สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

อมรวิชช์ นาครทรรพ เสนอแนวคิดการปฏิรูปการปกครองและระบบสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการกำหนดกติกาทางสังคมของชุมชน ท้องถิ่น และการเชื่อมโยงระหว่างมาตราต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการบูรณาการระหว่างสาขาวิชาต่าง ๆ

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อมรวิชช์ นาครทรรพ สปช. ด้านการศึกษา ผมมี ๙ ประเด็นใน ๖ มาตรา ใน ๑๐ นาที จะพยายาม บริหารเวลาให้ดีที่สุด

เรื่องที่ ๑ มาตรา ๒๗๙ เรื่องสภาขับเคลื่อน เรื่องกรรมการยุทธศาสตร์ ซึ่งอันนี้ อาจจะโยงกลับไปที่มาตรา ๒๗๘ ด้วย ที่มีการระบุว่า ความทั้งหมดในภาค ๔ ทั้งหมด ให้สิ้นผลบังคับภายใน ๕ ปีหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ จริงอยู่ถึงจะมีข้อยกเว้น เรื่องประชามติ หรืออะไรต่าง ๆ แต่ว่าก็ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร อันนี้อาจจะต้องเป็นบทบาท ที่ผมอยากเรียนเสนอในมาตรา ๒๗๘ ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติก็ดี สภาขับเคลื่อนก็ดีอาจจะต้องคิดถึงเรื่องบางเรื่องซึ่งใช้เวลามากกว่า ๕ ปีแน่นอน เรื่องการกระจายอำนาจก็ดี เรื่องการปฏิรูปการศึกษาก็ดี ไม่ใช่เรื่องง่าย ตรงนี้เขียนเป็น กรอบเวลาซึ่งคลุมไว้กับทุกเรื่อง ซึ่งธรรมชาติไม่เหมือนกัน ยากง่ายไม่เท่ากัน ตรงนี้อยาก เสนอว่าในมาตรา ๒๗๘ น่าจะต้องให้ทางกลไกขับเคลื่อนนี้นึกถึงธรรมชาติของการปฏิรูป แต่ละด้านด้วย

เรื่องที่ ๒ มาตรา ๒๘๔ (๓) การบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องระบบ สารสนเทศที่เขียนไว้ ผมคิดว่าอาจจะไม่พอ ผมคิดว่าอาจจะต้องพูดเรื่องระบบข้อมูลประเทศ เป็นอะไรที่มันขาดหายมานาน ระบบข้อมูลประเทศซึ่งมันเชื่อมต่อหน่วยราชการ ซึ่งไม่ได้ เชื่อมต่อกันมาได้ดีเท่าไรนักในเวลาที่ผ่านมา เรื่องของระบบข้อมูลประเทศที่มันเชื่อมต่อ และสามารถนำสู่การวิเคราะห์ กำหนดนโยบายได้แหลมคมขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบ ข้อมูลที่มันเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ ตรงนี้ถ้ามีการเพิ่มเติมได้ก็จะดีมาก ในมาตรา ๒๘๔ เช่นกัน แต่มีเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้วใน (๕) เรื่ององค์กรบริหารการพัฒนาภาค ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เกรงว่าจะซ้ำซ้อนกับการทำงานของจังหวัดแล้วก็ท้องถิ่น อันนี้อาจจะต้องขอทบทวนแต่ว่า คงไม่ลงรายละเอียด ได้มีเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน มาตรา ๒๘๕ การบริหารท้องถิ่น ประเด็น เดียวกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าสังเกตดูทั้ง ๒ อนุมาตราในมาตรา ๒๘๕ เน้นแต่เรื่องกลไกทั้งสิ้น ไม่ได้พูดเรื่องแนวทางเลย ผมคิดว่าน่าจะพูดเรื่องแนวทางการปฏิรูปการบริหารจัดการ ท้องถิ่นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะเน้นเรื่องที่ได้เรียนไปแล้ว ก็คือเรื่องการบริหาร จัดการบนฐานข้อมูล อันนี้สำคัญมาก เป็นอะไรที่ขาดหายมาตลอด แล้วก็ไม่ใช่ว่าท้องถิ่น ไม่มีข้อมูล แต่ว่าการบริหารจัดการข้อมูลที่นำไปสู่การวางแผนที่ดี ติดตามประเมินผลที่ดีอาจจะ ยังขาดอยู่ ตรงนี้อาจเพิ่มเป็น (๓) ที่ผมอยากกราบเรียนท่านคณะกรรมาธิการได้พิจารณาด้วย

ประเด็นที่ ๔ มาตรา ๒๘๖ เรื่องการศึกษา (๑๐) เรื่องการปรับโครงสร้าง ระบบบริหารการศึกษา อันนี้ผมเกรงว่าอาจจะไม่พอ อาจจะต้องพูดถึงเรื่องสิ่งที่ศัพท์เทคนิค เรียกว่า รีดีพลอยเมนท์ (Redeployment) หรือว่าการจัดสรรอัตรากำลังใหม่ด้วย การจัดสรรอัตรากำลังใหม่ การจัดสรรให้มีคนมีคุณภาพกระจายลงไปสู่ฐานพื้นที่ท้องถิ่น ตามหลักการกระจายอำนาจ ตรงนี้จะเป็นการปฏิรูปที่แท้จริง แล้วก็จะเป็นเรื่องใหญ่ ของการปฏิรูปการศึกษาด้วย

เรื่องที่ ๕ ครับท่านประธาน มาตรา ๒๘๖ เช่นกัน อยากขอพิจารณาเรื่องการเพิ่ม (๑๓) เรื่องการศึกษาตลอดชีวิต วันก่อนท่านสมาชิกท่านอาจารย์สุพรพูดเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ขาดหายไป ผมคิดว่าการเพิ่มเรื่องการศึกษาตลอดชีวิตน่าจะทำให้ภาพสมบูรณ์ โจทย์ใหม่ การศึกษาไทยนี้น่าจะเป็นโจทย์ที่คลุมคน ๗๐ ล้านคน ไม่ใช่แค่เด็กในระบบเท่านั้น คลุมแรงงาน ๓๕ ล้านคน คลุมผู้สูงอายุ เป็นโจทย์ที่ท้าทายครับ แต่ก็จะเป็นโจทย์ซึ่งช่วย พาประเทศไปสู่ความสามารถแข่งขันที่แท้จริงได้ เป็นโจทย์ที่จะช่วยพาประเทศหลุดจาก กับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๖ มาตรา ๒๘๖ เช่นกัน อยากพิจารณาเรื่องการเพิ่มอีก ๑ อนุมาตรา (๑๔) เรื่องบทบาทเอกชนและกลไกใหม่ ๆ ที่จริงมีการพูดถึงกันมากในคณะกรรมาธิการ ดอกเตอร์สุวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็พูดเรื่องนี้เยอะ เรื่องพีพีพี (PPP) หรือว่าความร่วมมือภาครัฐ เอกชนก็ดี เรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคมก็ดี เรื่องกองทุนต่าง ๆ ที่เป็นนวัตกรรมทางการเงินการคลัง หรือว่าที่ยูเนสโก (UNESCO) ใช้คำว่าเป็นอินโนเวทีฟ ไฟแนนซิง (Innovative financing) ก็ดี อันนี้เป็นเรื่องซึ่งอยากให้พิจารณาเพิ่มเติมด้วย ผมคิดว่าเราไม่สามารถสร้างของใหม่ได้ โดยการจัดการแบบเดิม กลไกใหม่ ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากอยากให้มีการให้ความสำคัญ แล้วก็เพิ่มเรื่องนี้ใน (๑๔) ในมาตรา ๒๘๖ เช่นกัน

เรื่องที่ ๗ ครับท่านประธาน มาตรา ๒๙๑ เรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณที่มี (๒) ที่ให้ความสำคัญเรื่องภาคเอกชนกับการวิจัย เพราะว่า เรื่องนี้จากประสบการณ์เกาหลี ญี่ปุ่น หรือว่าประเทศอย่างอังกฤษ เยอรมัน ซึ่งท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้อ้างถึงบ่อย ๆ ว่าไปดูตัวอย่างระบบกฎหมายรัฐธรรมนูญเขามา ก็ขอบคุณ ที่ได้เอาตัวอย่างเรื่องงานวิจัยพัฒนาเข้ามาด้วย เพราะประเทศเหล่านี้รุดหน้าด้วยการลงทุน ด้านการวิจัยพัฒนาทั้งสิ้น โดยเฉพาะการลงทุนในภาคเอกชนที่สำคัญมาก วันก่อนผมได้มี โอกาสพูดในภาค ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่พูดเรื่องงานวิจัยที่ผมใช้คำว่า กินได้เคี้ยวได้ พูดถึงผักผลไม้ที่เพื่อนสมาชิกทาน หรือเมื่อวานนี้แม้แต่ไก่เนื้อแน่น ๆ ที่เราทานกัน ผมก็คิดว่า ฝีมืออาจารย์มหาวิทยาลัยเราทั้งนั้น ผักผลไม้ส่วนหนึ่งก็เป็นฝีมืออาจารย์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์เรา ไก่ที่เราเห็นเนื้อแน่น ๆ อร่อยขึ้น มันไม่ค่อยเลี่ยน ถ้าคาดไม่ผิดผมคิดว่า เป็นฝีมือเพาะพันธุ์จากไก่พื้นเมืองของอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือว่า แผงโซลาร์ เซลล์ (Solar cell) ที่เราติดกันตามบ้านก็ได้รับการวิเคราะห์ทดสอบโดยการ รับรองคุณภาพโดยอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีอย่างนี้เป็นต้น ลดต้นทุนการนำเข้าได้มหาศาล แล้วก็รับรองคุณภาพให้กับพวกเราทุกคนได้ว่าแผงโซลาร์ เซลล์ ทุกแผงมีคุณภาพ อันนี้เป็นตัวอย่าง แต่ว่ามันมีเรื่องที่ต้องการการต่อยอดเชิงพาณิชย์อีกเยอะครับ ผมจะยกตัวอย่างเรื่องเดียวในเวลาจำกัด เรื่องข้าวส่งออก ซึ่งตอนนี้อัตราการถูกส่งกลับ เนื่องจากข้าวเสียจากมอดมันสูงถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้มันมีตัวอย่างงานวิจัยซึ่งทำต้นแบบไว้แล้ว การใช้คลื่นวิทยุฆ่ามอดแทนยาฆ่าแมลง ซึ่งถ้าใช้ต่างประเทศเขาก็ไม่รับ ตรงนี้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คิดไว้แล้ว ทำต้นแบบไว้แล้ว รอการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตรงนี้ผมคิดว่าการเน้นย้ำเรื่องการต่อยอดเชิงพาณิชย์น่าจะสำคัญ ถ้าทางกรรมาธิการ จะพิจารณาเพิ่มเรื่องนี้เข้าไปในมาตรา ๒๙๑ ได้ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ในขณะเดียวกันเรื่องมาตรา ๒๙๑ ผมคิดว่ายังขาดเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นคือการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในการกำหนดนโยบายของประเทศ อันนี้เป็นสิ่งที่ขาดหายมานาน และผมคิดว่า ถ้าเราจะเสริมกำลังภาคพลเมือง ทำเรื่องการเรียนรู้ของภาคพลเมือง ผมคิดว่าเรื่องการทำให้ เกิดความเป็นวิทยาศาสตร์ในภาคพลเมืองก็จะต้องทำให้รัฐบาลมีความเป็นวิทยาศาสตร์ เสียก่อน เพราะฉะนั้นในการกำหนดนโยบายอยากให้เพิ่มเรื่องการใช้ข้อมูล ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้าไปด้วย อาจจะเพิ่มเป็น (๕) ก็ได้ ถ้าจะกรุณา

