สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘

วัลลภ พริ้งพงษ์ เสนอแนะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงการกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น และเสนอแนะข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับรายมาตรา นอกจากนี้ยังพูดถึงขนาดและศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องการควบรวมองค์กรท้องถิ่นในอนาคต และหารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามรัฐธรรมนูญ

นายวัลลภ พริ้งพงษ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านเพื่อน ๆ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะครับ กระผม นายวัลลภ พริ้งพงษ์ สมาชิก สปช. ลําดับที่ ๑๘๑ นะครับ ก่อนอื่นก็ต้องเหมือนกับ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในการที่ให้ได้มาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมีทั้งหมด ๓๑๕ มาตรานะครับ ในส่วนที่กระผมเองได้นําเสนอในวันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของหมวด ๗ เรื่องของการกระจายอํานาจ และการบริหารท้องถิ่น กระผมจะแบ่งเป็น ๒ ส่วน

ส่วนแรกก็คงจะคล้าย ๆ กับท่านอาจารย์วุฒิสารที่ได้นําเรียนในเรื่องของ ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ส่วนที่ ๒ จะเป็นข้อเสนอแนะในบางประเด็นเกี่ยวกับ รายมาตรา

ในส่วนแรกนี้ก็คิดว่าในภาพรวมสําหรับตัวร่างรัฐธรรมนูญ ๖ มาตราที่ออกมานี้ ในหลักการสําคัญใหญ่ ๆ ก็คงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ แล้วก็จบที่ปี ๒๕๕๐ ถึงแม้ว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีเพียงแค่ ๖ มาตรา แต่ว่าในหลักการสําคัญ ก็ยังอยู่ครบถ้วนในส่วนของ ๖ มาตรานี้นะครับ

ในส่วนที่เป็นประเด็นใหม่ ๆ เข้ามา แล้วก็พูดถึงการพัฒนาการสําคัญ ของการกระจายอํานาจ ซึ่งผมโดยสรุปสําคัญ ๆ ได้ประมาณ ๕ เรื่องด้วยกัน

คือเรื่องแรกซึ่งจะปรากฏในมาตรา ๒๑๑ ซึ่งเมื่อสักครู่ทางท่านคณะกรรมาธิการ ก็ได้พูดไปแล้วเรื่องของรูปแบบองค์กรท้องถิ่นที่หลากหลาย อันนี้ก็คิดว่าเป็นหลักการที่ดีนะครับ เพราะว่าในอนาคตต้องมีความหลากหลายของรูปแบบซึ่งสอดคล้องกับภูมิสังคม ในเรื่องของ การกระจายภารกิจให้กับชุมชนหรือว่าประชาชนไปดําเนินการในส่วนนี้ก็คงต้องมีหลักเกณฑ์ ซึ่งเมื่อสักครู่ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วนะครับว่าอาจจะต้องไม่เป็นการบังคับ แต่อาจจะให้เป็นเรื่องของการที่จะให้เป็นความสมัครใจดูว่าเรื่องใดที่มันเป็นเรื่อง ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ แล้วก็คุ้มทุนและมีประสิทธิภาพนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ในมาตรา ๒๑๒ ก็ได้มีการพูดถึงในฉบับนี้ พูดถึงในเรื่องของ ภารกิจอย่างต่ําหรืออย่างน้อยขององค์กรท้องถิ่นนะครับ ซึ่งได้มีการพูดถึงในเรื่องของ คุณภาพชีวิต แล้วก็ภารกิจด้านอื่น ๆ ซึ่งเมื่อวานก็ได้มีท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องของ ภารกิจด้านกีฬา ซึ่งอื่น ๆ ผมเข้าใจว่าอาจจะไปเพิ่มเติมได้ในส่วนของกฎหมายจัดตั้งท้องถิ่น แต่ส่วนที่สําคัญในมาตรา ๒๑๒ แล้วก็เป็นเรื่องใหม่ที่เข้ามาก็คือการพูดถึงขนาด และศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยากจะกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ก็ได้พูดแล้วว่าเรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ๗,๘๕๑ แห่ง อันนี้ไม่รวม กทม. พัทยา ก็นับว่าเป็นจํานวนท้องถิ่นที่เยอะมากนะครับ ในเรื่องของงบประมาณอยากจะ กราบเรียนว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีรายได้แล้วก็ไม่ได้รวมเงินอุดหนุนที่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท มีประมาณเกือบ ๕,๐๐๐ แห่ง นี่พูดให้เห็นถึงว่าในจํานวน ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง มี ๕,๐๐๐ แห่ง ซึ่งมีงบประมาณต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท และในจํานวนที่มีความแตกต่างกันนี้ก็จะมีความ อาจจะบอกว่าเหลื่อมล้ําในเรื่องของรายได้ซึ่งแตกต่างกันอีก อบจ. ขนาดใหญ่อาจจะ มีถึงประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะเดียวกัน อบจ. ขนาดเล็กก็ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท อบต. ขนาดใหญ่มี ๕๐๐ กว่าล้านบาท ขนาดต่ําสุดมีน้อยกว่า ๑๐ ล้านบาท เทศบาลก็เหมือนกัน ประเด็นนี้ก็คงจะต้องมาดูถึงความเหมาะสมในเรื่องของพื้นที่ เรื่องของภารกิจ เรื่องของตัวทรัพยากรที่จะใช้ อันนี้ก็เป็นส่วนดีของทางตัวร่างฉบับนี้ ได้พูดถึงในเรื่องของขนาดและศักยภาพนะครับ ซึ่งอาจจะต้องมีการพูดถึงการควบรวม ต่อไปในอนาคต แต่คงต้องดูเป็นขั้นเป็นตอนไปเพราะว่าเรามีจํานวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มากนะครับ

ในข้อที่ ๓ เรื่องของการกํากับดูแล ซึ่งในส่วนนี้ก็ยังยึดหลักเรื่องของ การดําเนินการกํากับดูแลเท่าที่จําเป็น ในเรื่องของการคุ้มครองประโยชน์ก็อาจจะมีเรื่องของ ทางศาลเข้ามาในรูปแบบใหม่นี้นะครับ

ในส่วนของอันที่ ๔ เรื่องของการมีส่วนร่วม ความจริงเรื่องการมีส่วนร่วม ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ก็มีการพูดแล้วนะครับ แต่ว่าในฉบับนี้ ในมาตรา ๒๑๕ ได้มีการลงรายละเอียดในส่วนของเป็นประเภท ๆ ไปนะครับ ซึ่งในประเด็นนี้ ผมจะขออภิปรายเพิ่มเติมในเรื่องต่อไปนะครับ

แล้วก็สุดท้ายในมาตรา ๒๑๖ ได้พูดในเรื่องของการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เมื่อตอนเช้าก็จะมีหลายท่านได้กล่าวไปแล้ว เรื่องของการที่ให้สถานภาพของบุคลากร ของท้องถิ่นเป็นประเภทเดียวกันก็คือเป็นข้าราชการ อันนี้ก็เห็นด้วยอยู่แล้วนะครับ ในเรื่องของการมี ก เดียวก็มีการพูดกันมานานแล้วว่าในเรื่องของคณะกรรมการบริหาร ก็คงจะมีคณะกรรมการชุดเดียว ทั้งในส่วนของระดับชาติแล้วก็ในส่วนของท้องถิ่นนะครับ ก็คงจะเห็นด้วยกับอีกเรื่องหนึ่งก็เรื่องของการให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็เป็นภาพรวมของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความแตกต่างจาก รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ แต่ในสาระสําคัญก็คิดว่ายังมีครบถ้วนในแง่ของ หลักการของการกระจายอํานาจนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ที่ผมจะนําเสนอไปยังท่านคณะกรรมาธิการนะครับ มีอยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ ในบางมาตรา ที่คิดว่าจะให้มีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

