สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘

นรีวรรณ จินตกานนท์ เสนอข้อคิดเห็นในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและประเมินผลของคณะกรรมการภาครัฐที่ตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐ เพื่อให้มีความต่อเนื่องและความมั่นคงในการปฏิบัติงาน และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและประเมินผลที่โปร่งใสและเชื่อถือได้

รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ กรรมาธิการ

ขอบพระคุณค่ะ ดิฉัน รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นท่านไพบูลย์ท่านก็เสนอไปครบแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตามเพื่อที่จะทิ้งเวลาไว้ให้กับท่านสมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นซึ่งเราอยากจะ ได้มาก ๆ นั้นก็คงจะเสริมอีกเพียงเล็กน้อยนะคะ บางประเด็นที่อาจจะยังไม่ได้กล่าวถึง หรือว่าที่กล่าวถึงแล้วแต่ว่าดิฉันไม่ทันฟัง อย่างเช่นว่าในเรื่องของคณะกรรมการภาครัฐ ที่ตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐนี้นะคะ ดิฉันอยากจะเรียนว่าทั้ง ๔ คณะกรรมการที่ได้พูดถึงนี้ ท่านจะอยู่เพียง ๑ วาระ แล้วก็ท่านจะอยู่ ๖ ปีนะคะ ยกเว้น ป.ป.ช. ที่หลายท่าน ก็ได้มีข้อเสนอแนะมาแล้วว่าทําไม ป.ป.ช. ถึง ๙ ปี ๙ ปีเพราะเหตุว่า ป.ป.ช. นี้เป็นองค์กรที่ เป็นกึ่งตุลาการ เพราะฉะนั้นท่านมีกรณีที่จะต้องทํามากมายก็ต้องการความต่อเนื่อง ต้องการความมั่นคง ก็จึงเป็น ๙ ปีนะคะ อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ากรรมการของทุกคณะกรรมการก็ได้มาจากการสรรหา แล้วก็ท่านที่เป็นกรรมการของคณะกรรมการคณะใดคณะหนึ่งแล้วจะไปเป็นกรรมการคณะอื่น อีกไม่ได้และรวมถึงกรรมการสรรหาด้วย เช่น กรรมการสรรหา กกต. ก็ไม่สามารถจะไปเป็น กรรมการสรรหา ป.ป.ช. ได้อีก เป็นต้น อย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่เราคิดว่า จะได้มีการกระจายในเรื่องของการทําหน้าที่ทั้งหลายให้บรรลุผลสําเร็จยิ่งขึ้นนะคะ นอกจากนั้นก็มีในประเด็นที่ว่าในเรื่องของคณะกรรมการ กกต. หรือว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ซึ่งประเดี๋ยวท่าน พลเอกเลิศรัตน์ ท่านจะให้รายละเอียดเต็มที่นี่นะคะ เมื่อเช้านี้ มีท่านสมาชิกได้พูดแล้วว่าท่านก็เห็นด้วยว่าถ้ากรรมการที่ทําหน้าที่เป็นผู้กํากับดูแล หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คําว่า เรกกูเลเตอร์ นี้ จะมาเป็นผู้จัดการหรือเป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) เองมันก็น่าจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าไรนะคะ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นส่วนที่ เปลี่ยนไปซึ่งคุณไพบูลย์ท่านก็พูดถึงแล้วนะคะ ในส่วนของหลักการที่คุณไพบูลย์ได้พูดถึง ที่เราใช้กันนี้นะคะก็คือในเรื่องของการตรวจสอบนี้ก็ต้องชอบด้วยกฎหมาย สุจริต ปราศจาก ความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์นะคะ แล้วก็โปร่งใสตรวจสอบได้ในทุกการดําเนินงาน นอกจากนั้นแล้วเราก็ได้ให้ความคุ้มครองกับการตรวจสอบไว้ด้วยนะคะ การประเมินผลอันนี้เป็นสิ่งที่หลาย ๆ ท่านได้ถามดิฉัน เพราะเนื่องจากว่าดิฉันได้รับมอบหมาย ให้เป็นประธานอนุกรรมาธิการที่จะร่างพระราชบัญญัติในเรื่องของคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ก็ดีใจที่หลาย ๆ ท่านสนใจแล้วก็เห็นชอบด้วย แล้วก็อยากจะมีส่วนร่วมตรงนี้ ดิฉันขอเรียนว่า หลักการที่เราได้พูดกันก็คือทุกภาคส่วนก็ต้องตรวจสอบได้ จะไม่มีใคร ถึงแม้ว่า เราจะตรวจสอบคนอื่น คนอื่นก็ต้องมาตรวจสอบเราได้เช่นเดียวกัน และการตรวจสอบ ก็โปร่งใส แล้วก็เช่นเดียวกับท่านไพบูลย์และท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านนั้น ได้เคยเรียนไปแล้วเมื่อวันก่อนว่าเราต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ที่ได้ให้ความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ แล้วในฐานะที่ดิฉันก็เป็นครูบาอาจารย์ตลอดชีวิต ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสําหรับสภาทั้งหลาย ถ้าพูดกันอย่างสร้างสรรค์ และมีความเรียกว่าด้วยเจตนาอันดีที่จะทําประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เพื่อสังคม เพื่อลูกหลานเราต่อไป บรรยากาศเช่นนี้ถ้าเป็นตัวอย่างของสภาอื่น ๆ ต่อไป ดิฉันคิดว่า พวกเราก็ควรจะภาคภูมิใจที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทําสิ่งเหล่านี้ ดิฉันเรียนว่าส่วนตัว เมื่อดิฉันเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่เป็น ส.ว. ดิฉันอยากจะเห็นบรรยากาศการประชุม ที่เป็นการประชุมอย่างสร้างสรรค์จริง ๆ ไม่ใช่เป็นการเมืองแล้วก็มาเสียดสีด้วยคําพูด หรือด้วยอะไรทั้งหลาย หรือว่าพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ขออภัยนะคะ ใช้คําชาวบ้านก็แล้วกัน ซึ่งดิฉันคิดว่าตรงนั้นสภาแห่งนี้ได้แสดงว่าส่วนใหญ่แล้วท่านเป็นสภาในเชิงวิชาการจริง ๆ เราก็น้อมรับและเราพร้อมที่จะรับทุกข้อเสนอแนะและทุกข้อคิดเห็นแล้วก็ได้เอามาพิจารณา แล้วก็คงจะรับแล้วก็เอามาพิจารณาอีกต่อไป เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เราจะทําได้ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ดิฉันขอใช้เวลาเพียงแค่นี้ อย่างที่เรียนนะคะดิฉันอยากจะ ได้เวลาทิ้งไว้ให้พวกท่าน เพื่อที่ท่านจะได้แสดงความคิดเห็นให้พวกเราอย่างเต็มที่ ขอบพระคุณค่ะ