คณิศร เสนอปฏิรูปกฎหมายยุติธรรม ให้สภาทนายฯ จัดทนายฯ แทนหน่วยงานอื่น และแก้ไข

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

คณิศร ขุริรัง อภิปรายข้อเสนอแนะในการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามหมวด ๒ มาตรา ๒๘๒ โดยเสนอให้สภาทนายความเป็นผู้จัดการจัดทนายความแทนหน่วยงานอื่น และกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกโดยเน้นประสบการณ์และความสามารถในการดำเนินคดีมากกว่าระยะเวลาที่ถือใบอนุญาต พร้อมทั้งเสนอให้แก้ไขมาตรา ๒๙๒ (๒) ในรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานปฏิบัติการ สร้างธรรมาภิบาลในการบริหารรัฐวิสาหกิจ ป้องกันการทุจริต และเสนอให้ทำรัฐธรรมนูญให้สั้นกะทัดรัดเพื่อให้ประชาชนเข้าใจง่ายและนำไปสู่ความยั่งยืน

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลำภูครับ ผมต้องขอขอบคุณที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มองเห็นความสำคัญในการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคมไทย อย่างน้อยก็คงช่วยแก้ปัญหาในการแตกแยก ความขัดแย้งของคนในชาติได้ในระดับหนึ่ง

ผมจะขออนุญาตอภิปรายแสดงข้อคิด ความเห็นในหมวด ๒ ว่าด้วย การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม นั่นก็คือในมาตรา ๒๘๒ ประเด็น การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมอ่านดูในมาตรา ๒๘๒ วรรคสอง ทำให้มี ความเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีความประสงค์ที่จะขจัดปัญหา กระบวนการยุติธรรมราคาแพงออกจากสังคมไทยให้จงได้ แต่ผมจะขออนุญาตแสดงข้อคิด ความเห็น ข้อเสนอแนะใน (๒) นั่นก็คือ

มาตรา ๒๘๒ ให้มีการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

(๒) เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดี ให้ตรากฎหมายว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดีโดยมีหน่วยงานที่ให้ คำแนะนำทางกฎหมายที่จำเป็นแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จัดทนายความที่มีความสามารถทางคดี อย่างแท้จริง เพื่อดำเนินคดีทางแพ่งและทางอาญา ท่านประธานที่เคารพครับ จัดทนายความ ตรงนี้ยังเขียนไม่ชัด ผมมีความประสงค์อยากเขียนให้ชัดหรือในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าการจัดทนายความควรจะให้องค์กรวิชาชีพทนายความเขาเป็นคนจัดการ ไม่ควรไปให้ หน่วยงานอื่นหน่วยงานใดไปเปิดรับทนายความโครงการนั้นโครงการนี้ ซึ่งสภาทนายความ เขาจะทราบดีว่าทนายความคนไหนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ทั้งนี้กรุณา อย่าใช้คนที่จดใบอนุญาตระยะเวลานานมาเป็นเกณฑ์วัด ควรจะใช้คนที่มีประสบการณ์ ดำเนินคดี เป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีมาอย่างยาวนานเป็นกฎเกณฑ์

ต่อไปเป็น (๕) ปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมทางเลือกซึ่งมีการระงับ ข้อพิพาทของประชาชน กระบวนการยุติธรรมชุมชน การประนีประนอมข้อพิพาทระดับ ชุมชน ตรงนี้ผมเป็นห่วงครับ ผมเป็นห่วงว่าควรจะมีกฎหมายกลางเพื่อควบคุมการไกล่เกลี่ย การดำเนินการข้อพิพาทให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างคิด ปัจจุบันนี้ทั้งองค์กรสิทธิฯ ตำรวจ ก็มีหน่วยงานระงับข้อพิพาทเช่นนี้ เพราะฉะนั้นต้องกำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในอนาคตต่อไป

(๖) ให้มีกลไกในการบังคับคดีทางแพ่งที่มีประสิทธิภาพในสังกัดศาลยุติธรรม ทำหน้าที่บังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาและคำสั่งศาลยุติธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านประธานครับ กำหนดไว้ชัดเจนได้ไหมครับว่าให้องค์กรหรือกรมบังคับคดี ไม่ต้องไประบุ หรอกว่า กลไก เดี๋ยวไปตีความกันอีก สุดท้ายก็ไม่ทำ ให้องค์กรหรือกรมบังคับคดีไปเลย ไปอยู่สังกัดศาลยุติธรรม เพื่อจะได้ดำเนินกระบวนการในการบังคับคดีในทางแพ่ง ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ไม่ต้องให้หน่วยงานอื่นมาสั่งการว่าเรื่องนี้คุณบังคับคดี ขายทอดตลาดเท่านี้นะ สุดท้ายนายทุนได้ประโยชน์

ต่อไปครับ ในมาตรา ๒๙๒ ที่ผมจะพูดถึงก็คือการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจมหภาค ผมจะขอเน้นใน (๒) ในเรื่องรัฐวิสาหกิจ มาตรา ๒๙๒ บัญญัติไว้ว่า ให้มีการปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจมหภาคตามแนวทางดังต่อไปนี้

(๒) บริหารจัดการรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นธรรม อันนี้คือวรรคแรก วรรคสองครับ ผมจะเน้นวรรคสอง กำหนดบทบาทและภารกิจหน่วยงานของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ วิสาหกิจให้ชัดเจน โดยแยกให้เห็นความแตกต่างระหว่างหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับ ดูแลธุรกิจรายสาขาเศรษฐกิจ กำกับหน่วยงานที่ทำเป็นหน้าที่เจ้าของรัฐวิสาหกิจโดยใช้หลัก ธรรมาภิบาล เอาสั้น ๆ นะครับ ผมอยากจะขอเพิ่มครับ ในมาตรา ๒๙๒ (๒) นี้ มีเพียงผู้กำกับ ถ้าพูดภาษาอังกฤษ นิดหนึ่งครับ สปช. จากต่างจังหวัดครับ เรกกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็ มีเจ้าของ นั่นก็คือโอนเนอร์ (Owner) เท่านั้น ควรจะเพิ่มเติมหน่วยงานที่กำหนดนโยบาย หรือโพลิซี เมกเกอร์ (Policy maker) แล้วก็เพิ่มเติมหน่วยงานปฏิบัติการ นั่นก็คือ โอเปอเรเตอร์ (Operator) เพราะฉะนั้นหน่วยงานเหล่านี้ต้องเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ในมาตรานี้ด้วย เพื่ออะไรครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตและใช้งบประมาณ อย่างสิ้นเปลืองเพื่อมีกฎหมายกำหนดให้ทรัพย์สินของชาติได้ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้ก็เห็น รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีการให้เช่า ให้ซื้อ ให้ใช้ ปรากฏเป็นอย่างไรครับ ผู้บริหารนั่นล่ะ ตั้งนอมินี (Nominee) เข้าไปจัดการ เข้าไปเช่า เข้าไปซื้อ เพราะฉะนั้นต้องรื้อกฎหมายมาทั้งหมด เอามาดูว่าตรงไหนที่เกิดประโยชน์ ไม่เกิดประโยชน์ แก่คนในชาติ ผมย้ำ ต้องเกิดประโยชน์กับคนในชาติ และประชาชนโดยรวมเป็นสำคัญ ไม่ใช่เกิดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือรัฐวิสาหกิจใดรัฐวิสาหกิจหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า มันยาว อยากให้สั้น ๆ กะทัดรัดได้ไหม ทำไมถึงอยากให้สั้น ๆ กะทัดรัดครับ เพราะว่าการที่มี รัฐธรรมนูญที่สั้น กะทัดรัด ใช้คำไม่ฟุ้งเฟ้อ มีผลบังคับ รวบรวมเป็นหมวดเป็นหมู่ รายละเอียดต่าง ๆ ให้ไปอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่ากฎหมายลูก อย่างน้อยผลดีก็คือจะทำให้ประชาชนสนใจอ่าน จัดประกวดเลยครับ ให้เยาวชน ให้ประชาชนประกวดในการทำความเข้าใจ ท่องรัฐธรรมนูญ อธิบายรัฐธรรมนูญ เมื่อมันสั้น มันกะทัดรัด ประชาชนจำได้ รัฐธรรมนูญก็จะมีความมั่นคงและยั่งยืน ใช้บังคับได้ตลอดไป

สุดท้าย ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ตัดให้เหลือไม่เกิน ๒๐๐ มาตรา ก็น่าจะพอควร แนวคิดปรัชญาควรไปอยู่ในบททั่วไปในแต่ละหมวด รายละเอียด การปฏิบัติควรไปอยู่ใน กฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หมวดเสรีภาพ ผมยกตัวอย่างมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๗ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๖ ควรไปอยู่ในหมวดเดียวกัน ซ้ำกันไปซ้ำกันมา ต้องกราบเรียนมาด้วยความเคารพครับ ผมเข้าใจและเห็นใจท่านประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งก็ถือว่าเป็นอาจารย์ของผมท่านหนึ่ง ที่ต้องคอยรับฟัง และจำต้องตัดสินใจ ในข้อคิด ความเห็นที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ดี แต่ที่สำคัญที่สุดจะต้องรับฟังประชาชน ความเห็นของ ประชาชนเป็นสำคัญครับ ผมขอเรียนว่าผมหวังว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน จะถอดความเป็นตัวตนของตนเอง แล้วเอาวิญญาณความเป็นประชาชนพลเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่ในชนบท ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ไปใส่ในหัวใจของท่าน แล้วการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะตอบโจทย์ ความต้องการของพี่น้องประชาชนคนไทยในแผ่นดินนี้ได้อย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