นาชัย กฤษณาสกุล พูดถึงการกระจายอำนาจและการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอแนวคิดให้กระทรวงมหาดไทยเป็น "ผู้ควบคุม" ในการปกครองท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเขียนรัฐธรรมนูญให้เข้าใจง่าย และการสร้างกฎหมายลูกที่ช่วยให้เข้าใจได้ดีขึ้น และยังเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดูแลเรื่องการปฏิรูปท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ก่อนที่ผมจะ เข้าสู่เรื่องของการกระจายอํานาจ การปกครองท้องถิ่น อยากจะให้ท่านได้ดูนะครับว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนไว้ในโครงสร้างตั้งแต่ภาคพระมหากษัตริย์และประชาชน ซึ่งเป็นภาค ๑ ภาค ๒ เป็นเรื่องของผู้นําการเมืองที่ดีและสถาบันการเมืองซึ่งจะเป็น ฝ่ายบริหารภาค ๓ เป็นเรื่องนิติธรรม ศาล ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ เป็นเรื่องของภาคตุลาการ แล้วก็ในภาพรวมทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่อยู่ในภาพรวมของนิติบัญญัติซึ่งมีเพิ่มขึ้นมาในเรื่องของ การปฏิรูปและสร้างความปรองดองนะครับ อันนี้ที่ผมพูดอย่างนี้ ผมจะนําให้ท่าน เห็นความสําคัญของการกระจายอํานาจการปกครองท้องถิ่น เพราะว่าเดิมนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่า ประเทศเรายังไม่เข้มแข็ง การปกครองอยู่ในส่วนกลาง การปกครองท้องถิ่นก็เป็นเสมือนหนึ่ง หน่วยงานราชการหน่วยหนึ่งที่ฝากไว้กับกระทรวงมหาดไทย จึงทําให้การปกครองท้องถิ่น ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ แต่ก็ไม่ได้พัฒนาไปมากนัก วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้เขียนสาระสําคัญทั้ง ๘ ประเด็นไว้ในเรื่องของ การกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สําคัญยิ่ง แล้วก็อยากจะ เชิญชวนเรียกร้องให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นความสําคัญถึงการปกครองท้องถิ่น เพราะในภาพเดิมนั้นท่านอาจจะเห็นว่าเป็นหน่วยงานราชการหน่วยหนึ่ง แล้วก็ท้องถิ่นเอง ก็มีการทุจริต อาจจะไม่เห็นความสําคัญ เนื่องจากมองแต่ส่วนที่ไกลตัวคือการปกครอง ในระดับประเทศ แต่ที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว แล้วเป็นเรื่องที่อยู่กับคนทุกคนนะครับ เพราะว่าขณะนี้นั้นการปกครองท้องถิ่นที่เราบอกว่ามีทั้งหมด ๗,๘๕๓ แห่ง เราแบ่งออกเป็น องค์กรบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง เทศบาลมีถึง ๒,๔๔๐ แห่ง แล้วก็มีเทศบาลนคร ๓๐ แห่ง มีเทศบาลเมือง ๑๗๖ แห่ง มีเทศบาลตําบล ๒,๒๓๔ แห่ง มีองค์การบริหารส่วนตําบล ๕,๓๓๕ แห่ง แล้วก็มีปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ๒ แห่ง ซึ่งในอนาคตอาจจะมีมากกว่านี้ ซึ่งจํานวนเหล่านี้นั่นหมายถึงประชาชนที่อยู่ในประเทศทั้งเกือบ ๗๐ ล้านคนที่จะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของการปกครองท้องถิ่น ผมจะมาในประเด็นของ การกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่น
