สุพร สุวรรณโชติ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่ององค์กรอิสระ เช่น กกต. และเสนอแนวทางในการสร้างองค์กรที่มีความเข้มแข็งและความโปร่งใส นอกจากนี้ยังชื่นชมมาตรา ๕๒ ที่กล่าวถึงสิทธิในการศึกษาของพลเมือง และเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้เป็นพลเมืองดี
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก สปช. และท่านผู้ชมทางบ้านที่รักทุกท่านครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเตรียมตัวอยู่นานเลยทีเดียว ท่านให้กรรมาธิการชี้แจงทําเอาผมมึนเลยครับ เอาละถึงอย่างไรก็จะต้องให้ข้อคิดนะครับ หลังจากที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ ที่ท่านกรรมาธิการได้ยกร่างรัฐธรรมนูญมาให้พวกเราได้ดูกัน ก็ยืนยันว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีคุณภาพ เป็นร่างที่ดีแต่อย่างไรก็ตามในบางมุมก็ยังมีบางส่วนที่จะต้องปรับแก้ ที่จะต้องมีข้อเสนอ และเติมเต็มดังที่ท่านไพบูลย์บอกไปแล้วว่าท่านก็ยินดีที่จะรับฟังข้อเสนอ เพราะว่า ท่านกรรมาธิการทุกท่านส่วนหนึ่งก็มาจาก สปช. ของเรา แนวความคิดก็ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นก็ยินดีที่ท่านเปิดใจรับฟังทําให้บรรยากาศในการที่จะหารือกันวันนี้ เป็นบรรยากาศที่ดี ผมคุยกับเพื่อนสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนานท่าน ผศ. สมเดช นิลพันธุ์ คุยกันว่าเราอภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ก็มีหลายมุมหลายแนวความคิด เราน่าจะมา เติมเต็มให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เดินไปข้างหน้าได้ หมายความว่าให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง อาจจะมีบางส่วนที่ต้องการแก้ไข บางส่วนต้องชื่นชมและบางส่วนต้องเติมเต็มเพราะฉะนั้น ถ้าเราประนีประนอมกัน ผมว่าก็จะทําให้การทําเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญนี้มีผลสําเร็จนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลา ๒๐ นาทีในการอภิปราย ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่ององค์กรอิสระ ก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็ในส่วนของการศึกษาบางมาตรานะครับ องค์กรอิสระ ที่กล่าวถึงนี้ก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญได้ให้มีนวัตกรรมในการ จัดการเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า กจต. ขึ้นมาทํางานคู่กับ กกต. แล้วก็จะมาจาก สภา สปช. ผมว่าแค่นี้ประชาชนก็มึนแล้วครับ เราใช้ตัวย่อกันมากเลยทีเดียว จริง ๆ แล้ว การทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ผมว่าโฉมหน้า ของการเลือกตั้งเปลี่ยนไปจากกระทรวงมหาดไทยสู่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีกระบวนการ จัดการเลือกตั้งที่ชัดเจน มีองค์กร มีหน่วยงาน มีคณะทํางาน มีบุคลากรที่ชัดเจน ผมได้มีโอกาสร่วมงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังจากมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ช่วยกันตั้งแต่เรื่องการเป็นกรรมการประจําหน่วย เป็นประธานกรรมการ เป็นผู้อํานวยการประจําหน่วย เป็นประธานกรรมการการเลือกตั้ง อบต. ประธานกรรมการเลือกตั้งเทศบาล และประธานกรรมการเลือกตั้ง อบจ. ตลอดจน เป็นประธานกรรมการการเลือกตั้งประจําเขต เลือก ส.