ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องมาตรา 281 ของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความหลากหลายของคำตอบและความจำเป็นในการพิจารณาความแตกต่างระหว่างความหลากหลายและความขัดแย้ง และแนะนำว่าในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตการณ์ เราต้องทำไปประคองและประคองไป ไม่สามารถวาดอนาคตไว้ล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและเรียกร้องการใส่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความซับซ้อนของกลไกที่ต้องจัดการด้วยวิธีการเฉพาะ และแนะนำให้พิจารณาเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานของรัฐ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและท่านเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ผม ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ เลขที่ ๒๑ ผมขออนุญาตอภิปรายมาตราเดียว คือ มาตรา ๒๘๑ คือการดำเนินการให้แผนทั้งหลายทั้งปวงเป็นมรรคผล เรื่องนี้เขียนไว้ดีกระชับมากเลย แต่ว่า ก็อยากจะคิดดัง ๆ เผื่อท่านกรรมาธิการจะเอาไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกหรืออะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งผมยังคิดไม่ออก ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ ก็คงจะต้องมีกลยุทธ์ มีการดำเนินการอะไรต่าง ๆ ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วเยอะเลย แต่สิ่งที่ผมอยากจะ ขออนุญาตเติมให้ท่านลองมองอีกมุมหนึ่งก็คือในยุคปัจจุบันนี้มี ๓ ประเด็นที่ผมเชื่อว่า มองผิวเผินเหมือนเรื่องขัดแย้ง แต่จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นเรื่องความหลากหลายก็ได้ คือเรื่อง คำนิยามของมัน ๓ ข้อ ในมาตรานี้ คือ มาตรา ๒๘๑
อย่างแรกเลยก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับคำตอบที่เราแสวงหากันสมัยผมเด็ก ๆ หรือพวกเราทั้งหลาย เวลาครูเขามีคำถามเราก็มักจะถามว่าอะไรเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ผมว่า ในยุคนี้บ่อย ๆ แล้วฟังเพื่อนสมาชิกยิ่งมั่นใจใหญ่เลยว่าต่อ ๑ คำถามนี่มีมากกว่า ๑ คำตอบที่ถูกต้อง ดังนั้นความที่มันมีคำตอบที่ถูกต้องที่เขาเรียก พหุวัฒนธรรม หรือมัลติเพิล อานส์เซอร์ (Multiple answer) อะไรก็ตามแต่ ก็อยากจะให้ท่านคิด และคำตอบบางอย่าง เป็นคำตอบที่ต้องลองไปทำไป มันไม่ใช่คำตอบเชิงกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์คือปักธง แล้วก็ ที่ผมเปรียบเปรยว่าเป็นกอล์ฟปักไว้พาร์ (Par) ๕ ก็ตีไป ๕ หนให้ลงหลุม บางอย่างมันไม่ได้ มีธงอยู่ข้างหน้า จริง ๆ แล้วผมฟังท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ก็พูดในแนวนี้ว่า มันไม่ใช่เป็น ลักษณะของแมคคานิก (Mechanic) แต่มันเป็นลักษณะของชีววิทยา คือทำไปแก้ไป ถ้าเผื่อ เราพยายามจะแสวงหาคำตอบที่ถูกต้องคำตอบเดียว หรือกลไกที่วัดได้อย่างที่ฝรั่งชอบพูดว่า ถ้าวัดไม่ได้ก็บริหารไม่ได้ ผมเกรงว่าเราจะตอบครึ่งเดียว นั่นข้อแรกคือเรื่องคำจำกัดความ ของคำว่า ความแตกต่างมันเป็นความหลากหลายหรือมันเป็นกรณีขัดแย้ง
ข้อที่ ๒ เมื่อครู่บอกแล้วก็คือเรื่องคำตอบมากกว่า ๑ อย่าง คือคำตอบ ที่ถูกต้องมากกว่า ๑ อย่าง นี่ก็เป็นเรื่องที่ ๒ อันที่ ๒ เรื่องความขัดแย้งมีข้อบวกเยอะเลย ผมเป็นคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์กับดูแลเรื่องพืชและเรียนทางชีววิทยา ผมพบว่ามีปรากฏการณ์ หลายอย่างเลยที่ไม่มีคำตอบครับ เหมือนเราได้สัตว์เขาให้มาเลี้ยง หรือว่าต้นไม้แปลก ๆ ที่เราเล่น เราก็เลี้ยงไปดูไป แล้วประคองให้เขาโตครับ เราไม่สามารถจะวาดอนาคต ไว้ล่วงหน้าได้ เลี้ยงลูกก็เหมือนกัน ผมว่าเรื่องนี้ที่ทำให้เราอาจจะสบายใจและเย็นลงว่า บางอย่างก็ไปหาธงและหาคำตอบไม่ได้ มันต้องทำไปประคองไปโดยเฉพาะในยามที่ เกิดวิกฤตการณ์
ข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องของกลไกในการขับเคลื่อนจะเป็นยุทธศาสตร์หรือจะเป็น อะไรต่าง ๆ ก็ตาม บางอย่างเป็นเรื่องที่ชั่ง ตวง วัด ได้ ที่เรียกว่าเชิงปริมาณ ที่ผมเรียกว่า แมคคานิก แต่บางอย่างมันเป็นปรากฏการณ์ทางชีววิทยาครับ แม้แต่เรื่องของการไม่เข้าใจ ไม่ปรองดอง ไม่โน่น ไม่นี่ ไม่นั่นอะไรกัน คนเหล่านั้นอาจจะมีคำตอบที่ถูกต้องอยู่ในใจก็ได้ แล้วก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องเสียด้วย ก็เลยอยากจะเชิญชวนท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิก สปช. ให้ลองใคร่ครวญดูครับว่า คำตอบที่มันไม่ได้มีเป้า ไม่มีเขาเรียกว่า พันธกิจหรือ วิสัยทัศน์อยู่มันมีได้ไหม ฝรั่งเขาชอบเรียกคำนี้ แต่ผมก็ไม่ได้อยากจะตามฝรั่ง แต่ที่เขาเรียก คอมเพล็กซิตี (Complexity) หรือกลไกที่มันยุ่งเหยิงเป็นปกติวิสัย ความซับซ้อนในตัวมันเอง ที่จะต้องจัดการด้วยวิธีการอีกแบบหนึ่งซึ่งไม่ใช่วิธีการเชิงกลยุทธ์ แต่ต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกคงอภิปรายในเรื่องของเศรษฐกิจ ท่านประธาน มันจะมีเหตุการณ์ลักษณะที่ทำนายไม่ได้เยอะมากทีเดียว อาจจะเป็นกลไก ที่ซับซ้อนแต่ทำนายไม่ได้ บางอย่างตัวอย่างเช่นวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่นโลกหมุนรอบ ดวงอาทิตย์ แล้วก็อะไรหมุนรอบโลกอะไรเยอะแยะนี่ เราอยากจะเรียกกันว่าอยากให้คนไทย มามองถึงเรื่องเขาเรียกว่าแชร์ พรินซิเพิล (Share principle) หรือมีอุดมการณ์ร่วม ไม่มี เป้าร่วม หลากหลายก็ไม่เป็นไร สิงคโปร์ก็มีแขก มีจีนมีอะไรอีกเยอะแยะเลย เขาก็ไม่ได้ว่า รวมชาติ แบบตีผสมเข้าด้วยกันให้มีลักษณะ เขาเรียกว่าทางด้านเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ แบบนั้น แต่อยู่กันได้ด้วยการเคารพของความแตกต่าง สิ่งเหล่านี้ครับที่ถ้าเราไปแสวงหา คำตอบที่ถูกต้องทางเดียวในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราจะผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ได้ ก็เลยกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเผื่อมันจะใส่ไว้ตรงไหนได้ทางด้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก เพราะฉะนั้นการแปลงแผนทั้งหลายเป็นการปฏิบัติ และการประเมิน ผมชื่นชมและใครทั้งหลายท้าทายว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกใจได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดีแล้ว สำหรับผมถูกใจ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ คิดว่าสมบูรณ์แบบมาก ถูกต้อง ที่เราทำกัน แล้วท่านทำแทนพวกเราก็คือลิเทอเรเจอร์ รีวิว (Literature review) ก็คือ ไปทบทวน แล้วก็ไปทำเบนช์มาร์กกิง (Benchmarking) อะไร คือเทียบกับสิ่งที่ดีที่สุด แล้ววันนี้จากลิเทอเรเจอร์ รีวิว เราก็มาทำเพียร์ รีวิว (Peer review) และอีกหน่อยท่านก็ยัง มีเสียอีกก็คือการทำเพอร์ฟอร์แมนซ์ รีวิว (Performance review) เป็นการสอบทานที่สุดยอด หาที่ติไม่ได้เลย ผมก็เลยกราบเรียนว่าผมขอเติมเต็มเล็ก ๆ ตรงนี้ว่าขอให้พิจารณาในสิ่งที่ บริหารไม่ได้ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน