สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

กิตติ โกสินสกุล หารือเรื่องการปฏิรูปการแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของธนาคารแรงงาน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการแรงงาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสร้างฐานข้อมูลแรงงานในประเทศไทย การล่มสลายของกิจการประมงไทย และการคงไว้ของสภาประชาชนจังหวัด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป

นายกิตติ โกสินสกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม นายกิตติ โกสินสกุล ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องขออนุญาตพูดในส่วนของ มาตรา ๒๗๙ ที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานได้พูดไปแล้วในช่วงเช้า ผมจะมีสไลด์ มีพรีเซนเทชัน (Presentation) นิดหนึ่ง เพราะในส่วนนั้นได้มีการพูดถึงธนาคารแรงงาน การทำธนาคารแรงงาน แล้วที่ยังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในเรื่องของการที่เราจะนำเสนอใส่ ไปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอสไลด์ด้วยครับ มันมาจาก ๓ เสาหลักเรื่องของธนาคารแรงงาน ไม่ทราบว่าผิดพลาดอะไร ผมว่าไปเลยแล้วกัน เรื่องของธนาคารแรงงานที่เกิดขึ้น ความหมาย ก็คือว่าเรามาจาก ๓ หลักใหญ่ ๆ หลักแรก คือหลักคน คนก็คือเรื่องของคนก่อนวัยทำงาน คนที่เกิดมาแล้วได้รับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็จะเลือกที่จะไปเรียนสายอาชีพ ถ้าไม่ได้เรียนภาคปกติทั่วไป คือไม่ยอมที่จะให้เสียโอกาสว่าอย่างนั้น เสร็จแล้วในส่วนนี้ก็ดูไปตลอด จนกระทั่งเรื่องของคนที่จะถึงวัยเกษียณ ก็คือดูตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงวัยเกษียณ รวมไปถึง แรงงานที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ที่เข้าเมืองโดยใช้มาตรา ๑๔ ที่เข้าแบบชั่วคราว กับเข้ามา ทำงานในระบบเอ็มโอยู (MOU) รวมถึงคนที่เข้าเมืองมาแล้วแล้วยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน คืออันนี้ ก็เป็นเรื่องของคน

ในส่วนหลักที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของเงิน เงินที่พูดถึงนี้ก็คือเกี่ยวข้องในส่วนของ ทางด้าน ๑. คือเรื่องของการออมเพื่อที่จะเอาไปต่อยอดหลังจากที่มีการเลิกจากวัยทำงานไปแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของประกันสังคมก็ดีก็จะมาเกี่ยวข้องในเรื่อง ของเงิน ในส่วนของการตั้งกองทุนช่วยเหลือคนที่จะไปทำงานต่างประเทศ เท่าที่เราเห็นกัน ในอดีตที่ผ่านมาคนที่จะไปทำงานต่างประเทศจะต้องกู้ยืม แล้วจะต้องขายทรัพย์สิน หลังจากนั้น ก็จะเกิดปัญหาในกรณีที่อาจจะมีความผิดพลาดเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เคยมีมาแล้วในอดีต

ในหลักที่ ๓ สำคัญ หลักที่ ๓ ที่ว่านี้ก็คือเป็นเรื่องของงาน งานจะมีอยู่ทั่วไป ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ แต่ภายในประเทศเท่าที่ได้สืบถามข้อมูลแล้วเราจะรู้ เลยว่าใครที่ประกอบกิจการอะไร ประเภทอะไร อยู่ตามไหน ทางสรรพากรเขาได้ทำแผนที่จีไอเอส (GIS) ไว้เรียบร้อยหมดแล้ว อันนี้คือรวมด้วย ๓ เสาหลักของตรงนี้

วัตถุประสงค์ในการที่นำเสนอ ๓ เสาหลักเพื่อประโยชน์ในการที่จะเข้าไปสู่ ในเรื่องของการทำฐานข้อมูล เรื่องฐานข้อมูลต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ในอดีตที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการ เกี่ยวกับเรื่องแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี เรื่องของ กระทรวงคมนาคมก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี กระทรวงการต่างประเทศก็ดี แล้วก็จะมี แตกแยกย่อยไปในส่วนของผู้ที่มีความรับผิดชอบในเรื่องของแรงงานมากมาย ในอดีต เราพยายามทำกันมากเพื่อที่จะ ๑. คือให้รู้ว่าคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นใคร แล้วอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะเอาไปประกอบรายการที่จะตัดสินใจในเรื่องของการที่จะดูแล เรื่องความมั่นคงด้วยในส่วนนั้น วันนี้ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าธนาคารแรงงาน ก็เปรียบเสมือนฐานข้อมูลก้อนใหญ่ก้อนนี้ว่า หลาย ๆ ส่วนที่ทำอยู่ ณ ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องก็แล้วแต่ ก็จะต้องส่งข้อมูลเข้ามาในส่วนกลาง ซึ่งโดยศักยภาพ ของประเทศไทยต้องกราบเรียนว่ากระทรวงไอซีที (ICT) เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ เทคโนโลยีด้านนี้มากและในขณะนี้เท่าที่ผมมองแล้วก็มีองค์กรซึ่งตั้งออกมาเป็นองค์การมหาชน อย่างเช่น อีจีเอ (EGA) ก็คือผมเรียกกันว่าอีกา ในส่วนตรงนี้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในเรื่องของ การเก็บข้อมูลเหล่านี้ ก็พอสังเขปในส่วนนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ

ผมขอเข้าไปในส่วนของภาคเกษตรนิดหนึ่ง ในเรื่องของไอยูยู (IUU) ในขณะนี้ ที่มีปัญหาอยู่ อียู (EU) ให้ใบเหลืองเมื่อปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ไอยูยูเริ่มเข้ามามีบทบาท และมีการสร้างล็อก บุ๊ค (Lock book) มีการให้รายงานว่าปลาที่จับได้มาจากไหน แล้วในขณะนี้เราก็โดนใบเหลืองซึ่งในอดีตสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยได้เคยทำ ข้อเสนอว่า ให้มีการบริหารจัดการในเรื่องของทะเลกับเรือประมงให้ถูกต้อง แต่ในท้ายที่สุดแล้ว จะด้วยความเชื่อหรือไม่เชื่อ หรืออย่างไรก็ตาม หรือจะคาดว่าสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ไม่สามารถทำได้และแก้ปัญหาได้จริง แล้ววันนี้เราก็โดน แล้วผมจำได้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่าน มาผมได้เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าถ้าหากเราจะไม่สนใจ หรือว่าจะไม่บริหารเรื่องของ กิจการประมงอย่างตรงไปตรงมาและให้ถูกประเด็น ก็จะเกิดการล่มสลาย วันนี้ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก แล้วผมเชื่อมั่นว่าหลักของท่านนายกรัฐมนตรีที่ทำไปได้

สุดท้ายเหลือเวลาแค่ ๓ นาที ผมอยากจะขอเข้าไปในส่วนของมาตรา ๒๗๙ ซึ่งในเรื่องของสภาขับเคลื่อน ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ผมเห็นด้วย การที่จะมีสภาขับเคลื่อนมาขับเคลื่อนต่อในงานปฏิรูปในความคิดผม ผมขอบอกว่าถ้าเป็นผม ผมไม่กลัว แล้วจะเสนอด้วยว่าควรจะคงไว้ซึ่ง สปช. จังหวัดด้วยซ้ำ เพราะเนื่องจากว่าการเชื่อมโยงให้ถึงประชาชนที่เราคุยนักหนาว่าเราต้องยึดโยงประชาชน ผมเชื่อคนที่นั่งข้าง ๆ ผม อยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่รู้ดีเท่าผมในจังหวัดตราด เพราะฉะนั้น ในส่วนตรงนี้ควรจะอยู่ไม่ใช่ว่าผมอยากที่จะอยู่แล้วอยากได้ แต่ในเรื่องของความเป็นจริง ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้มันเป็นวันที่เราจะต้องสืบในเรื่องของการงานนะ ไม่ได้สืบอำนาจ ทำไมเราไม่คิดบ้างว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่ทำตรงนี้แล้วเรากลับไป แล้วชาวบ้านจะมาถามเราว่า มาทำอะไรกัน อยู่ ๆ แล้วก็ทิ้งไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ถ้าถามผมวันนี้ผมบอกวันนี้ มันต้องการคนที่ใจถึง คนที่ไม่กลัว แล้วถ้าใครไม่สู้แสดงตนในส่วนของ ๗๗ จังหวัด แล้วเดินออกไป ไม่ว่ากัน วันนี้ผมยืนยันและยืนหยัดว่าผมไม่กลัวที่จะถูกคอมเมนท์ ในเรื่องอะไรก็ตาม อย่าลืม ถ้าคนจะด่าอยู่ในหลุมยังขุดขึ้นมาด่าเลยท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องสนใจ วันนี้เราอธิษฐาน เราตั้งมั่นมาตลอดว่าเราจะเป็นข้าฯ รองพระบาททุกชาติไป วันนี้เราต้องทำ ให้เต็มที่ แล้วต้องเดินให้เกิดความสำเร็จให้ได้ เวลาใช้ไม่หมด ขอบคุณครับท่านประธาน