ส. และ ส.ว. ได้ผ่านประสบการณ์ ในการมีส่วนร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเป็นเวลานาน ในกระบวนการ จัดการเลือกตั้งนั้นมีรูปแบบ มีความชัดเจน แล้วก็สามารถดําเนินการเองได้ด้วยตัวของมันเอง ในองค์กรใดก็ตามถ้าได้ดําเนินการในขั้นตอนที่ ๑ ๒ ๓ ต่อเนื่องกันก็น่าจะสําเร็จ ก็น่าจะเสร็จสิ้น เพราะว่ากระบวนการทํางานไม่จําเป็นต้องมีขั้นตอนการเชื่อมโยงกับองค์กรอื่น ที่จะเข้ามาร่วมกัน เหตุที่ผมต้องกล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าในการทํางานที่ผ่านมานั้น เห็นภาพชัดเจน หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง กกต. ก็เตรียมแต่งตั้ง คณะกรรมการ เราเรียกว่า คณะกรรมการประจําเขต ถ้าเลือก ส.ส. ส.ว. ก็มีกรรมการเขต ถ้าเลือก อบจ. ก็มีกรรมการการเลือกตั้งประจํา อบจ. เทศบาลและ อบต. ก็ทํางานกัน เตรียมเรื่องหน่วยเลือกตั้ง เรื่องที่เลือกตั้ง เรื่องกรรมการประจําหน่วย เรื่องอุปกรณ์ในการ จัดการเลือกตั้ง หีบบัตรคูหา เรื่องบัตรเลือกตั้งก็เตรียมกันอย่างดี ผมไม่เห็นมีอะไร ขาดตกบกพร่อง ถ้าจะถามว่าท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมองเห็นว่าการทํางานของ คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ดีก็น่าจะบัญญัติไว้ว่าท่านต้องการอะไร ท่านต้องการให้มีอะไร มีกระบวนการอย่างไร แต่การที่ท่านเสนอให้มีองค์กรตามมาตรา ๒๖๘ ให้มี กจต. เข้ามาช่วย ในการจัดการเลือกตั้งโดยมาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ท่านปลัดกระทรวงทั้ง ๖ กระทรวงกับอีก ๑ สํานักงานตํารวจเลือกขึ้นมา ก็มาจากข้าราชการ มาจากข้าราชการผมยืนยัน เพราะฉะนั้น การให้ข้าราชการมาร่วมเป็นคณะกรรมการเดียวกันก็ต้องตั้งเป็นคณะกรรมการ เชื่อไหมครับว่า ข้าราชการทุกประเภท ทุกกระทรวงก็มีบทบาทหน้าที่ ก็มีเหลี่ยมในการทํางาน มีวิธีการ ในการทํางาน กว่าจะรวมตัวกันติด กว่าจะเข้าอกเข้าใจกันการเลือกตั้งจะเสร็จแล้วนะครับ แต่กระบวนการอย่างนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เตรียมรูปแบบการเลือกตั้งไว้ชัดเจน หรือท่านเห็นว่าการเลือกตั้ง ถ้าท่านจัดให้มี กจต. นั้นจะทําให้ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ยอม แต่วันนี้การซื้อสิทธิขายเสียงโดยนักการเมืองประเภทที่ฉวยโอกาส ซึ่งในสภานี้ไม่มี เขาคงหาวิธีการทุกวิธีที่จะเข้าสู่สภานี้ให้ได้ กกต. ก็ต้องหาทางป้องกัน ต้องออกระเบียบ ต้องมีแนวปฏิบัติที่จะสกัดกั้นตรงนั้นมิให้นักการเมืองที่ได้ชื่อว่าไม่ดีเข้าสู่สภา เพราะฉะนั้นถ้ามี กจต.มาช่วยจัดการเลือกตั้งแล้วกระบวนการจัดการเลือกตั้งก็ล้อเหมือนกับที่ กกต. ทํา จะเป็นอื่นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ผมอยากให้ท่านประธานได้ช่วยกันคิดว่า เราทําไมต้องมีคนมาร่วมงานกันอีก เรื่องงบประมาณ เรื่องวิธีคิด เรื่องกระบวนการ ในการทํางาน ซึ่งจริง ๆ แล้วองค์กรอิสระนี้สามารถไปได้ตัวเองได้ ท่านบอกว่าท่านจะแยก หน่วยงานที่บังคับกํากับดูแลกับหน่วยงานจัดการเลือกตั้งออก ผมก็ขอแย้งว่า ก็มีหลายประเทศที่ให้ กกต. ทํางานเป็นเอกภาพและชัดเจน ตรงนี้ต่างหากครับ ถ้าเราต้องจะให้ กกต. มีความเข้มแข็งท่านเองต้องช่วยคิดด้วย เรื่องงบประมาณ เรื่องกระบวนการในการที่จะทําให้ การเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพก็ต้องช่วย แต่การจัดให้มีอีกคณะหนึ่ง เข้ามาร่วมทํางานคู่ขนานกัน การบังคับบัญชาก็ดี การมอบหมายงานก็ดี การประสานงานก็ดี ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ
และอีกอย่างหนึ่งที่มาของ กจต. ก็เป็นข้าราชการ ทุกท่านก็มีหัวหน้า มีผู้บังคับบัญชา และบนสุดก็น่าจะเป็นนักการเมือง ถ้ามีการกระซิบกันมาเป็นทอด ๆ อะไรจะเกิดขึ้นครับ แล้ว กกต. จะทําอย่างไร เราจะมีฝ่ายสืบสวน สอบสวนทําอย่างไร จะต้องดูแลสอบสวนคณะที่ทํางานเหมือนกันกระนั้นหรือครับ เพราะเรื่องนี้ผมคิดว่า อยากให้ท่านได้ใช้ความคิดอีกนิดหนึ่ง อยากให้ท่านได้เปิดใจ เพราะว่าวันนี้ กกต. นั้น มีสํานักงานอยู่ทั่วประเทศ มี กกต. จังหวัดต่อจาก กกต. กลางที่ทําหน้าที่บริหารจัดการ การเลือกตั้งในจังหวัด วันนี้ไม่มีการเลือกตั้งแต่ทุกจังหวัดมีภาระงานในเรื่องของการอบรม ชี้แจงให้ความรู้กับประชาชน กกต. ท่านหนึ่งท่านกล่าวว่าถ้าจะปลูกพืชต้องเตรียมดิน ถ้าจะเลือกตั้งต้องเตรียมคน ท่าน กกต. ประวิช รัตนเพียร ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ วันนี้ กกต. ก็เตรียมคนครับ มีงานการมีส่วนร่วมนั้นมีกิจกรรมตลอด สร้างเครือข่ายให้ความรู้ก็ทํางานกันตลอด อีกส่วนหนึ่งก็ช่วยการทํางานของ สปช. ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นภารกิจของ กกต. นั้น นอกจากจะมีความชัดเจนในกรณีที่มีการเลือกตั้งแล้วเราจะมีการเลือกตั้งกันเกือบทุกวัน ในจังหวัดใหญ่ ๆ ทุกเดือนต้องมีการเลือกตั้ง ก็มีภารกิจที่ทําแล้วชัดเจน ก็ยังยืนยันนะครับ ถ้าท่านคิดว่ามี กจต. แล้ว ทุจริตการเลือกตั้งจะไม่มีผมก็จะเห็นด้วย แต่ถ้ายังรับปากไม่ได้ ก็ยังขอยืนยัน ก็ขออนุญาตกราบเรียนไปถึงท่านกรรมาธิการ ก็ฝากข้อคิดอันนี้ไว้ด้วย เพราะว่าพนักงานทุกคนของ กกต. ก็มีความคิดว่าที่ทํางานกันมาหรือค่อย ๆ เด็ด ค่อย ๆ ดึง ดึงงานออกไปเพื่อให้องค์กรมันอ่อนแอหรืออย่างไร ทําไมเราไม่ทําให้ กกต. เป็นองค์กร ที่มีความเข้มแข็ง เพราะเป็นองค์กรที่จะคัดสรรคนเข้าไปนั่งในสภา ไปเป็นผู้บริหารประเทศ แต่ถ้าองค์กร กกต. อ่อนแอแล้วอยากจะทราบว่าจะมีการสกัดกั้นกันอย่างไร ถ้าให้ผมเสนอ ผมก็อยากเสนอว่านักการเมืองที่จะเข้ามาสู่ระบบการเมืองทุกระดับจริง ๆ แล้วมันต้องแสดงตน มันต้องขึ้นทะเบียน ที่เขาเรียกว่าจะชมภาพยนตร์ต้องตีตั๋วก่อนสิครับ คําว่า ตีตั๋ว คือไปลงทะเบียนว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่ระบบการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น แสดงบัญชีทรัพย์สิน มีทรัพย์สินเท่าไรบอกมา จบการศึกษาอะไร มีความปรารถนาจะพัฒนาประเทศอย่างไร หลังจากนั้นก็มอบหมายให้ กกต. ไปรวบรวม ไปทําการประชุมหาวิทยากรมาให้ข้อคิด เสนอแนะอบรมกันหน่อย ก่อนที่จะเข้ามาทํางานเพื่อชาติ ถ้ายังแข็งกร้าวอยู่ก็ให้อ่อนน้อมลงหน่อย ต้องเข้าโรงเรียนครับ เราก็จะได้นักการเมืองที่มีจิตสํานึกรักประเทศไทย วันนี้อยู่ ๆ ก็โดดเข้ามา เล่นการเมือง อยู่ ๆ ก็ข้ามรั้วเข้ามา ทําไมเราไม่จัดทางเดินให้ดีเลย ให้เข้ามาอย่างสง่า แล้วก็มีกระบวนการในการพัฒนาให้ความรู้ อย่างนี้สิครับทําไมรัฐธรรมนูญไม่เขียนไว้ให้ กกต. ทํา แต่กลับไปเขียนให้มีองค์กรมาช่วย จริง ๆ ช่วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะทําให้ กระบวนการทํางานนั้นมีปัญหาแน่ ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนฝากไว้ ตามที่ท่านไพบูลย์บอกยินดีจะรับฟังก็อยากจะเสนอเพื่อให้อย่างน้อยเป็นเครื่องคิดว่า คนของ กกต. ก็มองอยู่ ที่กราบเรียนอย่างนี้ผมได้ร่วมงานกับ กกต. มาเป็นเวลานาน และวันนี้ก็ยังเป็น กกต. จังหวัดอยู่ ก็สามารถจะพูดได้เต็มปากว่าภาระงานนั้นไม่ได้ยิ่งหย่อน ลงไปเลย แล้วก็สามารถที่จะตอบสนองรัฐบาลได้ทันทีทันใด แต่หลายฝ่ายอาจจะมองว่า องค์กรนี้มีความทุจริต มีปัญหาก็อาจจะเป็นปัญหาในส่วนตัว แต่ในภาพรวมแล้วทํางานเป็นระบบ ผมก็อยากจะชื่นชมท่านเลขาฯ กกต. ท่านภุชงค์ ท่านได้ให้ความร่วมไม้ร่วมมือกับสภาเราตลอด แล้วก็ถือว่าเป็นสุภาพบุรุษ กกต. ในใจทีเดียว เพราะว่าท่านก็มีประสบการณ์ในการทํางานเรื่องการเลือกตั้งมาตั้งแต่เริ่มมี กกต. เพราะฉะนั้นผมอยากให้สภาแห่งนี้ แล้วก็ท่านกรรมาธิการยกร่างช่วยพิจารณาอีกที ที่ผมได้กราบเรียนเบื้องต้นว่าถ้ามีอะไรที่ดีเราก็จะชื่นชม แต่ถ้าต้องมีการเพิ่มเติมเราก็อยากให้ เพิ่มเติมหรือปรับแก้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตนําเรียนในส่วนที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระ แต่เพียงนี้ก่อนนะครับ
ในส่วนต่อไปขออนุญาต ในเรื่องของการศึกษานะครับ ในเรื่องของการศึกษานี้ ก็ขอชื่นชม อย่างเช่นในมาตรา ๕๒ ท่านได้เขียนถึงพลเมืองมีสิทธิเท่าเทียมกัน ในการรับการศึกษา ผมอ่านอีกเที่ยวนะครับ มาตรา ๕๒ พลเมืองย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน ในการรับการศึกษาที่มีคุณภาพ จริง ๆ อยากจะเติมคําว่า พลเมืองย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน ในการได้รับการศึกษานะครับ ในมาตรา ๒๘๖ ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้เป็น พลเมืองดี มีความรู้ความสามารถโดยยึดหลักดังต่อไปนี้ ก็คือเรื่องการกระจายอํานาจ มีค่าใช้จ่ายรายหัวโดยตรงให้กับผู้เรียน มีการปรับปรุงระบบพัฒนาเด็กปฐมวัย ข้อที่ ๔ มีการปรับปรุงการอาชีวศึกษา ข้อที่ ๕ ปรับปรุงระบบอุดมศึกษา ท่านกรรมาธิการครับ ท่านลืมไป ท่านลืมการศึกษาขั้นพื้นฐานไป เพราะท่านปรับปรุงปฐมวัย อาชีวะ อุดมศึกษา แต่การศึกษาขั้นพื้นฐานท่านลืมไป ก็ขออนุญาตได้ใส่เรื่องการปรับปรุงตรงนี้ด้วย เป็นการปรับปรุงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าว ก็ดูแล้วในความรู้สึกของผมก็เห็นว่ามีความครอบคลุม แต่อาจจะมีบางส่วนที่จะฝากท่าน เพื่อให้เติมเต็ม เพราะฉะนั้นการที่ได้นําเรียนวันนี้ก็เชื่อว่าอย่างน้อยก็เป็นการบอกถึง ความจําเป็น แล้วก็ได้ฟังท่านกรรมาธิการชี้แจง เราก็มีเหตุผลซึ่งกันและกัน แต่ถ้าท่านได้ฟัง และได้รับทราบถึงความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องในการที่จะต้องดําเนินการแล้วก็อยากจะฝาก และขอความกรุณาท่าน ขอความเมตตาท่านด้วยในการที่จะทํางานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบงานนั้น ได้ทํางานอย่างคล่องตัวมีความสําเร็จ และที่สําคัญก็คือเกิดประสิทธิภาพต่อประชาชนทุกคนครับ ขอบคุณมากครับ