ไพฑูรย์ หลิมวัฒนา อภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขข้อด้อยของรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความสมบูรณ์มากกว่า 100% และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการกํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยขอให้มีที่นั่งของท้องถิ่นในสภา และสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ทรงเกียรติ และพี่น้องที่รับฟังรับชมอยู่ทางบ้านครับ กระผม นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดชุมพร ๑๕๙ ครับท่านประธาน กระผมเป็นกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ก่อนอภิปรายท่านประธานครับ ในภาค ๒ หมวด ๗ กระผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓๕ ท่านครับ กระผมได้รับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการได้บรรจงสร้างจากคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ และการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของท่านคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ และจากเวที อนุกรรมาธิการระดับจังหวัดและช่องทางอื่น ๆ ที่เสนอมายังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรอบแนวคิดของคณะกรรมาธิการขณะนี้ได้บรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ กระผมได้รับร่างรัฐธรรมนูญและได้อ่านทั้ง ๓๑๕ มาตราครับ แต่ส่วนที่บรรจงอ่านจริง ๆ ก็อยู่ในส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ กระผมได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะผมได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมนําเสนอ แล้วก็ร่วมรับฟังจากพี่น้องประชาชน และได้บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมจึงคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีชีวิตครับ จับต้องได้ เพราะให้ความสําคัญกับพลเมืองเป็นใหญ่ รัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับท่านประธาน หากมีการปรับปรุง ในรายละเอียดเล็กน้อยและจากการเสนอแนะของท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้ให้ความเห็นของการอภิปรายตั้งแต่วันที่ ๒๐ จนจะต้องจบในวันเวลาอันใกล้นี้ ในวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ กระบวนการแก้ไขยังไม่จบ ยังมีกระบวนการในขั้นตอนของ ๓๐ วัน เพื่อที่จะประกอบให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้เอาไปผนวก ในการตัดสินใจ ท่านประธานที่เคารพครับผมคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุก ๆ ท่าน ก็คงจะพยายามที่จะจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ดีที่สุด ให้สมบูรณ์ที่สุดครับท่านประธาน ในทํานองเดียวกันสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมิใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น การปฏิรูปในครั้งนี้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มีความหวังที่สุดที่จะให้ประเทศชาติและบ้านเมือง ประชาชนได้รับความสงบสุขที่สุด จึงจะต้องทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตัดจากความขัดแย้ง ท่านประธานครับก่อนการเลือกตั้ง ผมอยากจะให้ความขัดแย้งหมดไปก่อนการเลือกตั้ง มิฉะนั้นการปฏิรูปในครั้งนี้ มันก็จะล้มเหลวและนําประเทศชาติสู่หุบเหวลึกอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ กระผมอภิปราย ในส่วนที่ยื่นขออภิปรายคือหมวด ๒ ภาค ๗ การกระจายอํานาจและการบริหารท้องถิ่น ในรัฐธรรมนูญให้สาระสําคัญกับการกระจายอํานาจ ผมจะไม่พูดเรียงในรายมาตราครับท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามตามมาตรา ๒๑๑ ถึงมาตรา ๒๑๖ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกมากมาย ส่วนที่เกี่ยวข้องมากที่ท่านได้อภิปรายไปในมาตราต่าง ๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องมากถึง ๔๕ มาตราครับท่านประธาน ส่วนที่เกี่ยวข้องน้อย เกี่ยวข้องปานกลาง ๒๙ มาตราครับท่านประธาน แล้วก็เกี่ยวข้องทั่วไปอีก ๑๖ มาตรา มันจะอยู่ทั้งภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ และภาค ๔ ครับท่านประธาน รวมทั้งหมด ๙๐ มาตรา