ขจัดภัย บุรุษพัฒน์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและองค์กรของรัฐ โดยเรียกร้องการปฏิรูปให้ทําหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเสนอรูปแบบการปฏิรูปที่เหมาะสม เช่น การควบรวมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ไม่ควรทำ เนื่องจากมีประชาชนและองค์กรหลายแห่งที่ไม่เห็นด้วย และจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเสียหาย นอกจากนี้ยังแสดงว่าการปฏิรูปหน่วยงานของรัฐที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้ไม่ควรรวมองค์กรทั้งสอง และควรพิจารณาทบทวนเพื่อคืนความสุขให้กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและผู้ตรวจการแผ่นดิน
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปและผู้ชมทางบ้านครับ ผม ขจัดภัย บุรุษพัฒน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๒๒ ครับ ผมขอขอบคุณ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งที่ช่วยกันทํางานด้วยความทุ่มเท เสียสละจนทําให้ พวกเราได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความคิดความเห็นในประเด็นต่าง ๆ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างมีความสุข เป็นเวลา ๕ วัน ๔ คืนมาแล้ว แล้วผมขอให้กําลังใจกรรมาธิการทุกท่านครับ ได้มีความอดทน อดกลั้น มั่นคง ไม่หวั่นไหว ตั้งใจนั่งฟังการอภิปรายจนจบครบ ๗ วัน ๗ คืนนะครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ประชาชนคนไทยกําลังตั้งใจรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยใจจดใจจ่อ ด้วยหวังว่าจะได้เป็นกฎกติกานําพาบ้านเมืองก้าวข้ามความขัดแย้ง ก้าวไปสู่ความก้าวหน้า ของความเข้มแข็งมั่นคงและความสงบสุขอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามครับ บางฝ่ายยังมีความเห็นต่าง ต้องการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในบางประเด็น เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าหากทุกฝ่ายประนีประนอมยอมกันบ้าง นําความเห็นต่างมาสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่อบ้านเมือง ประชาชนคนไทยคงจะได้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ดังใจปรารถนาอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ผมจะขอฝากข้อคิดเห็นผ่านไปยัง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นเกี่ยวกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่ ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ โดยภาพรวมแล้วผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่จะมีการปฏิรูป องค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทําหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามภารกิจที่กําหนดไว้ แต่ที่ผมไม่เห็นด้วยเพียงเรื่องการรวมระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กับผู้ตรวจการแผ่นดินตามที่กําหนดไว้ในหมวด ๒ มาตรา ๒๗๕ และมาตรา ๒๗๖ ผมมีเหตุผลที่จะชี้แจงดังนี้นะครับ
เหตุผลแรกนะครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีจนมีวัฒนธรรมขององค์กรเป็นของตัวเอง เจ้าหน้าที่ มีความภูมิใจในเกียรติและศักดิ์ศรี มีความผูกพันกับองค์กรอย่างแนบแน่น การนําองค์กรทั้งสอง ที่มีภารกิจและโครงสร้างต่างกัน มีวัฒนธรรมขององค์กรต่างกันมารวมกัน แทนที่จะเกิดผลดี ตามที่คาดคิดไว้ กลับจะสร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นมาแทนครับ
เหตุผลประการที่ ๒ องค์กรทั้งสองได้แสดงบทบาทตามอํานาจหน้าที่ ที่ได้กําหนดไว้มาเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับกัน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั้งภายใน และต่างประเทศครับ การนําองค์กรทั้งสองมารวมกันด้วยเหตุผลเพียงว่าเพื่อลดความซ้ําซ้อน ในการทําหน้าที่เพื่ออํานวยความสะดวกให้ประชาชนมายื่นเรื่องร้องเรียนและ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิทักษ์สิทธิประชาชน เหตุผลเพียงเท่านี้ผมเห็นว่าไม่มีน้ําหนัก พอที่จะยุบรวม ๒ หน่วยงานเข้าด้วยกันเพราะการแก้ไขปรับปรุงองค์กรทั้งสองทําได้ง่ายกว่า และสามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วนครับ
เหตุผลประการที่ ๓ สํานักงานของทั้งสองหน่วยงานมีระบบโครงสร้างองค์กร ที่แตกต่างกัน คือสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีโครงสร้างเป็น ส่วนราชการ ส่วนสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นหน่วยงานที่มีพนักงานของรัฐ ในการสนับสนุนการดําเนินงาน การควบรวมจะทําให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนระเบียบกฎเกณฑ์ ในการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นระบบเดียวกัน ซึ่งจะทําให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยใช่เหตุ และอาจนําไปสู่ปัญหาการบริหารงานบุคคลและงบประมาณ รวมทั้งทําให้การให้บริการ เรื่องร้องเรียนของประชาชนที่มีอยู่เดิมของแต่ละองค์กรขาดความต่อเนื่องและเกิดภาวะ ชะงักงันครับ
เหตุผลประการที่ ๔ การรวมองค์กรทั้งสองเข้าด้วยกัน มีผลกระทบต่อสถานะ ขององค์กรที่จะทําหน้าที่เป็นสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามหลักการปารีสว่าด้วย สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยจะทําให้ บทบาทขององค์กรใหม่ในเรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในฐานะสถาบัน สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ชัดเจนและอาจถูกลดความสําคัญลงไปได้
เหตุผลประการที่ ๕ จะสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลมากขึ้น เนื่องจากประเทศต่าง ๆ และองค์การระหว่างประเทศได้ให้ความสําคัญเป็นอย่างมากในเรื่อง สิทธิมนุษยชน มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยและคอยจับตามองสถานการณ์ ด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาอย่างใกล้ชิด หากมีการดําเนินการใด ที่สร้างผลกระทบต่อการทําหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะยิ่งเป็นการส่งผลลบต่อ ภาพลักษณ์ของรัฐบาลไทยมากขึ้นครับ
เหตุผลประการที่ ๖ จากบทเรียนการปฏิรูปที่ผ่านมาในปี ๒๕๔๕ การนําหน่วยงาน ๒ แห่งที่มีภารกิจต่างกัน มีวัฒนธรรมองค์กรต่างกันมารวมกัน ไม่ประสบผลสําเร็จแต่อย่างใด รังแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น ดังกรณีการนํากรมโยธาธิการและสํานักผังเมืองในสังกัด กระทรวงมหาดไทยมารวมกัน
ท่านประธานครับ เหตุผลประการสุดท้าย ซึ่งผมเห็นว่ามีความสําคัญ เป็นอย่างยิ่งที่น่าจะต้องรับฟัง นั่นก็คือแนวคิดในการรวมองค์กรทั้งสองในครั้งนี้ ปรากฏว่า มีประชาชน ภาคประชาชน สมาคมและองค์การต่าง ๆ จํานวนมากไม่เห็นด้วย รวมทั้ง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ (Human Rights Watch) และสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ก็ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน ที่สําคัญก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความเห็นสอดคล้องต้องกันคือไม่เห็นด้วยกับการควบรวมในครั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓ ท่านถึงกับออกมาชี้แจงแถลงความเห็นอย่างเปิดเผยนะครับ ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ได้ชี้แจงเหตุผลไปยังหน่วยราชการต่าง ๆ เช่นเดียวกัน ขณะนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติของเรากําลังรับฟังความคิด ความเห็นจากประชาชนคนไทย ทั่วประเทศเราถือว่าความเห็นของผู้คนทั้งหลายนั้นมีความสําคัญ เพราะฉะนั้นความเห็นของ องค์กรทั้งสองซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เรายิ่งจะต้องรับฟังและให้ความสําคัญ เป็นพิเศษครับ เมื่อเราได้รับทราบความเห็นของผู้คนและองค์กรจํานวนมากที่ไม่เห็นด้วย รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่เห็นด้วยกับ การรวมกันในครั้งนี้หากเรายังขืนดึงดันทําเรื่องนี้ต่อไป ก็เหมือนกับการบังคับขืนใจใช้วิธีคลุมถุงชน ให้คนเขาแต่งงานอยู่กินได้เสียเป็นเมียผัวโดยไม่เต็มใจ แล้วคนที่อยู่ด้วยกันจะมีความสุข ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ ท่านผู้รู้กล่าวไว้ว่าการลงทุนด้วยการให้ ผลกําไรคือความสุข ตอนเริ่มต้นอภิปรายผมได้ให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยการให้กําลังใจ ให้ความเห็นใจ ให้คําขอบคุณไปแล้ว ทําให้ผมมีความสุขลึก ๆ อยู่ในหัวใจครับ ขณะเดียวกัน ผมก็อยากจะให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านมีความสุขใจบ้างด้วยการให้ความเมตตา ให้ความเห็นใจโดยให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและผู้ตรวจการแผ่นดินมีสถานะเช่นเดิม ไม่ต้องมารวมกันอย่างที่เรากําลังจะดําเนินการอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นการคืนความสุข ที่ได้ผลมากที่สุด ท้ายที่สุดผมขอให้ท่านประธานและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ได้ช่วยกรุณาพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