สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘

อมร วาณิชวิวัฒน์ เสนอแนะการปฏิรูปองค์กรตํารวจให้เป็นอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ และเสนอแนวคิดในการเขียนรัฐธรรมนูญที่มีความสัมพันธ์กับประชาชน โดยใช้รัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตัวอย่าง พร้อมเรียกร้องความเข้มแข็งของสถาบันการเมืองและกฎหมายที่จะเสริมประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

ครับ ๒๐ นาทีท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผม นายอมร วาณิชวิวัฒน์ เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านการเมือง หมายเลข ๒๓๔ ซึ่งปกติก็จะไม่ได้พูดถึงหมายเลขนี้นะครับ พอดีวันนี้มีเวลาถึง ๒๐ นาที ก็พยายามจะใช้ให้คุ้มค่า ผมเองต้องกราบเรียนที่ประชุมให้ทราบดังนี้ว่า จริง ๆ แล้วผมมีความตั้งใจจะอภิปราย ในหลายหมวด แล้วก็หลายมาตราด้วยกัน แต่ก็ได้มีการเลื่อนด้วยเหตุผลหลายประการละครับ จริง ๆ แล้ววันนี้ก็คงพยายามจะสรุปให้อยู่ในประเด็นสําคัญ ๆ เพราะฉะนั้นท่านกรุณา อย่าประท้วงถ้าหากมีการพาดพิงบุคคล องค์กร หรืออาจจะข้ามโหมด (Mode) บ้าง ผมต้องกราบเรียนแล้วก็อาจจะตรงกับที่ท่านจรุงวิทย์พูดเมื่อสักครู่ว่า อาจจะมีบางท่าน อาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องของการไม่แยก คือไม่ได้แยกงานสอบสวนออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะว่าผมเองเป็นอนุกรรมาธิการปฏิรูปตํารวจเพื่อการบริการ ประชาชนหรือรับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ถ้าผมไม่ได้ฟัง การอภิปรายของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ มาในรถระหว่างเดินทางมาที่รัฐสภา ผมก็เข้าใจว่า ผมจะเชยมาก เพราะว่าผมเตรียมที่จะยืนยัน แล้วก็จะเตรียมการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ได้ทราบอยู่แล้วว่าในวันที่ ๒๘ เมษายนที่จะถึงนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการของเรา จะมีการอภิปรายในเรื่องของตํารวจ ซึ่งผมเองไหน ๆ พูดแล้วก็ขออนุญาตอย่างนี้ก็แล้วกันว่า อยากจะเรียนไปถึงท่านประธานให้ลองพิจารณาว่าในการบรรจุวาระดังกล่าว ซึ่งได้มีการแจ้งให้ บรรดาสมาชิกทราบเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ผมเองก็ได้รับซองจดหมายจ่าหน้าซองถึงผม ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติว่า ในวันจันทร์เราจะมีการงดการประชุม แล้วก็วันอังคาร ก็จะมีการบรรจุวาระเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูปตํารวจเข้ามาสู่วาระการพิจารณา ซึ่งประเด็นข้อโต้แย้งเมื่อสักครู่นี้ที่มีการพูดกันถึงการผิด หก ตก หล่นในการพิมพ์ก็เป็นที่ยุติแล้ว เนื่องจากทางท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ซึ่งเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้กรุณา ออกมารับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวไป ซึ่งเรื่องนี้ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วผมก็มองเห็นว่า ไม่มีเหตุจําเป็นประการใดที่เราจะมีการเลื่อนในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งการพิจารณา เรื่องดังกล่าวก็คงจะพิจารณาตามที่มีการแก้ไขว่าการให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีงานสอบสวนเป็นอิสระเช่นเดิมโดยไม่มีการแบ่งแยก ก็ลองดูว่าทางสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือจะมีมติเรื่องดังกล่าวนั้นอย่างไร ผมขออนุญาตฝาก ท่านประธานพิจารณาเรื่องนี้ด้วยนะครับ แต่ว่าในส่วนของการที่จะพูดกันถึงเรื่ององค์กรตํารวจ บังเอิญเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมเตรียมมาด้วย เตรียมมาไม่ใช่ว่านอกประเด็น แต่เตรียมมาเพราะว่าผมมีฐานะหนึ่งเป็นประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย ประการสําคัญก็คือมีแนวความคิดส่วนตัวของผมเอง ที่อยากจะเห็นองค์กรตํารวจเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะเข้าสู่ประเด็น ที่เราจะพิจารณาในเวลานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ แล้วก็องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ด้วยนะครับ ผมเองก็จะยกประเด็นตรงนี้เอาไว้ ถัดจากเรื่องที่ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้ เรื่องที่จําเป็นจะต้องพูดถึง อาจจะยังไม่มีสมาชิกท่านใด ได้กล่าวถึงนะครับ เพราะว่าหลายวันที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าเราเสียเวลาไปพอสมควร กับการแสดงความซาบซึ้ง การขอบคุณคณะกรรมาธิการเป็นเสียงสะท้อนมาจากทางบ้านว่า แต่ละท่านในช่วงวันแรก ๆ ใช้เวลาในการแสดงความมีน้ําใจนักกีฬา ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ เป็นสิ่งที่ดี คือแต่ละท่านใช้เวลาประมาณ ๑-๒ นาที บางท่านเลยเถิดไปถึง ๓-๕ นาที ในการกราบขอบพระคุณการทํางานที่หนัก เหน็ดเหนื่อยของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ชาวบ้านก็คูณตัวเลขมาให้ผมว่าถ้าเป็นเวลาไพรม์ ไทม์ (Prime time) นี้ ประมาณนาทีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านพูดกัน ๑๐๐ คนท่านก็เอา ๑๐๐ คูณตัวเลขนั้นไป ผมขอบพระคุณมากที่วันนี้ขอบคุณที่ไม่มีคนขอบคุณมากนักนะครับ ผมเองก็ต้องกราบขออภัยด้วยว่าถ้าหากมีการพาดพิงอะไรผมคงขออภัยครั้งนี้เป็นครั้งเดียว แล้วหลังจากนี้ก็คงจะพูดในเนื้อเรื่องที่จะพูดต่อไปในรายละเอียดใน ๑๕ นาทีกว่า ๆ ที่เหลือนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทํางานของกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ผมเองมีโอกาสไปเป็นอนุกรรมาธิการอยู่ ๑ ชุด ซึ่งก็พยายามทํางาน แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะความคิดเห็นในเรื่องขององค์กรอิสระต่าง ๆ อย่างเต็มที่ แต่เรื่องหนึ่ง ที่มีความไม่สบายใจมาตั้งแต่แรก กราบเรียนด้วยความเคารพครับ เพราะว่าอาจจะเป็น ยุทธศาสตร์ขององค์กรอิสระหลายองค์กรที่ทราบว่าจะมีการถูกปรับ โยกย้าย ตัดตอน อะไรต่าง ๆ นี้นะครับ ก็มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะเข้ามาสอดแทรก คําว่า สอดแทรก ในที่นี้ก็หมายถึงว่าส่งคนเข้ามาหรืออาจจะเป็นความต้องการของกรรมาธิการเองก็ตาม ที่จะดึงบุคคลที่อยู่ในองค์กรอิสระบางหน่วยงานเข้ามาเป็นองค์ประกอบของกรรมาธิการ ในส่วนของอนุกรรมาธิการนะครับ กรรมาธิการอาจจะได้มาโดยการคัดเลือกของ คสช. หรืออะไรก็ตาม แต่ว่าในส่วนของอนุกรรมาธิการมีส่วนผสมของตัวแทนองค์กรอิสระ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าในหลาย ๆ ครั้งที่ผมร่วมประชุมด้วยแล้วเรามีการพิจารณา ในเรื่องที่เกี่ยวกับองค์กรเหล่านั้น ผมมีความอึดอัดอย่างมาก เคยเรียนประธานอนุกรรมาธิการ ซึ่งเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอยู่ด้วยนี้นะครับว่าผมไม่ค่อยสบายใจ แต่ท่านก็ได้มี ความเมตตานะครับ ท่านก็พูดในทํานองว่าเรื่องที่เราพิจารณามันเป็นเรื่องค่อนข้างจะเป็น รายละเอียดปลีกย่อย ไม่ได้มีอํานาจในการไปทําอะไรกับองค์กรเหล่านั้นอย่างชัดเจน เพราะว่าอํานาจสิทธิขาดอยู่ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็รับทราบ แต่ก็ต้องเล่า ให้ฟังว่าบรรยากาศในการที่ผมจะไปพูดโจมตีด้วยเหตุด้วยผลนะครับ พูดถึงปัญหาต่าง ๆ ขององค์กรอิสระเหล่านั้นซึ่งโดยมารยาทแล้วถ้าอยู่ในที่ประชุมก็ควรจะออกจากนอกห้องประชุมไป แต่ว่าก็อาจจะเป็นกันเองครับ ไม่ได้มีเรื่องอะไรเหล่านั้น ผมเองก็กราบเรียนให้ทราบว่า ยุทธศาสตร์แบบนี้เลยทําให้องค์กรอิสระหลายองค์กรที่เราเคยพูดกันในหน้าสื่อมวลชนก็ดี รวมไปถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ก่อนที่จะมีการปฏิรูปการเมืองในครั้งนี้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่าง กกต. นี้นะครับ หรือแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญเป็นเป้าหมายใหญ่ ส่วน กสม. เป็นเรื่องที่คุยกันมานานแล้วละครับว่าจะมีการปฏิรูป จะมีการตัดออกไป หรือยุบเลิก ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง เรียนด้วยความเคารพครับว่ามันเกิดจากผลงานของหลาย ๆ คน ที่เป็นองค์ประกอบขององค์กรเหล่านั้นในอดีต โดยเฉพาะผู้นําองค์กรที่ผมเองก็คงไม่อยากจะ พาดพิงอะไรมาก แต่เรียนให้ทราบตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ แล้วท่านก็คงทราบดี ตุลาการ ในศาลรัฐธรรมนูญบางท่านในเรื่องของจริยธรรม ในเรื่องของมาตรฐานในการตัดสิน ซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็เกิดปัญหาวุ่นวายกัน ตรงนี้ก็ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเรื่อง การทํางานของ กสม. ที่ผ่านมาก็มีปัญหา มีข้อถกเถียง ข้อโต้แย้ง ความไม่เท่าเทียมกันของ ฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้อะไร โต้เถียงกันมากมายในสังคม แม้แต่ กกต. เอง บุคลิกภาพของ กกต. บางท่านก็ก่อให้เกิดปัญหาของการทํางานของ กกต. วันนี้กลายเป็นว่าปฏิรูปเรียบร้อย องค์กรอิสระหลายองค์กรที่เคยเป็นเป้าหมายของการปฏิรูป กลายเป็นองค์กรที่เติบโต แล้วก็มีอํานาจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ ผมเองที่จะต้องพูดถึงมาตรา ๗ ไม่ได้มีเหตุผลอื่น ไม่ได้ก้าวล่วงในเรื่องที่อาจจะไม่บังควร หรืออะไรนะครับ แต่อยากจะเรียนด้วยความเคารพว่า มาตรา ๗ เป็นมาตราที่สําคัญ แล้วก็เป็นมาตราที่เราเคยเรียกร้องที่จะหาช่องทางออกของความขัดแย้งทางการเมือง ในอดีตที่ผ่านมา ปรากฏว่าวันนี้เรามอบหมายให้คนประมาณ ๙ คน ที่อยู่ในตําแหน่ง ได้ประมาณ ๙ ปี คงไม่ประมาณครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าท่านทั้งหลายนั้น อยู่ในตําแหน่งได้ ๙ ปีด้วยกัน นานมากพอสมควร ผมไม่มั่นใจนะครับว่าตัวศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการรัฐธรรมนูญเองเขาจะมีความมั่นใจในองค์ความรู้ของเขาขนาดไหนนะครับ สําหรับมาตรา ๗ ผมอ่านให้ฟังก็ได้ครับ เพราะว่ามาตรา ๗ นี้เขียนเอาไว้ ถ้าท่านอยากจะทราบ รายละเอียดก็เปิดรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๗ ดูนะครับ กรณีไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ บังคับใช้ ผมจะอ่านอย่างสรุป ก็คือให้กระทําการ หรือวินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นี่คือวรรคแรก ส่วนในวรรคสอง กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการกระทําการ หรือวินิจฉัยให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดเพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ของตนก็ได้ ฟังดูเหมือนกับว่า ไม่ทําก็ได้ แต่ผมยืนยันครับว่าโดยประสบการณ์ที่ผ่านมาพอไปบัญญัติอย่างนี้ ผมคิดว่า ภาระงานของศาลรัฐธรรมนูญจะบ่าท้นเข้ามา คน ๙ คนคงรับงานไม่ไหวแน่ ข้อเรียกร้อง อีกหน่อยเพศสภาพอะไรที่ท่านเรียกร้องกัน ชาย หญิง แต่งงานกันได้หรือเปล่า แน่นอนชาย หญิง แต่งงานเป็นเรื่องปกติ แต่ชายแต่งงานกับชาย หญิงแต่งงานกับหญิงเป็นเรื่องพื้นฐานมาก ๆ เลย หลายประเทศเดี๋ยวนี้เขาออกกฎหมายรับรองโดยรัฐธรรมนูญแล้วด้วย เรื่องแบบนี้ก็จะเข้าสู่ ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเป็นข้อโต้แย้งไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติในประเทศของเรามาก่อน ผมก็เรียนด้วยความเคารพว่าท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าองค์คณะ ๙ ท่าน จะมีศักยภาพขนาดนั้น ที่จะรู้ล่วงไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นโบราณราชประเพณี แต่ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าในความคิดเห็นส่วนตัวผมนะครับ สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น คือสถาบันที่มีความเก่าแก่ ยาวนาน และอยู่คู่กับสังคมไทยมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีการเมืองการปกครอง หรือก่อร่างสร้างตัว เป็นประเทศขึ้นมา ๘๐๐ ปี ๙๐๐ ปีมาแล้ว นั่นคือสถาบันที่มีองค์ความรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ในประเทศไทย ผมก็คงจะไม่ลงรายละเอียดว่าในการปฏิบัติ ถ้าท่านพูดกันอย่างนี้ เขียนกันอย่างนี้แล้ว ในทางปฏิบัติสถาบันจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ผมไม่ไปก้าวล่วงตรงนั้น เพราะว่าเป็นเรื่องของพระราชอํานาจ แต่ก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าเรื่องแบบนี้ เป็นอันตราย แล้วก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจจะมองข้ามไปว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กร ที่จัดตั้งขึ้นมาเพียงประมาณ ผมคิดว่าไม่ถึง ๒๐ ปี ในความรู้สึก แล้วก็ความคิดเห็น จากประสบการณ์ที่ได้ผ่านมานะครับ

ในส่วนที่ ๒ เพราะว่าเวลาก็ค่อนข้างจะงวดเข้ามาแล้ว เพื่อให้ท่าน ได้รับทราบถึงประเด็นที่ผมกล่าวค้างเอาไว้ว่า ในเรื่องของกรณีการแยกงานสอบสวนออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้น เรามีความเห็นพ้องต้องกันพอสมควรทีเดียวนะครับ เป็นจํานวนเสียงเรียกได้ว่าข้างมากในคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตํารวจของเรา ผมเรียนให้ ท่านทั้งหลายได้ทราบถึงข้อเท็จจริง แล้วผมก็เชื่อว่าบางท่านก็มีประสบการณ์ส่วนตัว ท่านลองไปแจ้งความ ขึ้นสถานีตํารวจในเวลาประมาณดึก ๆ อย่างนี้นะครับ ท่านไปเจอ พนักงานสอบสวนที่อยู่เวร รับเรื่องราวร้องทุกข์อะไรในสถานีตํารวจ โอเคละครับ บางทีอาจจะเข้าเวรซ้อนกัน ๒ คน ๓ คนอะไรก็ว่ากันไป แต่หลายครั้งมีข้อร้องเรียนกันมา พอไปถึงพนักงานสอบสวนไม่อยู่ในที่ทํางาน เหตุผลง่าย ๆ ก็คือเรื่องที่มันจะเกิดขึ้นมา ในแต่ละรอบ วงรอบเวลามันเยอะแยะมากนะครับ บางทีมีฆ่ากันตาย บางทีมีอุบัติเหตุ พนักงานสอบสวนก็ต้องคนเดียววิ่งรอกไป แล้วความรับผิดชอบสูงมากครับ ทําผิดก็ต้อง รับไปคนเดียว ทําชอบอาจจะมีคนร่วมรับชอบด้วยนะครับ แต่ว่าเรื่องรับผิดเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนกังวล แล้วก็องค์ความรู้ของพนักงานสอบสวน ผมเองไม่ได้อยากจะไปยกตัวอย่างเรื่องราวในต่างประเทศ แต่บังเอิญเป็นผู้ที่อยากจะบอกว่า เป็นคนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องอาชญาวิทยาเพราะว่าผมสําเร็จการศึกษาด้านนี้มา ในต่างประเทศ ท่านก็คงดูภาพยนตร์ในต่างประเทศมาหลายเรื่องหรือแม้กระทั่งซีรีย์ (Series) อะไรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในทีวี (TV) เวลาพนักงานสอบสวนเขาทําหน้าที่ในเรื่องคดี อรรถคดีเขาก็ว่า ของเขาไป แต่ในเรื่องของนิติวิทยาศาสตร์ก็จะมีพนักงาน มีเจ้าหน้าที่ซึ่งเขามีความชํานาญ แต่องค์ความรู้ของนักเรียนนายร้อยตํารวจ ขออนุญาตพาดพิงนะครับ ที่ท่านจรุงวิทย์พูดถึงมานี้ ผมเองก็เคยเป็นอาจารย์พิเศษของโรงเรียนนายร้อยมา ๕-๖ ปีด้วยกัน เราไม่ได้สอนเรื่องนี้แล้วนะครับ ที่เป็นการสอนแบบเป็นผู้เชี่ยวชาญนะครับ แม้ว่าวันนี้อาจจะบอกว่ามีกําหนดในหลักสูตร มหาวิทยาลัยหลายแห่งอาจจะสร้างหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นความชัดเจนหรือการที่จะ เป็นพยานหลักฐานในการดําเนินคดีต่าง ๆ มันมีปัญหามากมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งหนึ่ง ที่ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่านี่ก็คือเหตุผลความจําเป็น ผมเองรักองค์กรตํารวจ ไม่แพ้ตํารวจเลยเพราะว่าโดยส่วนตัวเป็นอนุกรรมาธิการ คือเป็นคณะอนุกรรมาธิการ พัฒนาทรัพยากรบุคคลของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เป็นมาสมัยที่ ๒ แล้วนะครับ ๔ ปีแรก ๔ ปีหลังนี้ถ้าเป็นครบก็ ๘ ปีครับ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีเจตนาจะทําลายองค์กรตํารวจ แต่มองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อการปฏิรูป ซึ่งไม่มีความต้องเกรงใจ อะไรกัน เป็นการปฏิรูปเพื่อประชาชน เพื่อชาติบ้านเมืองที่เราจะต้องทําเต็มที่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องเราก็ต้องทําครับ ไม่มีความเกรงใจ เพราะว่าความเกรงใจหลายคนก็บอกกัน ตรง ๆ นะครับ ก็คือเป็นอุปสรรคของการพัฒนาประเทศที่ผ่านมา หลายประเทศก็บอกว่า ประเทศของเราน่าเสียดาย คนเก่งเยอะมากครับ คนเก่งไปเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัย ชั้นนําของโลกไม่ได้น้อยหน้าชาติใดในโลก ประเทศเพื่อนบ้านของเราเขาสู้เราไม่ได้นี้นะครับ เขาก็บอกว่าประเทศไทยน่ากลัว เพราะฉะนั้นวิธีการของเขาก็คือส่งคนที่เป็นข้าราชการ ไปเรียนหนังสือเยอะ ๆ นะ แล้วกลับมาให้เงินเดือนสูงมาก แก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ ประเทศของเขาวันนี้ก็เป็นประเทศที่เราก็เอาเขามาเป็นตัวแบบหลายเรื่องด้วยกัน ผมไม่อยากยกตัวอย่างเพราะว่าอาจจะมีสมาชิกบางท่านไม่ค่อยชอบที่จะพูดถึงประเทศนี้ เท่าใดนักนะครับ

ประการต่อมาผมอยากจะกราบเรียนในเวลาประมาณ ๕ นาทีที่เหลือนี้ว่า ในเรื่องของโครงสร้างรัฐธรรมนูญที่ท่านออกแบบมา เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมเองมีประสบการณ์ ในการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญของหลายประเทศทั่วโลก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เอาประเทศที่ อาจจะบอกว่าจะไปเปรียบเทียบกับประเทศไทยได้อย่างไร สาธารณรัฐประชาชนจีนนี้นะครับ ผมอ่านร่างรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐประชาชนจีน เกิดความประทับใจมากว่าอาจจะต้อง ฝากให้ท่านลองพิจารณาว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนในการเอามาพิจารณา คือสิ่งที่เรา เรียกร้องให้ประชาชนชาวไทย พลเมืองไทยมีความสํานึกในความรักชาติ รักบ้านเมือง แล้วก็หวงแหนแผ่นดินไทย การที่บอกว่าจะมีรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับหรืออะไรไม่สําคัญครับ แต่ว่าในร่างรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐประชาชนจีน เขียนให้ประชาชนมีความรู้สึกรักชาติบ้านเมือง เขียนมาตั้งแต่ว่าความอดอยากหิวโหย การก่อร่างสร้างประเทศมา มีผู้นําคนใดบ้าง ถ้าประเทศเราจะเขียน สมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชของประเทศไทยหลายพระองค์ ที่เป็นมหาราชใส่ไปได้เลยนะครับ เราก็คงจะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกันว่าเด็กไทยทุกวันนี้ เยาวชนไทยทุกวันนี้ไม่สนใจประวัติศาสตร์ ไม่รู้เรื่องราวของบ้านเมือง สาธารณรัฐประชาชนจีน เขาเล่ามากระทั่งถึงความสูญเสียอะไรต่าง ๆ กระทั่งสามารถเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ แล้วก็รัฐธรรมนูญเขานี้ออกแบบให้เห็นถึงอดีต ปัจจุบันและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็หมายความว่าการเขียนแบบนี้ มันจะผูกพันเชื่อมโยงกับประชาชน ผมจะใช้เวลาต่อเนื่อง อีกนิดหนึ่งนะครับเพราะว่าเหลือเวลาอีกประมาณ ๓ นาที ในฐานะของประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการบังคับใช้กฎหมาย เรามีเรื่องหนึ่งที่อาจจะต้องฝากทาง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะทํากฎหมายดังกล่าวนี้ ให้เป็นกฎหมายประกอบร่างรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญครับ ประทานโทษ เพราะว่าเรามีความคิดกันถึงเรื่องของกฎหมายกลางที่จะทําให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีประสิทธิภาพ ผมเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ว่าที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเราไม่มีอํานาจ ในการบังคับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย เรามีมาตรา ๑๕๗ แต่เราเชื่อว่า ถ้าเราสามารถมีกฎหมายดังกล่าวนี้ขึ้นมาจะเสริมประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ให้ดียิ่งขึ้น เพราะเหตุผลคือคณะกรรมการกลางเราจะมีคนที่เชี่ยวชาญในเรื่องต่าง ๆ เข้ามาเป็นองค์คณะ แล้วก็เราไม่ไปบังคับใช้กฎหมายไปลงแส้ไปฟาดฟันใครที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย แต่เราจะเสนอแนะ เราจะมีองค์กรที่ทําหน้าที่ในการตรวจสอบ ในการทําหน้าที่เหมือนกับ วิจัยพัฒนา เราคงเคยเห็นหลาย ๆ อย่างที่พัฒนามาได้อยู่ในทุกวันนี้เราก็จะพยายาม ลดแรงปะทะระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในบางกรณี ท่านดูภาพยนตร์เคยเห็น โรโบคอพ (Robocop) จริง ๆ แล้ววันนี้ในหลายประเทศก็เอาหุ่นยนต์ เอาอะไรต่าง ๆ มาบังคับใช้กฎหมาย แอนดรอยด์ (Android) โทรศัพท์ที่ท่านใช้ในโลกเสมือนจริง มันก็สามารถทํางานได้ในโทรศัพท์มือถือของท่านแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไกลเกินความฝัน แต่อย่างใด ผมเหลือเวลาอีก ๑ นาที ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปพรรคการเมือง ก็เป็นเรื่องที่รับปากกับทางคณะอนุกรรมาธิการของผมเอาไว้ว่า เมื่อมีเวลาขอให้พูด ซึ่งไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของผม แต่อันนี้เป็นมติของทางคณะอนุกรรมาธิการมีอยู่ ๔-๕ ข้อ ด้วยกันนะครับ

เรื่องแรกก็ตรงกับสิ่งที่ท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นก็คือในเรื่องของความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับกลุ่มการเมือง เหตุผลอย่างไร สมาชิกต่าง ๆ ก็ได้พูดถึงปัจจัยแวดล้อมเหตุที่จะนํามาซึ่งปัญหาต่าง ๆ

ประการต่อมาไม่เห็นด้วยกับเรื่องของ ส.ว. ที่มาจากการสรรหาทั้งเรื่องของ การล็อบบี เรื่องของการบล็อก โหวต (Block Vote) อะไรต่าง ๆ มากมาย

ประการต่อมาก็เป็นเรื่องของการทําสถาบันการเมืองให้เข้มแข็งซึ่งก็มีการเรียกร้อง อะไรต่าง ๆ มากมาย แต่ว่าวันนี้เวลามี ๒๐ นาที ผมรักษาเวลาครับ ก็ขอขอบพระคุณ ที่ประชุมแห่งนี้ ขอบพระคุณมากครับ