ประชา เตรัตน์ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศชาติบ้านเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหาการทุจริต และเสนอแนวทางแก้ไขโดยแยกระหว่างองค์กรที่ควบคุมและจัดการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์สุจริตและความพร้อมในการเล่นตามกติกาที่ถูกต้องในการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยที่จะอธิบายในเรื่องของหมวดปฏิรูป เราเห็นชัดเจนว่า ในการที่จะปฏิรูปประเทศชาติบ้านเมืองนั้นมีเสียงเรียกร้องมาหลายยุคหลายสมัย แต่การปฏิรูปไม่เคยเกิดขึ้นเป็นผลสําเร็จสักที แม้แต่จะบัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ ก็ตามที่ให้มีกฎหมายลูกที่จะออกมา แต่ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ถึงมีการปฏิวัติ ครั้งหลังสุด ๑๗ ปี ๑๘ ปี ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น ตรงนี้เองครับจึงมีความจําเป็นที่จะต้องมี สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ถ้าท่านคิดว่าจะเป็นการสืบทอดต่ออํานาจนั้นก็เป็นสิทธิ ที่จะวิจารณ์ แต่ก็ต้องตั้งข้อเสนอแนะมาด้วยว่าถ้าจะมีการขับเคลื่อนการปฏิรูปนี้ให้เกิดผล อย่างจริงจัง ประมาณ ๑๖-๑๗ ประเด็นที่เราได้ช่วยคิดกันมานั้นจะให้เกิดผลสําเร็จได้อย่างไร ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยินดีน้อมรับอย่างยิ่ง สิ่งสําคัญที่สุดครับท่าน การปฏิรูป บ้านเมืองนั้นจะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้ การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นส่วนสําคัญอย่างยิ่ง ทุกวันนี้ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ได้ขอให้ ๗๗ ทหารเอก คือ สมาชิกสภาปฏิรูปประจําจังหวัด ทุกจังหวัดออกปฏิบัติหน้าที่รับฟังความคิดเห็นพี่ของพี่น้องประชาชนในเรื่องการปฏิรูป ให้ตอบโจทย์ในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งมี ๖-๗ ประเด็น แต่เรายกแค่ ๓ ประเด็นให้พี่น้องประชาชนช่วยคิดว่าเราจะปฏิรูปประเทศชาติบ้านเมือง เราจะแก้ปัญหา การทุจริตคอร์รัปชันทั้งในวงราชการและการเมือง เราจะแก้ปัญหาอย่างไรทุจริตต้นน้ําสําคัญ ของนักการเมืองก็คือการซื้อสิทธิขายเสียงการเลือกตั้ง เราจะตอบโจทย์แก้ปัญหาอย่างไร ในการลดความเหลื่อมล้ําของพี่น้องประชาชนที่กําลังเพิ่มมากขึ้นทุกวัน สิ่งเหล่านี้เรามีการปฏิรูป ๑๗-๑๘ ประเด็น จะเกิดความสัมฤทธิผลได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้เลยถ้าพี่น้องประชาชน ในทุกจังหวัดระดับรากหญ้ายังไม่เห็นความสําคัญในเรื่องนี้ ผมต้องขอบคุณท่านประธาน อนุกรรมาธิการประจําจังหวัดทุกจังหวัดหรือ สปช. จังหวัด ทุกวันนี้ทุกท่านไปทํางาน เหน็ดเหนื่อยมาก งบประมาณที่สภาให้ไปน้อยนิด ระดับอําเภอ เวทีละ ๗๐ คน แต่พี่น้องมาจริง ๆ ๑๕๐-๑๖๐ บางแห่ง ๓๐๐ เราจะไล่เขากลับได้อย่างไร เงินตัวนี้ใครมาช่วยครับ สปช. ประจําจังหวัดทุกคนต้องควักเงินตัวเองส่วนหนึ่งไม่บ่นสักคํา แต่บางคนฉลาดหน่อย ไปจีบนายก อบต. นายกเทศมนตรีประจําพื้นที่ได้ก็สนับสนุนช่วยกันมาตลอด พี่น้องประชาชนยังบอกทําไมไม่เชิญฉันบ้าง และทุกคนมีความตื่นตัวในการปฏิรูป ประเทศชาติบ้านเมืองในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งผมขอยืนยัน ดังนั้นคําพูดที่มีการกระทบกระเทียบเหมือนกับเสียดสี ประชาชนจะเป็นพลเมืองแล้วมันจะ ยกระดับคน ๒ ชั้นหรือเปล่า เป็นพลเมืองชั้น ๒ อะไรหรือเปล่า ขอเรียนด้วยความเคารพครับ คําว่า ประชาชน ก็คือคนไทยทุกคนนั่นละที่เป็นสัญชาติไทยคือประชาชน ทุกคนที่มี บัตรประชาชนได้ก็ต้องมีสัญชาติไทย ส่วนบุคคลต่างด้าวนั้นคนละเรื่อง อย่าเอามาปนกัน ประชาชนยกระดับเป็นพลเมืองมันไม่ได้ยากเลย ท่านไปเจอคนประสบอุบัติเหตุข้างถนน แล้วนําคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ท่านก็ยกระดับฐานะจากประชาชนเป็นพลเมืองดีแล้วใช่ไหม ท่านเก็บกระเป๋าเงินของนักท่องเที่ยวได้ อะไรก็แล้วแต่ ในนั้นอาจจะมีเงินไม่เยอะแค่ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท และมีบัตรเครดิตแล้วไปส่งให้ตํารวจโดยไม่เอาไว้เป็นของตัวเอง นี่ท่านก็ยกระดับจากประชาชนเป็นพลเมืองดีแล้ว เพราะฉะนั้นการเป็นพลเมือง มันไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญอะไรเลย เพียงแต่สร้างความตระหนักจิตสํานึกการมีส่วนร่วม การรักในเรื่องของจิตสาธารณะในการจะทุ่มเททํางานเพื่อส่วนรวม คํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เป็นที่ตั้ง นี่ละครับคือความเป็นพลเมือง สมัชชาพลเมืองพอพูดมาปุ๊บยังไม่ทันอะไรเลย ทั้งราชการ ทั้งนักการเมืองท้องถิ่นจะมาขัดขวางการทํางานของผมหรือเปล่า ไม่ใช่เลย ถามว่าท่านมีองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ป.ป.ช. ก็ดี ป.ป.ท. ก็ดี คตง. ก็ดี สตง. ก็ดี ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี สารพัดองค์กรที่มีอยู่ระดับส่วนกลาง แล้วมีทั้ง ส.ส. กรรมาธิการอะไรสารพัดทั้งหลาย ๒๐ ปีมานี่แก้ปัญหาการทุจริตทั้งในวงการเมืองและข้าราชการได้แค่ไหน ถ้าไปดูรากฐาน การปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของทุกประเทศที่สําคัญทั่วโลก การแก้ปัญหาอันนี้ สําคัญได้ดีที่สุดคือความร่วมมือของพี่น้องประชาชน การตรวจสอบภาคประชาชน เพราะฉะนั้นสมัชชาพลเมืองอยู่แค่ระดับตําบล ท่านไม่ต้องตกใจ แล้วเป็นกระบวนการ กระบวนการให้ประชาชนที่มีจิตสํานึกต่อส่วนร่วม มีจิตสาธารณะ อยากเข้ามามีส่วนร่วม ในการดูแลเรื่องการพัฒนาเฉพาะในเขตพื้นที่เขา เขาไม่ก้าวล่วงไปที่อื่น ที่ผ่านมาในฐานะ ผมเป็นนายอําเภอ เป็นผู้ว่าฯ มาตลอด ๓๗-๓๘ ปีในชีวิตราชการ ถามว่าประชาชน เขาไม่ทราบหรือ ใครทําอะไร ที่ไหน อย่างไร ในตําบลที่เขารับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาลตําบล เขาทราบดีอยู่แก่ใจว่าใครมันทุจริตประพฤติมิชอบ แล้วน่าสงสารนะครับ สมัยผมเป็นนายอําเภอ แค่ประชาชนพลเมืองดี เขาฐานะเป็นพลเมือง เขาไม่ใช่ไทยเฉย แค่มาฟ้องนายอําเภอ คนนี้มันโกง ผู้มีอิทธิพลก็ส่งคนมาข่มขู่อย่างนี้ จริง ๆ เขาอยากมีส่วนร่วม แต่เขากลัวรูที่ ๕ ที่หน้าผากอะไรทํานองแบบนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องออกแบบ ในการออกแบบกฎหมายพระราชบัญญัติเรื่องสมัชชาพลเมือง พี่สมสุขกําลังทําอยู่ เราดูละเอียด แล้วท่านก็บอกมีข้อติงอยู่ อ้ายพวกคอยจะมาจ้องจับผิด มาแข่งขันเลือกตั้งกับผม แล้วมาอยู่สมัชชาพลเมืองก็ไล่จิกไล่ตีผมสิ ไม่ใช่ครับ อันนี้เราคํานึงถึงหมด คุณสมบัติคนที่มา ทํางานตรงนี้อาจจะต้องกําหนดเป็นกฎหมายชัดเจนว่าจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยว เคยสมัครรับเลือกตั้ง ด้วยกันแล้ว ถ้าสมัครแล้วต้องพ้นอย่างน้อย ๓ ปีหรือ ๕ ปีก็แล้วแต่ ในร่างกฎหมายบอก ๓ ปี แต่ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่บอกต้องเอา ๕ ปีเลย ไม่ใช่แค่ ๓ ปี นี่ประชาชนพูด ไม่ใช่ผมพูด ทําไมแค่ ๓ ปีเอง ทําไมไม่ ๕ ปี ผมกําลังจะประมวลข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน จากทั่วประเทศ แล้วท่านจะฟังข้อเสนอแนะที่ ๓ ประเด็นที่เราให้ตั้งเป็นโจทย์บังคับ แล้วก็โจทย์อื่นอีก ๔-๕ โจทย์แล้วแต่ เรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาซื้อสิทธิขายเสียงและเรื่องลดความเหลื่อมล้ํา พี่น้องประชาชนเราอย่าไปดูถูกดูแคลน สติปัญญาเขา ผมทึ่งมากในการออกความเห็นมาแต่ละเรื่อง ๆ น่าสนใจมาก แล้วจะสรุปให้ สิ่งสําคัญครับท่านประธาน เมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าการตรวจสอบของภาคประชาชนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการตรวจสอบ การทุจริตประพฤติมิชอบ ทําไมเราไม่สนับสนุน ไม่ส่งเสริมเขา ให้เขามีเวทีเล่น เล่นแค่ระดับตําบล นอกนั้นผมไม่สนใจหรอก เพราะเขาจะรู้ใกล้ชิดที่สุดว่าใครทําอะไร ที่ไหน อย่างไร ผิด ถูก ผิดชอบชั่วดี ทราบอยู่แก่ใจ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ผมดีใจนะครับที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของทุกจังหวัดกําลังทํางานอย่าง ขะมักเขม้น แล้วเราก็วางออกแบบว่าให้ทุกคนจดรีจิสเตอร์ (Register) ไว้ในคอมพิวเตอร์ ทั้งหมดว่าใครมาร่วม เพราะบุคคลเหล่านี้จะเป็นจุดเทียนเล่มแรกของแต่ละตําบล แต่ละอําเภอ ที่จะมาร่วมการปฏิรูปในอนาคตต่อไป เพราะการปฏิรูปนั้นปีเดียวไม่จบ ๕ ปีก็ไม่จบ แล้วบ้านเราท่านก็ทราบดีว่ามันพอกกันมายาวนาน เพราะสิ่งเหล่านี้มันต้องทํากัน อย่างต่อเนื่อง ๑๐-๒๐ ปี ผมจึงกล้ายืนยันนะครับว่าสมัชชาพลเมืองรับประกันว่า ไม่ไปรบกวน ไปขัดขวางการทํางานของท่านหรอกครับ เพราะว่าเขาแค่กระบวนโพรเซส เป็นวอชด็อก (Watchdog) คอยแจ้งเตือน คุณทําไม่ดี แต่คนควบคุมกํากับอยู่ที่ สภาตรวจสอบภาคพลเมืองแค่อยู่ระดับจังหวัด
อันที่ ๒ ที่ผมขอพูดถึงเรื่องการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง ถูกพาดพิงในรอบที่แล้ว ก็ขออนุญาตขยายความนิดหนึ่ง ทุจริตต้นน้ําของนักการเมือง ไม่ว่าระดับท้องถิ่น ระดับชาติ คือการทุจริตการเลือกตั้ง เอาเงินเป็น ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ซื้อเสียงแล้วพอมีอํานาจ แล้วก็ใช้อํานาจนั้นในการเอาทุนคืน ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ ถึงปี ๒๕๔๐ กระบวนการจัดการเลือกตั้ง การควบคุม กํากับ ดูแล ออกระเบียบทั้งหลายอยู่ที่ กระทรวงมหาดไทย เบ็ดเสร็จทั้งควบคุมกํากับดูแลจัดการเลือกตั้งอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ช่วงนั้นการเมืองก็แทรกแซงได้ตลอด เขาถึงเรียกกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงมาเฟีย เพราะจะให้ใครได้ก็ได้ ให้ใครตกก็ได้ จึงต้องเปลี่ยนแปลงให้ กกต. มาทําเมื่อปี ๒๕๔๐ ก็ทําแบบกระทรวงมหาดไทยอีก ควบคุม กํากับ ดูแลจัดการเลือกตั้งเบ็ดเสร็จเหมือน กระทรวงมหาดไทยเลย เจตนาคือต้องการป้องกันไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงเหมือนเดิม ท่านประธานครับ ๑๗ ปี ๑๘ ปีที่ผ่านมาแก้ได้ไหมซื้อสิทธิขายเสียง หนักกว่าตอน กระทรวงมหาดไทยคุมอีกครับ นี่เป็นเรื่องจริงครับ ซื้อหนักกว่าอีก ระดับท้องถิ่นซื้อ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ดังนั้นในการออกแบบ รัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ จะทําอย่างไรขจัดการป้องกันการเลือกตั้งที่ให้มันซื่อสัตย์สุจริตและปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ก็จึงต้องมองว่าต้องแยกองค์กรผู้กํากับออก นโยบายกํากับ ควบคุม ดูแลต้องแยกคนละส่วนกับ ฝ่ายจัดการ ถ้าผมเป็น กกต. ผมจะดีใจมากครับ ใช้ให้พวกนี้คนจัดการก็ไม่ใช่ใครก็หนีไม่พ้น คนกระทรวงมหาดไทยหรอกครับท่านครับ แต่พวกเราก็ทําเป็นเหนียม ๆ ถ้าใช้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยใครจะกล้าถ้ามีคนควบคุมกํากับดูแลโดย กกต. บอกสามารถสั่งย้ายได้ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดคนนี้ถูกร้องว่าใกล้ชิดกับการเมือง คนนี้อย่าไปเลือก ย้ายได้ ๒๔ ชั่วโมงเลย ในระหว่างพระราชกฤษฎีกามีการเลือกตั้งปุ๊บ อํานาจ กกต. ใหญ่ล้นฟ้าใครจะโยกย้ายอะไรปุ๊บ ไม่ได้เลย อํานาจ กตต. สามารถ กกต. ย้าย ถ้ามีแนวโน้มว่าไปเทค ไซด์ (Take side) หรือไปเข้าข้าง การเมืองฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ที่บอกว่าประชาชนจะไม่เป็นพลเมืองแล้วเขาจะไม่มีส่วนหรือครับ มีส่วนครับ ในการเลือกตั้งทุกครั้งกรรมการประจําหน่วยเขาใช้ประชาชนทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ราชการถ้าให้มาอยู่ในมือการดูแลของพื้นที่จังหวัด อําเภอ มันหนีไม่พ้นผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอําเภอหรอกครับ ท่านเชื่อผมเถอะครับ ทะเบียนคุมคนก็อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย คอมพิวเตอร์ในการปรินท์ (Print) คนก็อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย สามารถจะเช็คได้ว่า ใครแอบย้ายคนเข้าก่อน เข้าหลัง ซึ่งชอบทํากันนัก นักปกครองท้องถิ่น ย้ายคนเข้า ย้ายคนออก เพื่อจะเอาชนะกันตรงนี้ ผมจึงกราบเรียนนะครับว่าวิธีการที่จะป้องกันปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียงมันต้องมอบให้ ข้าราชการเป็นคนมีหน้าที่ป้องกันทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง ที่ผ่านมาซื้อสิทธิขายเสียงโครม ๆ ทําไมตํารวจก็ดี ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดี นายอําเภอก็ดี เฉย เขาบอกก็เป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่หน้าที่เขา เขาก็ทําอย่างเสียไม่ได้ ก็ทําไปอย่างนั้น เขาจี้มาเมื่อไรก็ทํา ๆ แต่ถ้ามอบเป็นภารกิจ คุณจัดการเลือกตั้งต้องจัดการเลือกตั้งให้สุจริต อันหมายถึงไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงด้วย ถ้าพื้นที่ไหนมี กกต. ก็ถือไม้เรียวหวดสิครับ พื้นที่จังหวัดนี้มีการซื้อสิทธิขายเสียงมากแสดงว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่กํากับจัดการเลือกตั้งให้ดี หวดไปที่นายอําเภอสิครับ ท่านจะไม่เอา ก็ไม่เป็นอะไร ถ้าคิดว่าวิธีการแยกระหว่างคนกํากับดูแลกับคนจัดการเลือกตั้งเป็นคนละพวกแล้ว มันจะทําให้ฮั้วกันได้ ก็ไม่ว่ากัน ผมพูดอย่างนี้น้อง ๆ คนกระทรวงมหาดไทยก็มาว่าผม พี่ไปเอามาทําไมเขาอยู่ของเขาดีแล้ว อย่าไปยุ่งเขาเลย พวกเราไม่อยากเหนื่อย ผมก็อยากเรียน น้อง ๆ คนกระทรวงมหาดไทยนี่มันงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินครับ อะไรก็ตามที่ทําให้สามารถ สกัดกั้นการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงได้ แล้วให้การเลือกตั้งสุจริตยุติธรรมมันต้องทํา แล้วใครจะทําได้ดีกว่าท่านคนกระทรวงมหาดไทย ผมถามหน่อย มีเครือข่ายตั้งแต่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการท้องถิ่น แล้วก็สามารถสั่งการข้าราชการได้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่อยู่ในสังกัดในจังหวัดนั้น
ช่วงท้ายครับกราบเรียนเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ผมเป็นข้าราชการทั้งชีวิต ไม่เคยเป็นนักการเมือง อาจจะมีไบแอส (Bias) กับนักการเมืองบ้าง แต่ว่านักการเมืองที่ดีก็มีมาก แต่ผมเองประสบการณ์ในส่วนตัวไม่ค่อยเห็นนะครับ ปัญหาทุกวันที่มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการออกแบบรัฐธรรมนูญคนเป็นนักการเมืองบอกโอ้โฮไม่อยากเป็นแล้ว โดนตรวจสอบเรื่องภาษีย้อนหลัง โดนตรวจอะไร แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเรามีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นมีพรรคไหนพูดเลยกติกาไหนก็ได้ผมพร้อมจะเล่นเสมอ ไม่มีพรรคไหนพูดเลยสักพรรคเดียว การเข้าสู่อํานาจทางการเมืองกติกาอะไร ถ้าเราเป็นคนดีจริง ซื่อสัตย์สุจริตจริง กติกาไหนก็เข้าได้ ขอกราบเรียนทุกท่านด้วยความเคารพครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมแค่นี้ ขอบคุณมากครับ