ้น เหตุหนึ่งที่ภาคประชาชนเราอ่อนแอก็เนื่องจากว่าเขาไปใช้สิทธิแล้วก็รอคอย เขาไม่มีโอกาสที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศเลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้ ๓ องค์กรหลัก ๆ ที่ผมบอก ก็คือภาคการเมือง หน่วยงานราชการและภาคประชาชนเข้าจุด สตาร์ท (Start) พร้อมกัน หรือก็ยังให้เครดิตทั้ง ๒ องค์กรว่าเหลื่อมไปนิดหนึ่ง ก็คือ ภาคการเมืองกับภาคราชการ แต่ประชาชนก็ยังมีสิทธิใกล้เข้ามานิดหนึ่ง ใกล้เข้ามามากกว่ารัฐธรรมนูญ ทุกฉบับที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นนี่คือโจทย์ใหญ่ที่คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะลดความเหลื่อมล้ำได้ เป็นอย่างดี โดยการหยิบยื่นโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนเราได้มาใช้อำนาจของเขา อย่างแท้จริง ดังนั้นมาตรา ๒๗๙ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเข้าสู่การลดปัญหาของ ความเหลื่อมล้ำ ความยากจนของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าประชาชนเขาก็คงไม่อยากมานั่ง บริหารประเทศ แต่เขาอยากจะมีโอกาสได้เข้ามาตรวจสอบแล้วก็ใช้สิทธิที่เขามีอยู่เท่าที่ เป็นไปได้ ผมขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ตอบโจทย์ รวมทั้งสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติของเราที่ได้ให้ความเห็น แล้วก็นำสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาต้องการ อย่างแท้จริง และปัญหาต่าง ๆ ได้มาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหา ของพี่น้องประชาชนและบ้านเราในบริบทที่ผ่านมาทั้งหมด หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ออกมาใช้ในประเทศไทยในสภาวะบริบทอย่างนี้ แล้วผมเชื่อว่าในบทสุดท้ายของการ แก้รัฐธรรมนูญก็ยังมีให้ว่า ถ้าอีก ๕ ปี บริบทประเทศไทยเราเปลี่ยน ภาคการเมืองเราเปลี่ยน ภาคข้าราชการเราเปลี่ยน ภาคประชาชนเราเปลี่ยน เขายังให้โอกาสในการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อตอบโจทย์ประเทศไทยตามบริบทต่าง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น ณ เหตุการณ์นั้น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากเอาไว้ก็คือว่าถ้าเราอยากจะให้สภาภาคพลเมืองเข้มแข็ง ผมอยากจะเห็น ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอบโจทย์ในเรื่องของการสร้างพลเมืองให้เข้มแข็ง ผมได้ฟังท่านคำนูณ พูดถึงเรื่องความเสียหายเกิดขึ้น ในขณะที่ประชาชนอ่อนแอเกิดจากความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ เนื่องจากว่าประชาชนเขารู้ไม่ทันชนชั้นระดับผู้นำ ก็จะโดนชักจูงไปในทางที่ผิด เราเห็น ความเสียหายของประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาล แต่ผมอยากจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้บรรจุ ไว้ว่าเป็นหน่วยงานไหนก็ได้ ใช้เงินสักปีละ ๑,๐๐๐ หรือ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะสร้าง ภาคพลเมืองขึ้นมาเพื่อจะตอบโจทย์ปัญหาที่ได้เกิดความขัดแย้งได้ ไม่ว่าจะอยู่ใน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือจะเป็นท้องถิ่น หรือสถาบันพระปกเกล้า ถ้าเรายอมเสียเงินปีละ ๑,๐๐๐ หรือ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อสามารถสร้างภาคพลเมืองได้เข้มแข็ง ผมเชื่อว่าเราจะ ลดความเสียหาย ความสูญเสียของประเทศเราที่เสียหายปีละหลายหมื่นล้านบาท หลาย ๆ แสนล้านบาท จากการที่ภาคประชาชนเราอ่อนแอ ผมเชื่อว่าตรงนี้ก็จะเป็นตัวจุดเสริมให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้สมบูรณ์และประชาชนเราเข้มแข็งมากขึ้น แล้วก็ตอบโจทย์ประเทศไทย และปัญหาทั้งหมดที่เกิดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและส่งผลถึงอนาคต ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน