จำลอง จี้เร่งออกกฎหมายป้องกันผูกขาด-เสนอสิทธิ ส.ว. ตามมาตรา 121(3)

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

จำลอง โพธิ์สุข หารือประเด็นการจัดตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรมและกองทุนทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้เร่งออกกฎหมายเพื่อป้องกันการค้าผูกขาดและการกีดกันการแข่งขันทางการค้า นอกจากนี้ ยังได้เสนอเรื่องสิทธิของนักปกครองท้องถิ่นในการมีตัวแทนเข้าสู่การคัดเลือก ส.ว. ตามมาตรา ๑๒๑ (๓) และขอให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาสนับสนุน

นายจำลอง โพธิ์สุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ กระผม จำลอง โพธิ์สุข สปช. ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาทครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะอภิปราย

มาตราแรก มาตรา ๒๘๔ (๕) เรื่ององค์กรบริหารภาค ไม่ทราบว่าอยู่ ๆ ก็มา อย่างไร คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินก็ดี คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นก็ดี เราไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ เข้าใจว่า ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาขึ้นมาเอง ที่เป็นห่วงก็คือว่าจะเป็นการตั้ง องค์กรขึ้นมาใหม่ เป็นการขัดกับหลักการลดอำนาจรัฐ เป็นการขัดกับหลักการกระจายอำนาจ

ประการต่อมาก็คือว่า สถานภาพขององค์กรนี้จะเป็นอะไร เป็นภูมิภาค เป็นส่วนกลาง ซึ่งก็คงจะต้องติดตามไปดูในกฎหมายที่จะออกตามมาที่ร่างบทบัญญัติ ในมาตรานี้ได้กำหนดไว้ แล้วก็จะไปสังกัดกับองค์กรไหน หน่วยงานไหน กระทรวงไหน หรือว่าจะขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี

ประเด็นต่อไปก็คืออำนาจหน้าที่ ข้อสำคัญก็คือว่าในเรื่องของการกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐ ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามบทบัญญัติในส่วนนี้ก็จะทำให้เกิดการซ้ำซ้อนของการ สั่งงานในภูมิภาคหรือในพื้นที่ในภูมิภาคขึ้นมาอีกวงจรหนึ่ง ซึ่งก็จะไม่เป็นผลดีกับการ บริหารราชการแผ่นดิน

ประเด็นต่อมา ก็คือว่ามีความสำคัญขนาดไหนถึงได้ยกขึ้นมาบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญในหมวดปฏิรูปด้วย อันนี้เป็นคำถามทั้งหมด

ในส่วนต่อมาก็คือว่าแนวคิดในเรื่องนี้เราได้มีการปฏิบัติจัดทำเรื่องของการบูรณาการ การทำงานของภาครัฐ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ เรามีอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ก็คือว่าวงจรการทำงาน การบริหารงานจังหวัด กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการบริหารงานจังหวัด กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการปี ๒๕๕๑ กลไกทั้งหลายทั้งปวงที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็น ในระดับจังหวัดก็ดี ในกลุ่มจังหวัดก็ดี ข้อใหญ่ใจความเป็นเรื่องของการบริหาร การบูรณาการ การประสานการทำงานของการพัฒนาในเชิงของพื้นที่กลุ่มจังหวัด ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี เรามีอยู่ทั้งหมด ๑๘ กลุ่มจังหวัด หรือ ๑๘ ภาคอะไรประมาณนั้น เพราะฉะนั้นผมก็ มีความเห็นในเบื้องต้นนี้ว่ายังไม่ควรต้องมีการกำหนด จัดตั้งองค์กรบริหารภาคตรงนี้ขึ้นมาอีก และมีท่านสมาชิกบางท่านโดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน ท่านธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็ได้ยกขึ้นมากล่าวไว้เป็นเบื้องต้นไปก่อนหน้านี้แล้ว ตรงนี้เองผมเชื่อว่าอยากจะให้การแก้ไขโดยเฉพาะในเรื่องของการประสานการทำงานในพื้นที่ มีหน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ตั้งเป็นภาคก็ดี เป็นศูนย์ก็ดี เป็นเขตก็ดี เยอะแยะไปหมดในปัจจุบันนี้ ซึ่งก็จะต้องมีการประสานกับทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะมั่วไปหมด บางทีโครงการไปลงโดยที่ไม่รู้เลยว่าทางพื้นที่จังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีของเขาอยู่แล้วก็จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา อีกเยอะแยะ ผมคงจะไม่พูดในรายละเอียด ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านที่เคยทำงาน อยู่ในภูมิภาค โดยเฉพาะทางฝ่ายปกครอง ทางกระทรวงมหาดไทยก็คงจะตระหนักอยู่แก่ใจ เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอให้พิจารณาในจุดนี้ว่าเราไม่จำเป็น เพียงแต่ว่าไปแก้ไข กลไกที่เรียกว่าการบริหารงานจังหวัดแบบกลุ่มจังหวัด ๑๘ กลุ่มนี้ โดยเฉพาะเรา มีงบประมาณ เราตั้งงบประมาณได้เอง ของบประมาณได้เองเช่นเดียวกับจังหวัด ทั้งกลุ่ม จังหวัด ทั้งจังหวัดเราสามารถที่จะมีอำนาจในการขอจัดตั้งงบประมาณตามกฎหมายวิธีการ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าปัจจุบันนี้อาจจะต้องปรับจูน (Tune) ในบางส่วน โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณที่ให้กลุ่มจังหวัดน้อยลงไปทุกปี ๆ ครับ ท่านประธานครับ ก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ก็ฝากไปถึงท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย แล้วก็อีก อย่างหนึ่ง ประเด็นที่สนับสนุนก็คือว่าในอดีตเราเคยมีองค์กรในลักษณะนี้ถึงแม้จะทาบลงไป ได้ไม่เต็มพื้นที่ ไม่เหมือนกันทีเดียวนัก อย่างเช่นเราเคยมีภาค ๕ ภาค ในปี ๒๔๕๘ จนถึง ปี ๒๔๖๘ เรามีอุปราชภาค ไปกำกับดูแลมณฑลเทศาภิบาลที่เราตั้งกันขึ้นมา เมื่อปี ๒๔๓๗ จนถึงปี ๒๔๗๖ เราก็เลิกกันไปทั้งหมด ไปกำกับดูแลมณฑลทั้ง ๒๐ มณฑลนั้นอีกทีหนึ่ง แต่ว่าทั้งภาคก็ดี ทั้งมณฑลเทศาภิบาลก็ดี ก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ในเรื่องของการบริหาร ราชการแผ่นดินได้ทั้งหมดทั้งสิ้น โดยเฉพาะเมื่อบ้านเมืองของเรามีความเจริญมากขึ้น ความต้องการของพี่น้องประชาชน ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ นั้นแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น โดยสรุปก็คือว่าตรงจุดนี้ รูปแบบอย่างนี้เราเคยทำมาแล้ว หรือแม้กระทั่งหลังสุดเมื่อปี ๒๔๙๕ ถึงปี ๒๔๙๙ เราก็เคยมีแบ่งส่วนราชการ โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารภูมิภาค มีภาค มีจังหวัด มีอำเภอ สุดท้ายก็จบ ไปไม่รอดเพราะว่าไม่สามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลตรงตามความเดือดร้อนต้องการของพี่น้องประชาชน ประมาณนั้น นี่คือมาตรา ๒๘๔ (๕)

ต่อไปในมาตราที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ขอปรบมือ แล้วก็ขอคารวะ ต่อคณะกรรมาธิการ ก็คือในมาตรา ๒๙๐ เรื่องของการให้มีการจัดตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรม ระดับชาติก็ดี ระดับท้องถิ่นก็ดีเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเรื่องของการจัดตั้ง กองทุนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งถือได้ว่า เป็นทรัพยากรสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของบ้านเมืองของเราที่กำลังจะได้รับความเสียหาย ทั้งหลาย ทั้งปวงนี้ก็คงจะได้ช่วยกันเยียวยาตรงจุดนี้ต่อไป

ขออนุญาตท่านประธานครับ ต่อไปในมาตรา ๒๙๒ เช่นเดียวกัน ก็ขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ แล้วขอให้การสนับสนุนก็คือเรื่องของการปรับปรุง กฎหมายเพื่อป้องกัน เพื่อลด จำกัด ขจัดการผูกขาดและการกีดกันการแข่งขันทางการค้า ตรงนี้ผมขอเน้นให้ความสำคัญ แล้วก็อยากจะเห็นเกิดมีขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ กฎหมายค้าปลีก ค้าส่งที่ยังไม่สามารถที่จะออกมาได้ในขณะนี้ เพื่อที่จะช่วยเหลือ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการรายย่อยทั้งหลายทั้งปวง ค้าปลีกค้าส่ง ห้างขนาดยักษ์ทั้งหลายทั้งปวง ห้างข้ามชาติ บริษัทข้ามชาติ ก็จะมาทำลายวงจรการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน เดี๋ยวนี้ห้างสะดวกซื้อ มีบริการเกือบจะครบวงจรทั้งหมดทั้งสิ้นแล้ว ซักรีดก็มีแล้ว เพราะฉะนั้นกฎหมายตรงนี้ อยากให้ออกมาโดยเร็ว รวมทั้งกฎหมายในเรื่องของการจัด ประมาณว่าเป็นเรื่องของการจัด โซนนิง (Zoning) ก็คือกฎหมายผังเมืองหรือการจัดผังเมืองรวมจังหวัดประมาณนี้ ก็อยากจะ ให้เกิดมีขึ้นโดยเร็วต่อไป

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัด ซึ่งก็เข้าใจว่าคงเหมือนกันทุก ๆ จังหวัด ทุก ๆ พื้นที่ ทางพี่น้องฝ่ายของ นักปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ผู้ช่วย สารวัตร ชุดของ ชรบ. หมู่บ้าน ก็ฝากผมมาว่า อยากจะให้ได้มีสิทธิมีส่วนในเรื่องของการเป็นตัวแทนในการเข้าไปสู่การได้มีโอกาสในการ คัดเลือกเป็น ส.ว. นั่นก็คืออยู่ในมาตรา ๑๒๑ (๓) อยากให้มีผู้แทนขององค์กร ด้านนักปกครองท้องที่ตามที่ผมกราบเรียนแล้ว เรามีอยู่ประมาณนับแสนนับล้านคน ตรงจุดนี้ ก็ขอฝากไปถึงท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โปรดพิจารณาให้การสนับสนุนพี่น้อง องค์กรนักปกครองท้องที่ของเราได้มีสิทธิมีส่วนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