จุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ หารือเรื่องมาตรา ๒๖๘ ที่เกี่ยวข้องกับ กจต. และเรียกร้องการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง โดยไม่เห็นด้วยกับการมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๕ ท่าน ที่เรียกว่า กกต. ใหญ่ที่อยู่ส่วนกลาง และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้ง กจต. ว่าไม่มีความจำเป็น และขอให้ป้องกันการทุจริตในหน่วยการเลือกตั้ง
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทุกท่าน ตลอดจนท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ดิฉัน จุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๔๓ จากจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ วันนี้เป็นวันที่สําคัญ แล้วก็เป็นวันที่ดิฉันรอคอยมาพอสมควรที่จะมีโอกาสได้พูดเรื่องของมาตรา ๒๖๘ ที่เกี่ยวข้องกับ กจต. เมื่อกี้ท่านสุพรได้พูดไปแล้วเรื่องของ กกต. และ กจต. ก่อนอื่นต้องขออนุญาต ท่านอาจารย์นรีวรรณและท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เจ้าของ กจต. อิซึม (Ism) เพราะว่าตัวดิฉันเอง ก็รับฟังติดตามท่านมาตลอด แล้วก็พยายามคิดตามว่าจะดีแคลร์ (Declare) ให้ท่านได้เข้าใจปรากฏการณ์ที่แท้จริงในเรื่องของ การทุจริตการเลือกตั้ง การใช้คนในการจัดการเลือกตั้งได้อย่างไร ดิฉันนอนไม่หลับมา ๓ คืน นึกถึงแต่หน้าท่านเลิศรัตน์ตลอดนะคะว่าท่านจะโกรธไหมถ้าดิฉันจะพูดอะไรตามข้อเท็จจริง ออกไปนะคะ วันนี้ต้องขออนุญาตท่านนะคะว่าเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นสําคัญ ก่อนอื่น จะต้องเรียนว่าในเรื่องของการเลือกตั้ง ตัวดิฉันเองในฐานะปัจจุบันนี้ดํารงตําแหน่งเป็น กรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ เป็น ๕ เสือ กกต. ระดับจังหวัด เหลืออีก ๕ เดือน จะหมดวาระ ไม่ได้มีนัยเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝงใด ๆ ทั้งสิ้น อีกฐานะหนึ่ง เป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ซึ่งติดตามการเลือกตั้ง วิธีการเลือกตั้งในทั้งต่างจังหวัด และในระดับท้องถิ่น ในระดับชาติมาโดยตลอด อยากจะเรียนท่านอย่างนี้ค่ะว่าท่านเชื่อไหมว่า เรื่องของการเลือกตั้ง เราไม่ใช่เป็นผู้รู้ที่สุด มีคนที่รู้ดี รู้ลึกซึ้งมากกว่าเรา คนที่ดิฉันพูดถึงนี้คือ นักการเมือง ทั้งนักการเมืองระดับชาติแล้วก็นักการเมืองระดับท้องถิ่น ท่านเชื่อไหมคะว่า ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งเราจะต้องเตรียมการในการจัดการการเลือกตั้งเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นในการที่จะนําเสนอข้อคิดเห็นวันนี้ผ่านท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ดิฉันมีวัตถุประสงค์ในการพูดอยู่ ๒ ข้อ
ข้อที่ ๑ ดิฉันอยากจะขอความกรุณาจากท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยพิจารณาทบทวนการจัดให้มี กจต. มาดําเนินการจัดการการเลือกตั้ง
วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ดิฉันอยากจะพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นข้อเท็จจริง ในครั้งนี้ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่อาจจะนั่งฟังอยู่ด้วยความสนใจนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่เป็นพิเศษนะคะ ไม่ได้กลับบ้านหลายวันแล้วนะคะ
เพราะฉะนั้นในข้อที่ ๑ ก็อยากจะแบ่งกรอบของการพูดออกเป็น ๓ กรอบหลัก ๆ กรอบแรกก็คือปัญหาของการทุจริตโกงการเลือกตั้ง กรอบที่ ๒ ก็คือข้อเท็จจริงในเรื่องของ การทํางานของ กกต. และสุดท้ายดิฉันก็จะขออนุญาตเรียนว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สนับสนุน เรื่องของการมี กจต. นะคะ เมื่อเราพูดถึงเรื่องของการที่เราจะได้ผู้นําที่ดี ผู้แทนที่ดี นักการเมืองที่ดีเข้าสู่ระบบ ตัวดิฉันมองว่าเป็นเรื่องสําคัญและล้ําลึกที่สุดในเรื่องของการที่จะ นําพาประเทศไปสู่จุดที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทุกวันนี้เรารู้อยู่แก่ใจว่าบ้านเราเป็นอย่างนี้ เพราะอะไร ก่อนหน้าวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ที่ท่านอาจารย์ไพบูลย์พูดเมื่อกี้ ทุกคนรู้อยู่เต็มอก ดิฉันเดินมาสมัครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ด้วยความรู้สึกว่าทําไมบ้านเมืองเราต้องเป็นแบบนี้ ทําไมต้องมารบราฆ่าฟัน ตีรันฟันแทงกัน ทําไมไม่คุยกันดี ๆ ทําไมไม่ช่วยกันทําให้เมืองไทย เป็นเมืองไทยที่สงบสุข เรียบง่าย สมบูรณ์ ยิ้มแย้มแจ่มใสนะคะ ดิฉันก็อาจจะเป็น คนต่างจังหวัดที่อยู่ต่างจังหวัดเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็มองปรากฏการณ์ที่บ้านว่ามันเกิดอะไรขึ้น นักการเมืองท้องถิ่นเป็นอย่างไร นักการเมืองระดับชาติเป็นอย่างไร ก็ติดตามด้วย ๒ สถานะ ที่เรียนไปเมื่อกี้ว่าในฐานะที่เป็นกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดเชียงใหม่แล้วก็ในฐานะ นักวิชาการ แต่นอกเหนือจาก ๒ สถานะที่กล่าวไปแล้วนั้นดิฉันมีสถานะที่สําคัญมากกว่า ทั้ง ๒ สถานะคือสถานะของความเป็นคนไทย เป็นประชาชนไทย อีกสักพักก็จะยกระดับเป็น พลเมืองไทยนะคะ เพราะฉะนั้นในลักษณะของการที่เรามาคุยเรื่องของปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง ดิฉันพูดวันนี้ ดิฉันจะไม่เข้าข้าง กกต. แม้แต่นิดเดียว แต่ดิฉันอยากจะขอเรียนว่าความเข้าใจที่ถูกต้อง ที่เกี่ยวกับ กกต. ทั้งในสภานี้เองที่ดิฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับคนหลาย ๆ คน ยังไม่ทราบเลยว่า คําว่า กกต. ที่บอกว่า กกต. ก็ช่วยนักการเมืองโกง กกต. โน่น กกต. นั่น ดิฉันก็มักจะมีคําถาม กลับไปว่า กกต. ที่ว่านี้หมายถึง กกต. จังหวัด หรือ กกต. กลาง หรือ กกต. ท้องถิ่น หรือ ผอ. กกต. ที่อยู่สํานักงาน กกต. หรือเจ้าหน้าที่ กกต. หรือพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ กกต. หรือ กปน. ทั้งหมดนี้คือ กกต. ทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะเรียนว่าแค่ความเข้าใจคําว่า กกต. ยังไม่เกิดโดยทั่วไปเลยค่ะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ดิฉันก็พบกับนักการเมืองท้องถิ่น พบกับนักศึกษา พบกับประชาชนโดยทั่วไป ทุกคนก็บอกว่า กกต. นี่ไปบอกแล้วก็ไม่ทํา ให้ไปจับก็ไม่จับ ไปทําอะไรก็ไม่ทํา ดิฉันก็ถามว่าไปบอกกับใคร ไปบอกกับ กกต. จังหวัด ที่เป็นผู้หญิง ก็มีดิฉันคนเดียวเป็น กกต. จังหวัดที่เป็นผู้หญิง แต่จริง ๆ เขาหมายถึงเจ้าหน้าที่ ที่สํานักงาน กกต. ที่เป็นผู้หญิง อย่างนี้ไม่มีโอกาสได้อธิบายกับใคร ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตว่าในส่วนของ กกต. เอง จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายให้ชัดเจน แล้วจริง ๆ แล้ว กกต. จังหวัดเป็นจําเลยมาโดยตลอด คุยกับใครใครในสภา แม้กระทั่งในกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ที่อยู่ด้วยกัน ท่านก็จะบอกว่า กกต. จังหวัดล่ะตัวดี ดิฉันก็พยายามอธิบายไปเรื่อย ๆ ว่า เขาพูดว่า กกต. ทุกคนก็เคลม (Claim) ว่าเป็น กกต. จังหวัด อันนี้ก็ไม่ได้มาแก้ไข แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงนะคะ เพราะฉะนั้นอันดับแรกขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) นิดเดียวค่ะ
ขอสไลด์ที่ ๒ เลยนะคะ วันนี้ดิฉันจะมาขอไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ในเรื่องของคณะกรรมการดําเนินการจัดการเลือกตั้ง
สไลด์ที่ ๓ อันนี้อาจจะไม่เห็น แต่อยากจะขออนุญาตให้เห็นว่า ในภาพนี้ เป็นภาพของที่ดิฉันพูดไปเมื่อครู่นี้ว่าเราจะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๕ ท่าน ที่เรียกว่า กกต. ใหญ่ที่อยู่ส่วนกลาง ลงมาก็จะเป็นสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด เขาเรียกว่า สํานักงาน กกต. จังหวัด แล้วด้านขวาสุดก็จะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า กกต. จังหวัด ส่วนใต้เส้นประลงมาก็จะเป็นที่บอกไป เช่น เรามีภารกิจ ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เราก็จะมีการแต่งตั้ง กกต. เหล่านี้มาช่วยงานเฉพาะกิจ อันนี้จะมีนัยสําคัญไปถึงการอธิบายเรื่องการไม่ควรมี กจต. นะคะ ใต้เส้นประตรงนี้มา จะเป็นการตั้ง กกต. เขตนะคะ การตั้งอนุ. กกต. เขต การตั้ง กปน. คือคนเหล่านี้จะดูแลเรื่องของ การจัดการการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง แล้วเราก็จะมีคนที่มาเกี่ยวข้อง เช่น คนที่อยู่ ในหน่วยเลือกตั้งที่เราเรียกว่า กปน. นี้ ส่วนนี้จะเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนนะคะ หมดเวลาแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตใช้เวลาที่เหลือต่อนะคะ กรอบตรงนี้ทั้งหมด จะเห็นว่า
ขอสไลด์ต่อไปค่ะ ตรงนี้ที่ขึ้นมาคือโมเดล (Model) ของ กจต. ที่มาจาก ข้าราชการส่วนต่าง ๆ ทั้ง กจต. ส่วนกลางและ กจต. จังหวัด ซึ่งจะเห็นได้ว่า การมี กจต. ส่วนกลาง และ กจต. จังหวัดนั้น ก็คือแผงเดียวกับของเดิมที่มีอยู่แล้วก็คือใต้เส้นประนะคะ
สไลด์ต่อไปค่ะ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าไม่มีเหตุและความจําเป็นใด ๆ เลย ที่ต้องมี กจต. เนื่องจากว่าการมี กจต. ซึ่งมาจากข้าราชการประจําเราจะพบว่าเราปฏิเสธ ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้เลยว่าตั้งแต่อดีตก่อนปี ๒๕๔๐ ก่อนที่จะมีสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เราเปลี่ยนตัวเอง เหตุของการที่เราเปลี่ยนจําเป็นต้องมีองค์กรอิสระไม่ขึ้นอยู่กับใคร เนื่องจากความไม่เป็นกลางทางการเมือง แล้วก็การไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้เต็มที่ของ ข้าราชการประจํา โดยสรุปแล้วเราจะพบว่าถ้าหากเราป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ ในเรื่องของการเลือกตั้งซึ่งเรามองว่ามันอยู่ในหน่วยการเลือกตั้ง ดิฉันอยากจะขอเรียนว่า ณ ปัจจุบันนี้การทุจริตเลือกตั้งแทบจะไม่มีเลยนะคะในหน่วย เนื่องจากว่าพัฒนาการ การแก้ไขปัญหาจนมาปัจจุบันนี้ค่อนข้างประสบความสําเร็จพอสมควร
ประเด็นที่ ๒ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะมาทําหน้าที่ กจต.นั้น มีงานประจําอยู่แล้ว การลงลึกรายละเอียด การศึกษาวิธีการปฏิบัติ เรื่องของ กกต. ดิฉันเป็น กกต. จังหวัดอยู่เกือบปีกว่าจะเข้าใจอะไรทั้งหมดเลยนะคะ อันนี้เรียนจริง ๆ แบบไม่อายเลย กปน. มันคืออะไร นี่เขาเรียกอะไร กว่าจะทําความเข้าใจทุกอย่าง มันยากพอสมควร มันมีรายละเอียดเยอะแยะนะคะ เพราะฉะนั้นงานเดิมมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจริง ๆ เท่าที่กระซิบถามคนที่เขาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องเขาก็บอกเขาไม่อยากยุ่ง เขาขอเป็นฝ่ายสนับสนุนได้ไหม เขาจะสะดวกใจมากกว่า ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องคอยรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางอยู่ตลอด คอยดูว่าฝ่ายไหนจะมาวิน (Win) อันนี้ ที่สําคัญที่สุดที่จะต้องอะแวร์ (Aware) ที่สุดในโลกก็คือระบบอุปถัมภ์จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่งในเรื่องของ การจัดการเลือกตั้ง อันนี้ต้องฝากท่านพี่ประชาไว้ด้วยนะคะ ฝากผ่านไปกระทรวงมหาดไทย ฝากไปด้วยความรักว่าเชื่อน้องเถอะในเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง มันมีรายละเอียดเยอะมาก มีกลโกงเยอะมาก ทุกวันนี้ก็ยังต้องต่อสู้กับข้าราชการประจําอยู่เลย จับแล้วลื่นปรื๊ด ๆ เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าเราช่วยประเทศชาติว่าเราจะทําอย่างไรหาวิธีการจัดการเลือกตั้ง ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม อีก ๑ นาที เดี๋ยวเหลือ ๕ นาทีไว้พูดปฏิรูปการศึกษาคราวหน้า ๑ นาทีสุดท้ายอยากจะเรียนว่าที่ต้องแก้ไขและปรับปรุงพัฒนา ภาษาเหนือเขาเรียก ปิ้นจะหลิ้นปรับเลย กลับหัวกลับหาง กลับไปเขย่า ๆ คือ กกต. ทั้งสํานักงาน กกต. จังหวัด ทั้งโครงสร้างอํานาจหน้าที่ ทั้งบทบาทภารกิจ ถ้าท่าน พลเอก เลิศรัตน์อยากได้รายละเอียด ดอกเตอร์จุไรรัตน์พร้อมที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกและบอกเลยว่าตรงไหนควรจะไปเพิ่มอํานาจให้ กกต. ตรงไหนควรจะสร้างกลไกการตรวจสอบ ตรงไหนควรจะสร้างกลไกการลงโทษอย่างรุนแรง และเข้มข้นรวดเร็ว ก็ขออนุญาตอยากจะพูดให้หมดเวลา แต่ว่าในฐานะอาจารย์ ต้องขออนุญาตไปพูดที่ปฏิรูปการศึกษา
สุดท้ายนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ดิฉันมองเห็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ ที่ให้ความสําคัญในเรื่องของผู้นําทางการเมืองที่ดีและสถาบันทางการเมืองที่ดี ที่ต้องการที่จะ อยากได้ผู้แทนที่ดี แล้วก็มีผู้นําทางการเมืองที่ดี เพราะฉะนั้นเครื่องมือที่สําคัญที่สุดก็คือ กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ขอบพระคุณมากค่ะ