สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘

ชิตชัย จิวะตุวินันท์ อภิปรายเรื่องการกระจายอำนาจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของท้องถิ่นให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของท้องถิ่น และขอไม่ควบรวมท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ความแตกแยก และขาดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น

นายชิตชัย จิวะตุวินันท์

กราบเรียนท่านประธาน ผม ชิตชัย จิวะตุวินันท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๖๕ ท่านประธานครับ วันนี้ก็มีโอกาสได้มาอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องการกระจายอํานาจ การกระจายอํานาจนั้นได้ยินมาหลายปีแล้ว อยู่ในวงการ ท้องถิ่นมาก็ประมาณเกือบ ๒๐ ปี ได้ยินเรื่องการกระจายอํานาจมา แต่ทุกครั้งเรื่องกระจายอํานาจนั้น ไม่ได้ขับเคลื่อนไปไหนเลย มีแต่การร่างรัฐธรรมนูญหลายรัฐบาลก็ออกมาอย่างสวยหรู สวยงาม แต่ว่าผู้มีอํานาจจริง ๆ ไม่สามารถที่จะกระจายอํานาจเข้าไปอยู่ในพื้นที่ได้เลย ท้องถิ่นเราก็อยู่อย่างนี้ กี่ปี กี่ชาติก็อยู่อย่างนี้ ไม่มีการพัฒนาขึ้นเลยนะครับ เรื่องการกระจายอํานาจควรจะกําหนดบทบาทให้กับคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องกระจายอํานาจนี้ ให้ขับเคลื่อนการกระจายอํานาจให้เป็นไปตามวาระ ภายใน ๑ ปี ภายใน ๒ ปี ภายใน ๕ ปี ต้องกําหนดให้ชัดเจน อะไรบ้างที่จะให้ท้องถิ่นทํา อะไรบ้างที่ไม่ต้องให้ท้องถิ่นทํา ๑ ๒ ๓ กําหนดไปเลย ๑ ๒ ๓ ๔ ท้องถิ่นไม่ต้องทํา นอกนั้นท้องถิ่นทํานะครับ ท้องถิ่นนั้น มันเป็นการบ้านนะครับ ไม่ใช่การเมือง เราดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ดูแลทุกข์สุข ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย ดูแลมาตลอด เราใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เราสามารถที่จะ รู้ปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชน เรารู้ว่าท้องถิ่นเราต้องการอะไร แต่ว่าก็ไม่เคยได้เลย กฎหมายทุกฉบับ ทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะเอาใจท้องถิ่นโดยการที่ว่าจะให้มีการกระจายอํานาจ กระจายอํานาจ ก็มีแต่หน้าที่ที่จะต้องทํา ท้องถิ่นนั้นอยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นนั้น มีทุกเรื่อง กรมเจ้าท่าเอย โทรศัพท์เอย ประปาเอย ไฟฟ้าเอย จะทําอะไรไม่รู้ว่าอํานาจมันอยู่ตรงไหน ความชัดเจนของอํานาจมันอยู่ตรงไหน ผมยกตัวอย่าง ในพื้นที่สาธารณะในเขตชายทะเล บ้านปากคลอง บ้านผมเอง กฎหมายปกครองท้องที่ให้เป็นอํานาจของนายอําเภอ แล้วก็นายกเทศมนตรี แต่ว่าไม่มีความชัดเจนว่าอํานาจนั้นมันอยู่ที่ใคร ใครเป็นคนดูแล นายอําเภอคนนี้เข้ามา อยากจะดูแลก็ทํา ไม่อยากดูแลก็ปล่อยให้ท้องถิ่น เจ้าท่า พอคุยกับเจ้าท่า ก็บอกว่าเจ้าท่านั้นมันต้องอยู่ในน้ํา มันไม่ได้อยู่บนบก ก็ไม่มีใครดูแล พอไม่มีใครดูแล ก็มีการบุกรุก พอมีการบุกรุกก็มา ตอนนี้ปัญหามันก็เลยเยอะ ก็เหมือนกับทุกที่นั้นล่ะครับ เพราะว่าความชัดเจนของอํานาจมันไม่มี มันไม่ได้บอกมาเลยว่าเราจะต้องดูแล มันไม่ได้บอกว่า ตรงนั้นนายอําเภอดูแล ผมว่าพื้นที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่มีการบุกรุกเพราะว่า ความไม่ชัดเจนของอํานาจ ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนจัดการ ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนบริหาร มันก็เลยมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ก็อยากจะฝากกับท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผู้ที่จะเขียนกฎหมายต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญครับ ความชัดเจนของอํานาจ จะให้ใครเป็นคนทํา ให้ใครเป็นคนดูแล ผมก็จะพูดในเรื่องทั่วไปนะครับ ก็ความจริงท้องถิ่นเรา เราอยู่ในพื้นที่อยากจะให้ทางสังคมหรือว่าพวกเราได้เห็นใจผู้บริหารท้องถิ่นที่ทํางานท้องถิ่นมา ทุกคนรักบ้านเกิด ทุกคนทํางานเพื่อบ้านเกิดทั้งนั้นล่ะครับ ไม่มีใครที่มีเจตนาที่จะทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) มันก็อาจจะมีแต่ก็ไม่มากนะครับ ตามจํานวนเปอร์เซ็นต์ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง มีอยู่ไม่เท่าไรที่ว่ามีเรื่องการทุจริตจริง ๆ นอกนั้นก็มีคนกล่าวหาบ้าง คู่ต่อสู้ทางการเมือง ร้องเรียนบ้าง แต่พอสรุปหมดแล้วก็เหลือไม่เท่าไรนะครับท่านประธาน ก็ไว้ใจท้องถิ่นเถอะครับ ไว้ใจท้องถิ่น แบ่งอํานาจให้ท้องถิ่นทําอย่าโยนไปโดยที่ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนไปจัดการ ให้ชัดเจนไปเลย เราก็จะได้ช่วยกันทําท้องถิ่นให้มันเป็นกลไกอย่างหนึ่งของรัฐที่มีพื้นที่ ทุกตารางนิ้วนะครับ พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล ขับเคลื่อนนโยบายของประเทศ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าท้องถิ่นนั้นเป็นองค์กรที่ว่าสําคัญของประเทศที่จะต้องดูแลทุกข์สุข ทุกตารางนิ้วเลยนะครับ ให้โอกาสท้องถิ่นนะครับ อย่าดูแคลนความสามารถ เพราะว่า ผู้บริหารท้องถิ่นทุกวันนี้จบปริญญาตรี ปริญญาโท บางแห่งก็มีดอกเตอร์กันเยอะแยะ ที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่น และที่สําคัญครับคือชาวท้องถิ่นรักบ้านเกิดนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ได้คุยกันก็เกี่ยวกับเรื่องของการควบรวม ควบรวมท้องถิ่น โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยเลย ที่ไม่เห็นด้วยเลยก็หมายความว่าท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมบางแห่งก็อาจจะไม่เหมือนกัน การควบรวมกัน พอผลจากการเลือกตั้งออกไปจะมีปัญหา การมีส่วนร่วมจะน้อย ช่วยกันพัฒนาจะไม่มี ต่างคนต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ขนาดระดับชาติตั้งกี่ปีมาแล้วยังไม่สามารถที่จะปรองดองได้เลย และถ้าเป็นพื้นที่ ถ้าเป็นท้องถิ่นนี่ยิ่งมีปัญหาใหญ่ ในพื้นที่เดียวกันที่ผ่านการเลือกตั้งกันมา จะมีปัญหากันอยู่ทุกที่ ซึ่งตอนนี้ ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี บางทียังไม่ได้คุยกันเลย และถ้ามีการควบรวมความแตกแยกจะมีมากยิ่งขึ้น ผมขอยืนยันเลย ก็อยากจะฝาก ผู้ที่มีอํานาจจริง ๆ เขียนกฎหมายให้มันซอฟต์ (Soft) เราอยู่ร่วมกัน อย่าถือว่าท้องถิ่นนั้น เขียนไปเพื่อที่ว่าปัดให้เขาทํางานไป ให้เขาทํางานไปอะไรก็ได้ ไม่ใช่นะครับ เป็นกลไกส่วนหนึ่ง ของรัฐที่เราจะต้องดูแล เป็นน้องเล็กที่อยู่ตามพื้นที่และสามารถที่จะรู้พื้นที่ รู้ปัญหาความต้องการ ของพี่น้องประชาชนได้ทุกเรื่อง ท้องถิ่นอย่างที่เรียนให้ทราบ ท้องถิ่นคือการบ้าน ไม่ใช่การเมือง อย่าเอาปัญหามาปนกัน ก็ฝากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการออกกฎหมาย ก็คงจะเท่านั้นล่ะครับ ขอบคุณมากครับ