ประเด็นแรกก็คือในมาตรา ๒๑๑ ในมาตรา ๒๑๑ ที่คิดว่าอยากจะให้ ความชัดเจนในเรื่องของการมีส่วนร่วม ซึ่งอยู่ในตอนท้ายของวรรคแรกเลยนะครับ ซึ่งเข้าใจว่า มีหลายท่านได้พูดไปแล้วนะครับเรื่องของการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพนะครับ เวลาเราพูดถึงการตัดสินใจ ก็คงต้องพูดให้ชัดเจนว่าการตัดสินใจในเรื่องอะไรบ้าง และการเข้ามาตัดสินใจในกระบวนการ มันจะเป็นอย่างไร แต่ว่าในมาตรา ๒๑๑ เป็นการพูดถึงการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อันนี้ก็คงจะต้องพูดชัดเจนว่าเฉพาะปัญหาเท่านั้นใช่ไหม แล้วการตัดสินใจจะมีกระบวนการ เข้าไปอย่างไร คือในหลักการผมเห็นด้วยกับเรื่องของการมีส่วนร่วม แต่ว่าอยากให้เกิด ความชัดเจนในเรื่องของกระบวนการที่จะเข้าไปในการตัดสินใจ เพราะว่าไม่อย่างนั้น มันจะมี ๒ องค์กรที่เข้าไปในเรื่องของการบริหารงานของท้องถิ่นนะครับ แล้วก็เฉพาะ ในเรื่องของปัญหาเท่านั้นใช่ไหม อะไรจะเป็นคนกําหนดว่าอะไรถึงเป็นปัญหาถึงจะเข้าไป อันนี้ก็ฝากในมาตรา ๒๑๑ นะครับ

ส่วนที่เหลือหลายท่านได้พูดไปแล้วนะครับ แต่ว่ายังมีประเด็นปัญหาอยู่อีก มาตราหนึ่งที่คิดว่าอยากให้เกิดความชัดเจน ก็คือในเรื่องของการมีส่วนร่วม ซึ่งกําหนดไว้ใน มาตรา ๒๑๕ ในมาตรา ๒๑๕ ได้พูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือชุมชนที่จะมีสิทธิ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการของการทํางานของท้องถิ่นนะครับ ที่ได้ปรากฏอยู่ในตัว มาตรา ๒๑๕ ก็จะมีเรื่องของการกําหนดรูปแบบขององค์กรบริหารท้องถิ่นนะครับ ก็คือการยกฐานะท้องถิ่นอาจจะเป็นจากเทศบาลตําบล เป็นเทศบาลเมือง จากเทศบาลเมือง เป็นเทศบาลนครนะครับ

การเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องถิ่น ก็คืออาจจะเป็นที่เรากําลังพูด ขณะนี้ว่าจะมีการยุบรวม หรือว่าควบรวมอันนี้ก็คงต้องไปดู เรื่องของการบริหารงานท้องถิ่น อาจจะเป็นเรื่องของการเข้าไปดูแลเรื่องการจัดทําความเห็น เรื่องของการจัดทําแผนท้องถิ่น การมีส่วนร่วมอย่างอื่นนะครับ เรื่องของการออกเสียงประชามติระดับท้องถิ่น เรื่องของ การตรวจสอบการดําเนินการ เรื่องของการถอดถอนคณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือว่าสมาชิกท้องถิ่น แล้วก็การเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๑๕ ที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่าอยากจะให้เกิดความชัดเจนนะครับว่า ในเรื่องอะไรบ้าง เพราะว่าเราใช้คําว่า ประชาชน หรือชุมชน ซึ่งความจริงในรัฐธรรมนูญ ผมพยายามที่จะไปตรวจสอบ แต่ว่าในการใช้ถ้อยคําของประชาชนหรือว่าพลเมือง มีอยู่ทั้งหมดกี่หัวข้อด้วยกันที่สรุปได้ ก็คืออย่างเช่นคําว่า ประชาชน อย่างนี้ ก็มีปรากฏอยู่ใน ภาค ๑ ในหมวดพระมหากษัตริย์ หรือว่าในหมวดที่ ๒ ของประชาชน ในส่วนนี้จะมีทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ จนถึงมาตรา ๙๕ อันนี้ก็พูดถึง เรื่องของการรัฐต้องจัดและส่งเสริมให้กับประชาชน อันนี้เป็นคําพูดในเรื่องของประชาชนนะครับ

ในส่วนของคําว่า พลเมือง ก็ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ ก็คือ ประชาชนชาวไทยย่อมมีฐานะเป็นพลเมืองนะครับ จากนั้นก็เป็นเรื่องของการเป็นสิทธิ และหน้าที่ต่าง ๆ ของพลเมือง การมีส่วนร่วมของพลเมือง อันนี้ก็เป็นอีกคํานิยามหนึ่งนะครับ

อีกอันหนึ่งที่ไปพบก็คือ พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อันนี้ก็อยู่ในมาตรา ๖๖ พูดถึงเรื่องการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย

มาตรา ๖๗ พูดถึงเรื่องการเข้าร่วมในการตัดสินใจ ในการออกเสียงประชามติ แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ

แล้วก็มาตรา ๗๒ ในการเข้าชื่อถอดถอน อันนี้เราใช้คําว่า พลเมืองผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง

อีกอันหนึ่งก็คือคําว่า ราษฎร อันนี้ก็ปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖

ที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่าเรามีการใช้คําว่า ประชาชนพลเมือง พลเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ราษฎรในเรื่องที่มีจุดมุ่งหมายซึ่งแตกต่างกัน แต่ว่าในมาตรา ๒๑๕ เราใช้เป็นคลุม ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าในพวกนี้ จะเป็นไปได้ไหมว่าอาจจะต้องสร้างความชัดเจน ถึงแม้ว่าจะสร้างความชัดเจนในตัวมาตราไม่ได้ ก็คือไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ก็อยากให้ไปปรากฏอยู่ในตัวเจตนารมณ์ว่าอยู่ในเรื่องของ การกําหนดรูปแบบ เรื่องการเปลี่ยนแปลงเขต เรื่องการบริหารงานท้องถิ่น หรือว่า การตรวจสอบอาจจะเป็นเรื่องของประชาชนผู้มีสิทธิ แต่ว่ามีรายชื่อในทะเบียนบ้าน ก็เพียงพอ ในเรื่องของการถอดถอน อันนี้อาจจะต้องเป็นในเรื่องของพลเมืองผู้มีสิทธิ ในการเลือกตั้ง อันนี้ก็จะสอดคล้องกับในมาตรา ๖๗ ในเรื่องของที่เป็นระดับชาติ อันนี้ก็คงจะ กราบเรียนในเรื่องของความชัดเจน ในส่วนของมาตรา ๒๑๕ ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ให้ปรากฏอยู่ใน เจตนารมณ์ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้จะเป็นตัวนําไปสู่ในการจัดทํากฎหมายลูกต่อไปนะครับ

สําหรับมาตราสุดท้ายที่คิดว่าอยากจะขอความชัดเจนหรือว่าอาจจะ แก้ไขปรับปรุงได้ก็คือ มาตรา ๒๑๖ ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล ซึ่งเมื่อสักครู่ ก็ได้มีเพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนไปแล้วก็คือเรื่องของการให้มีคณะกรรมการพิทักษระบบคุณธรรม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของผมเองก็มีประเด็นที่จะนําเรียนทางท่านประธาน ผ่านไปยังทางคณะกรรมาธิการเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