ข้อมูลนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอขอบคุณท่านประธานพงศ์โพยม ประธานคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นครับ ประธานที่เคารพในส่วนของการกระจายอํานาจ ที่เห็นเป็นจุดเด่นมากมายที่แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ พอสรุปได้เป็นสังเขป อย่างนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ การมีความยืดหยุ่นสูง เช่น การกําหนดให้มีรูปหลายแบบ ของสมาชิก ของผู้บริหาร โดยหลักการมาจากการเลือกตั้ง แต่มีข้อยกเว้นในบางกรณีครับ อาจจะมาโดยวิธีอื่นที่มีกฎหมายลูกกําหนดในภายหลัง
ประเด็นที่ ๒ เพิ่มอํานาจประชาชนตามเจตนารมณ์ของการยกร่างรัฐธรรมนูญ เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชนในการถอดถอน การเสนอชื่อออกกฎหมาย การกําหนดรูปแบบ และการเปลี่ยนเขตการปกครอง
ประเด็นที่ ๓ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการบริการสาธารณะ ซึ่งเดิมไม่ได้กําหนด ซึ่งหมายความว่าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคที่ทําหน้าที่อยู่จะต้องถ่ายโอนให้ท้องถิ่นทําครับ
ประเด็นที่ ๔ มีการบูรณาการระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากขึ้นในด้านแผน ให้ท้องถิ่นมีหน้าที่ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
ประเด็นที่ ๕ กําหนดให้มีการกระจายอํานาจในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น โดยสามารถ จัดการอํานวยการสาธารณะได้อย่างมีคุณภาพ
ประเด็นที่ ๖ เน้นสร้างความโปร่งใส ความคุ้มค่า ได้จัดทํามาตรฐาน การปฏิบัติงาน
ประเด็นที่ ๙ สร้างขบวนการตรวจสอบและถ่วงดุล
ประเด็นที่ ๑๑ มีสภาพลเมือง หรือสมัชชาซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพ ทํางานคู่ขนานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ประเด็นที่ ๑๒ การแก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลในองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่มีปัญหาอยู่มาตลอด เช่น ด้านประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนข้าราชการ พนักงานระหว่าง องค์กรปกครองท้องถิ่นให้คล่องตัว โดยมีคณะกรรมการ ก เพียงคณะเดียว และให้ระดับจังหวัด ทําหน้าที่เป็นอนุกรรมาธิการหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเวลาเกินขอใช้เวลาในส่วนของภาค ๔ หมวด ๒ ครับ
ข้อสังเกต ประเด็นที่ ๑ การที่รัฐธรรมนูญให้ความยืดหยุ่นสูง กําหนดไว้กว้าง ๆ เมื่อนําไปใช้จะถูกตีความเข้าข้างตนเอง ผิดเจตนารมณ์และเป้าหมายของรัฐธรรมนูญครับ
ประเด็นที่ ๒ การเพิ่มอํานาจให้ประชาชนอาจจะไม่มีออกกฎหมาย ระเบียบรับรอง ให้ปฏิบัติได้จริงครับ หรือประชาชนไม่สนใจ ไม่ใช้สิทธิของตนเอง
ประเด็นที่ ๓ ความจริงใจภาครัฐ ข้าราชการส่วนกลาง เพราะหมายถึงจะต้อง ลดอํานาจของตนเอง เพราะอาจจะมีผลประโยชน์ครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๔ ทําให้องค์กรการตรวจสอบภาคประชาชนได้มีความเข้มแข็ง องค์กรตรวจสอบจากภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง มีความสําคัญต่อประชาชนโดยรวม เพราะที่ผ่านมาภาคประชาชนยังไม่เข้มแข็งครับท่านประธาน ขออ้างมาตรา ๒๑๔ สักนิดหนึ่ง เป็นประเด็นใกล้จะสุดท้าย การกํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องกระทําตามกฎหมายเท่าที่จําเป็น คํานิยามครับ ของคําว่า เท่าที่จําเป็น นั้นแค่ไหน หรือเพราะว่าเท่าที่จําเป็นมันกว้างมากครับท่านประธาน ในที่สุดถ้าผู้กํากับ ดูแลมองว่า ไม่จําเป็นจะทําอย่างไรครับท่านประธาน
ประเด็นสุดท้าย ก็ขอสนับสนุนท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ จากจังหวัดพิจิตร ท่านประธานครับ ท้องที่และท้องถิ่นจะต้องเดินไปด้วยกัน ท้องถิ่นพัฒนา ท้องที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ก็อยากจะให้มีที่นั่ง เมื่อมีที่นั่งของท้องถิ่น ก็ควรจะมีที่นั่งของสภาอยู่ในสภาด้วยครับ
สุดท้าย กระผม นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับด้วยเกียรติยศที่มีอยู่ และอาจจะขอหารือ ท่านประธานว่าหากเป็นไปได้ผมขอลงมติล่วงหน้าเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ ขอบคุณครับ