ในประเด็นแรก ประเด็นเรื่องของชื่อการบริหารท้องถิ่น ที่จริงแล้วชื่อใดก็ไม่สําคัญ เสมือนหนึ่งแมวสีไหนก็ไม่สําคัญขอให้จับหนูได้ อันนี้ใช่ครับ ว่าชื่อนั้นอาจจะไม่สําคัญ แต่ว่าชื่อนั้นมีผลกระทบหรือไม่ อันนี้ก็อยากจะให้ทบทวนดู เพราะว่าโดยปกติแล้ว องค์กรปกครองท้องถิ่นไม่ใช่ภารกิจเฉพาะที่กําหนด องค์กรปกครองท้องถิ่นควรจะเป็น เรื่องของการดูแลทุกข์สุขของพ่อแม่พี่น้องซึ่งมันมีครอบคลุมเกือบทุกด้าน เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าเราจะเขียนว่าเน้นการบริการสาธารณะ และอย่างน้อยต้องมี ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่ประเด็นจริง ๆ เป็นประเด็นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นต้องดูบริบทของพื้นที่ ต้องดูทรัพยากรในพื้นที่ แล้วต้องรับผิดชอบสิ่งเหล่านั้นเพื่อจะสร้างให้เศรษฐกิจฐานราก มั่นคง ประชาชนกินดีอยู่ดี มีความสุข แล้วก็เมืองน่าอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงมองว่า มันไม่ใช่เพียงแต่การบริหารท้องถิ่นเท่านั้น ถ้าท่านมาดูว่าขณะนี้องค์กรปกครองท้องถิ่น ทําอะไรบ้าง ท่านก็จะเห็นภาพว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นมีตั้งแต่บริการสาธารณะ มีตั้งแต่ เรื่องการวางผังเมือง การดูแลผังเมือง การสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขภาพ ดูแลการรักษาผู้ป่วยในขั้นปฐมวัย การส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจที่จะไปจัดส่งเสริมอาชีพให้กับ กลุ่มต่าง ๆ ที่สําคัญคือการปกครองที่ดูแลตั้งแต่คนเกิดถึงตาย การศึกษาอบรมเพื่อที่จะสร้าง ให้เป็นพลเมือง การส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น การส่งเสริมสุขภาพอนามัย การเฝ้าดูแลระวังช่วยเหลือหรือว่าลงไปปฏิบัติเวลามีเหตุภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยพิบัติ แล้วยังมีเรื่องอีกมากมายที่ท้องถิ่นทํา เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ ผมถึงมองว่าที่จริงแล้วมันเป็นการปกครอง เพราะฉะนั้นถ้าเราไปใช้คําว่า บริหารท้องถิ่น จะแคบไปหรือไม่ เป็นประเด็น แล้วถ้าเราใช้คํานี้ในการที่เราไปสัมพันธ์กับระหว่างประเทศ มันกระทบหรือไม่กับคําว่า บริหารท้องถิ่นกับปกครองท้องถิ่น ซึ่งต่างประเทศส่วนใหญ่ เขาก็ใช้คําว่า โลเคิล กัฟเวอร์น (Local govern) ซึ่งตัวโลเคิล กัฟเวอร์นเมนท์ (Local government) มันเป็นส่วนที่มองในเชิงของภาพรวม เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ ผมอยากจะให้ลองทบทวนดู ประเด็นชื่อ
ประเด็นของสาระสําคัญ ผมต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์วุฒิสาร ตันไชย ที่ท่านได้มองในประเด็นสาระสําคัญครอบคลุมไว้ทั้ง ๘ ประเด็น ซึ่งเพียงแต่ว่าผมดูแล้ว ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มิใช่เฉพาะเรื่องของการปกครองท้องถิ่นหรือการกระจายอํานาจ แต่ถ้าเราดูแล้วว่าภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่เราอาจจะเร่งรัดเกินไปหรือไม่ เพราะฉะนั้นพออ่านรัฐธรรมนูญแล้วผมเชื่อว่าถ้าชาวบ้านอ่านค่อนข้างจะเข้าใจยาก เกือบทุกภาค กลับไปกลับมามีคําเดิมสับสนอยู่เต็มไปหมด อันนี้เป็นประเด็นสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้น ผมมองว่าตัวรัฐธรรมนูญเองมันน่าจะเขียนให้ประชาชนเข้าใจ แล้วหลักที่เราเขียนลงไป ต้องไปมีกฎหมายบัญญัติที่จะต้องให้เขียนในเรื่องของกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบ อันนี้ผมว่าเป็นประเด็นสําคัญ มิฉะนั้นแล้วทุกกรรมาธิการก็อยากจะเอาประเด็นย่อย ๆ เข้าไป เมื่อเอาประเด็นย่อย ๆ เข้าไปมันก็ทําให้ยุ่งเหยิง แล้วก็พออ่านแล้วมันจะสับสน สําหรับประชาชน ถ้าประชาชนจับสรุปความไม่ได้ก็จะไม่เข้าใจ แล้วจุดเหล่านี้เป็นประเด็น ที่มันจะทําให้เวลาการที่จะดําเนินการในลําดับต่อไปขาดหาย เพราะ ๑. คนที่เข้าใจแล้วอาจจะ ไม่ทําเพราะเป็นผู้มีอํานาจอยู่ แต่คนที่ไม่เข้าใจก็ไม่ได้เรียกร้องเพราะอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ สิ่งเหล่านี้ผมมองว่าเป็นสิ่งเริ่มต้นที่สําคัญ
ผมจะขอไปดูในมาตราต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่มาตรา ๒๑๑ ในมาตรา ๒๑๑ เราเขียนไว้ชัดเจนว่าภายใต้บังคับมาตรา ๑ นั่นหมายถึงว่าถึงแม้จะเป็นปกครองท้องถิ่น แต่ก็แบ่งแยกมิได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นการคลายความกังวลไป ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ของ ๓-๔-๕ จังหวัดภาคใต้หรือที่ใด ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนแล้วว่าเรานั้นเป็นรัฐเดี่ยว แล้วก็อันนี้เป็นลักษณะการปกครองและการบริหารในพื้นที่เท่านั้น แต่หลักการที่สําคัญ ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้เป็นหลักแห่งการปกครองตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นประเด็นที่บอกว่าปกครองตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นอันนี้เป็นส่วนสําคัญที่มันจะสื่อถึงชื่อหนึ่ง แล้วก็หลักการผมอยากจะให้เขียนในมาตรา ๒๑๑ นี้ อยากจะให้เห็นถึงหลักการทั่วไป ของการปกครองท้องถิ่นให้ชัดไปเลย เพราะว่าการเขียนหลักการทั่วไปในมาตรา ๒๑๑ ไว้ชัด มันจะนําไปสู่การเขียนกฎหมายตัวอื่น ๆ ไม่ขัดแล้วก็ไม่แย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ไปมาตรา ๒๑๒ นะครับ ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องสําคัญที่สุดที่เราจะได้รับ การกระจายอํานาจไปยังท้องถิ่นก็คือเรื่องวิธีการได้มา ซึ่งเราแบ่งวิธีการได้มาเป็นการเลือกตั้ง และวิธีการอื่น ๆ วิธีการเลือกตั้งเป็นสิ่งสําคัญเพราะเราเห็นชัดเจนแล้วว่าเป็นส่วนที่ยึดโยง กับประชาชน แต่วิธีการตรงนี้ผมอยากจะเห็นว่าในส่วนของท้องถิ่นเองก็ควรจะเขียนในเรื่องของ ระบบการเลือกตั้งไว้ให้ชัด อาจจะไปเขียนในกฎหมายลูก เราไปบัญญัติ แต่จริง ๆ แล้ว ต้องเขียนให้เห็นให้ชัดเพราะลักษณะของการเลือกตั้งของท้องถิ่นกับลักษณะของการเลือกตั้ง ของระดับชาติต่างกัน ท้องถิ่นเลือกผู้บริหารเพื่อไปทํางานให้กับท้องถิ่นแต่ระดับชาตินั้น เลือกวุฒิสมาชิก เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งไปทํางานในหน้าที่ที่ต่างกัน แล้วก็มีความเชื่อมโยง กับประชาชนในเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย ที่บอกอย่างนี้เพราะว่าเบื่อแล้วครับ ไม่อยากเห็น ลักษณะการเลือกตั้งที่ทุจริต ถ้าเราไม่เข้มแข็งในเรื่องเหล่านี้การเลือกตั้งในท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มีการทุจริตมากมาย โดยเฉพาะพื้นที่ในบริบทที่มีผลประโยชน์มาก ท่านเชื่อไหมครับ ขณะนี้เรามีผู้นําท้องถิ่นทั้งที่ค้ายาเสพติด ทั้งที่เป็นนักเลง มันขึ้นอยู่กับพื้นที่ บางพื้นที่ที่ไม่มีผลประโยชน์มากนัก ก็อาจจะเป็นเพราะพรรคพวก พวกพ้อง ได้มาเป็นผู้นํา แต่บางพื้นที่ที่มีผลประโยชน์ อาจจะเป็นผลประโยชน์ที่เป็นลักษณะผลประโยชน์ใต้โต๊ะ หรือผลประโยชน์บนโต๊ะ หรือผลประโยชน์มืด ผลประโยชน์สว่างอะไรก็แล้วแต่ แต่เข้ามา เพื่อที่จะมาอยู่ในอํานาจนี้ก็มีมากมาย อันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงมองว่ามาตรา ๒๑๒ น่าจะต้องเขียนให้ชัด แล้วก็วิธีการอื่น ๆ ซึ่งมันก็มีตัวอย่างในต่างประเทศ แต่ทําอย่างไร ที่จะเขียนให้ชัดว่าวิธีการอื่น ๆ ที่ได้มาต้องยึดโยงกับประชาชนเป็นสําคัญนะครับ เพราะว่า มิฉะนั้นแล้วการปกครองท้องถิ่นถ้าไม่ยึดโยงกับประชาชนก็ไม่น่าจะมีอยู่ในตัวของ รัฐธรรมนูญ ที่มีอยู่ในตัวของรัฐธรรมนูญ อันนี้แสดงให้เห็นความสําคัญว่าการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยนั้นต้องยึดโยงกับประชาชนนะครับ
หลักการเรื่องของการบริหารนะครับ อันนี้ผมมองว่าเป็นความสําคัญยิ่งว่า หลักการการบริหารในหลักธรรมาภิบาล แล้วก็หลักการการมีส่วนร่วมน่าจะเขียนเข้าไปใน มาตรา ๑ ให้เห็นถึงหลักการบริหารนะครับ แล้วก็มาตราถัดไปก็อาจจะเขียนในเรื่องของ มาตราของการมีส่วนร่วมนะครับว่าการมีส่วนร่วมนั้นมีรูปแบบอย่างไร มีความสัมพันธ์กับรัฐ อย่างไร มีความสัมพันธ์กับประชาชนอย่างไร แล้วจะมีความสัมพันธ์ไหมกับต่างประเทศ อย่างเช่นในกรณีที่เราทําเรื่องของท้องถิ่นที่เป็นเมืองพี่เมืองน้อง อย่างนี้เป็นต้น มิฉะนั้น สิ่งเหล่านี้จะขาดหายไปนะครับ แล้วก็การพัฒนาที่จะยกระดับให้เทียบทันกับอารยประเทศนั้น ก็จะเป็นเรื่องยากนะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่จะต้องเขียนเอาไว้ให้ชัด
ประเด็นเรื่องของภารกิจการกระจายอํานาจ อันนี้ยิ่งสําคัญยิ่งว่าจะต้อง เขียนให้ชัดว่าอะไรบ้างที่ขณะนี้รัฐกระจายอํานาจ แล้วก็อาจจะต้องดูว่าสิ่งที่จําเป็น ต้องกระจายอํานาจต่อไป ที่จะไปเขียนในหมวดปฏิรูปก็ต้องให้ชัดว่าขับเคลื่อนอย่างไร ในการกระจายอํานาจ ถ้าเราเขียนไว้ลอย ๆ การกระจายอํานาจ ต้องยอมรับนะครับว่า ที่จริงแล้วในรัฐธรรมนูญหลายฉบับเขียนเรื่องของการปกครองท้องถิ่นไว้ แล้วก็บอกเรื่องของ เจตนารมณ์ การบริหารงาน ความเป็นอิสระ อะไรต่าง ๆ ไว้ เขียนไว้แทบทุกฉบับเหมือนกัน แต่ถามว่าทําไมเราไม่ได้ขับเคลื่อนหรือขับเคลื่อนไม่ได้ เพราะภารกิจเหล่านั้นยังอยู่ที่ ราชการส่วนกลางอยู่ แล้วก็ความไม่ชัดเหล่านี้ก็เลยทําให้ท้องถิ่นบางอย่างก็ไม่กล้าทํา เงินไม่มีก็ไม่กล้าทํา สิ่งที่เห็นอยู่ว่าเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านก็เดินไม่ออก ทําไปก็มีปัญหากับระบบตรวจสอบ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่า วันนี้มันไม่ใช่เวลาที่เราต้องมาเกรงใจในเรื่องเหล่านี้ วันนี้เป็นสิ่งสําคัญที่จะต้องพูดกัน ให้ชัดเจนนะครับว่ารัฐจะกระจายอํานาจอะไรลงไปก่อน แล้วก็ดําเนินการสิ่งเหล่านั้น ให้ชัดเจน แล้วก็การที่จะถ่ายโอนต่อไปนั้นจะถ่ายโอนอย่างไร แล้วก็การถ่ายโอนเหล่านี้ ผมยังมองว่าจริง ๆ แล้วเราแทบที่จะไม่ต้องเพิ่มในส่วนของราชการนะครับ ราชการที่มีอยู่ ต้องยอม หลายคนก็เกิดในท้องถิ่น แต่ไม่ยอมกลับบ้าน ที่จริงต้องกลับบ้านแล้วยอมที่จะต้อง ไปทํางานในส่วนของท้องถิ่นนะครับ แต่เราทําอย่างไรให้ความก้าวหน้า ความมั่นคง ของบุคลากรเหล่านั้นมีความมั่นใจ ผมเชื่อว่าตรงนี้เราก็จะเริ่มกระจายไปได้ มิฉะนั้นแล้ว ถ้าเราไม่กระจาย เราจะเห็นว่าหลายกระทรวง ทบวง กรมนะครับ ข้างบนใหญ่เทอะทะ แล้วก็เป็นปัญหา อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่ง
อีกประเด็นหนึ่งผมมองว่าการปกครองท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้น กระทรวงมหาดไทยเองถ้าจะเป็นได้ เพราะกระทรวงมหาดไทยดูแลในเรื่องของความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงภายใน การปกครองทั้งระบบ ก็อาจจะดูแลในลักษณะที่เป็นเรกกูเลเตอร์ (Regulator) นะครับ แต่การปฏิบัตินั้นให้เขาดําเนินการเองไม่ใช่เป็นอยู่อย่างขณะนี้ ที่เราจะเห็นว่าหลายเรื่อง ที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการไป ซึ่งถามว่าเข้าใจไหมในเรื่องการปกครองที่ให้เขามีความเป็นอิสระ เข้าใจครับ แต่ดําเนินการแล้วถามว่าสิ่งเหล่านี้จะให้ท้องถิ่นหรือประชาชนไปต่อสู้ ในศาลปกครองอย่างนั้นหรือ มันก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมมองว่าต้องให้ มีความชัดเจนนะครับ
สิ่งสําคัญอีกเรื่องหนึ่งของการปกครองท้องถิ่นขณะนี้เมื่อเรากระจายอํานาจ ลงไปแล้วในภาระงาน สิ่งที่ยังไม่ได้พูดถึงก็คือเรื่องของระบบภาษี เมื่อกระจายภาระงานไปแล้ว สิ่งสําคัญอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของเงินเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องของระบบภาษีเราอาจจะ มีเขียนไว้แล้วในเรื่องของการแบ่งระดับภาษี แต่ผมเป็นห่วงแล้วก็เกรงว่าจะเขียนไว้ลอย ๆ เพราะฉะนั้นการแบ่งภาษีขณะนี้ควรจะชัดเจนว่าภาษีประเภทใดที่จะให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล จัดเก็บไหม ภาษีทางอ้อมประเภทใดที่จะต้องให้ท้องถิ่น แล้วถึงจะค่อยไปกําหนดในกฎหมาย การกระจายอํานาจว่ากี่เปอร์เซ็นต์ ๆ สิ่งเหล่านี้ต้องชัดเจนครับ ถ้าไม่ชัดเจนท้องถิ่น จะทํางานยาก แล้วก็องค์กรในภาพรวมของท้องถิ่นควรจะต้องสามารถที่จะดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณจากรัฐได้ ควรจะต้องเข้ามาเพื่อที่จะไม่ใช่ว่าต้องผ่าน กระทรวงมหาดไทย พอผ่านท่อกระทรวงมหาดไทยมันก็เลยต้องไปติดอยู่ตรงนั้นท่อหนึ่งก่อน แล้วกว่าจะถ่ายทอดลงไปให้ท้องถิ่น ถ่ายทอดลงไปหมดหรือไม่หมด ท้องถิ่นต้องวิ่งขึ้นมา พอวิ่งขึ้นมามันก็เกิดช่องว่างเรื่องของเปอร์เซ็นต์ทันที อันนี้ก็เป็นปัญหาอยู่นะครับที่ทําให้ ท้องถิ่นไม่สามารถเดินไปได้นะครับ การปฏิรูปท้องถิ่นผมมองว่าในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนใหญ่เวลาเราเขียนเราใช้คําว่า รัฐ รัฐ รัฐ เลยอยากถามว่าท้องถิ่นนี้เป็นรัฐหรือไม่ ถ้าท้องถิ่นเป็นรัฐด้วยในนโยบายแห่งรัฐหลายตัวนี่นะครับควรจะต้องเขียนไว้ เพราะว่า ในนโยบายแห่งรัฐที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นนั้นไม่ใช่มีเพียงมาตรา ๘๘ เท่านั้น มาตรา ๘๒ มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ อันนี้เกี่ยวเนื่องกับท้องถิ่นหมดนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าให้ความสําคัญกับท้องถิ่นแล้วประเด็นเหล่านี้อยากจะฝากให้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปดูแลด้วยนะครับ ในการปฏิรูปก็คงมีตั้งแต่ มาตรา ๒๘๓ มาตรา ๒๘๔ มาตรา ๒๘๕ อันนี้เป็นสําคัญที่ผมมองว่าต้องไปดูให้ชัดว่าเราจะปฏิรูปอะไร แล้วก็ต้องมี ไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ชัดเจนว่าห้วงเวลาไหน กี่ปีเราจะพัฒนาและยกระดับ ความเปลี่ยนแปลงไปให้ท้องถิ่นได้เป็นลําดับนะครับ สําคัญอย่างหนึ่งที่ผมมองว่า ผมได้เกริ่นนําตอนแรกว่าเรามีทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ท่านทราบไหมครับว่าบางจังหวัด น่าตกใจมากเพราะว่าผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