เรื่องที่ ๘ มาตรา ๒๙๕ (๑) อำนาจของชุมชน ท้องถิ่น อันนี้ผมอยากเห็นเรื่อง การกำหนดกติกาทางสังคมได้ ผมอยากเห็นชุมชน ท้องถิ่นมีอำนาจในการกำหนดกติกาทางสังคม บนบรรทัดฐานทางจริยธรรมของแต่ละพื้นที่เอง ยกตัวอย่างเรื่องเดียว เรื่องอำนาจในการ ปฏิเสธอบายมุข ร้านเกม ร้านเหล้า ซึ่งตอนนี้อำนาจการอนุมัติเป็นเรื่องของราชการ ส่วนกลางที่มีตัวแทนในพื้นที่ หรือไม่ก็เป็นราชการส่วนภูมิภาค ตรงนี้ถ้าเพิ่มเติมได้ให้เป็น อำนาจของชุมชน ท้องถิ่นจะดีมาก ผมคิดว่าเราปฏิรูปสังคมไม่ได้ ถ้าไม่ให้อำนาจชุมชน ท้องถิ่น สามารถวางกติกาทางสังคมของเขาเองได้ครับ

เรื่องสุดท้ายเรื่องที่ ๙ ผมเก็บเรื่องนี้ไว้สุดท้าย เพราะคิดว่าสำคัญก็คือ การเชื่อมโยงในภาคนี้ การเขียนระหว่างมาตราต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันแบบสหวิชาการ ซึ่งผมคิดว่า สำคัญมาก เรื่องสาธารณสุข จะไม่เชื่อมกับเศรษฐกิจไม่ได้ เราอยากเห็นเด็กมีสุขภาพดี ได้อย่างไร ถ้าตอนนี้เด็กไทย ๑ ใน ๓ ยังไม่มีข้าวเช้าทาน ทางเรื่องสาธารณสุขจะไม่เชื่อมกับ ทางการศึกษา วัฒนธรรมได้อย่างไร เรื่องสุขภาพอนามัย ถ้าตอนนี้เด็กไทยยังมีค่านิยม เรื่องคลั่งสวย คลั่งผอม เด็กเรา ๑ ใน ๔ อยากกินยาลดความอ้วน อยากไปทำศัลยกรรมกัน ที่น่าแปลกคือยิ่งโตยิ่งไม่ชอบหน้าตัวเอง อยากไปทำศัลยกรรมกัน หรือทางกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมจะไม่เชื่อมกับการศึกษาได้อย่างไร ตอนนี้เด็กไทย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าลอกข้อสอบกันทุกปี หลายเรื่องต้องเขียนให้บูรณาการ แล้วคิดว่าเรื่องนี้ต้องเขียน ในแบบสหวิชาการ ซึ่งผมคิดว่าจะดีมาก

ผมดีใจที่พูดได้ ๙ ประเด็น ทั้ง ๖ มาตราจบก่อนจะหมดเวลา เพราะว่า ผมกลัวเสียงออดสภามาก เสียงมันไม่ค่อยเพราะ ก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่เสนอท่านประธานนิดเดียว ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ขอความกรุณาท่านประธาน ถ้าจะเสนอทางเจ้าหน้าที่สภา เปลี่ยนเสียงออดให้มันเสนาะโสตกว่านี้ได้ก็จะเป็นพระคุณยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน