จรัส สุวรรณมาลา หารือเรื่องการปฏิรูปตํารวจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกระบบงานสอบสวนออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อให้มีความเป็นอิสระ และขอโทษในความผิดพลาดที่ฝ่ายธุรการไม่ได้ตัดถ้อยคำที่ไม่ถูกต้องออกไป
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงที่มีท่านผู้อภิปรายท่านบอกว่า สาระสําคัญของ (๘) ของมาตรา ๒๘๓ ไม่ตรงกับบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ใน (๘) นี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีความเป็นอิสระ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปตํารวจนะครับเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญ แล้วก็เป็นที่สนใจ ของประชาชนมานานนะครับ ในการจัดเวทีในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ก็จะมีคนถามมาเรื่อยครับว่าจะมีการปฏิรูปตํารวจกันหรือไม่ อย่างไรนะครับ ในเรื่องนี้ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ให้ความสําคัญเป็นพิเศษครับ ในการยกร่างในหมวดปฏิรูปนะครับ ท่านประธานครับ ทางประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ตั้งหัวข้อเรื่องการปฏิรูปตํารวจ เอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยนะครับ ผมเข้าใจว่าตั้งใจจะให้เป็น ๑ มาตราในหมวดปฏิรูป แล้วก็ได้เพียรถามว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้รับข้อเสนอจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในเรื่องนี้มาบ้างหรือยัง จะได้นํามาประมวลแล้วก็ยกร่างขึ้น แต่เวลาเนิ่นนานมากครับ ผมเข้าใจว่านานจนกระทั่งประมาณสักต้น ๆ เดือนมีนาคม ซึ่งเรายกร่างกันไปหมด เกือบจะครบทุก ๆ ส่วนแล้วก็จะเริ่มต้นขั้นการทบทวนนะครับ ก็ยังไม่ได้รับข้อเสนอเรื่อง การปฏิรูปตํารวจจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานก็ถามหลาย ๆ ครั้ง ผมก็อาสาครับ บอกว่าผมจะมาขอประสานกับทางสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยตรง เพราะก็ทราบว่าในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ใครรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง กระผมก็ได้ประสานกับประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้าง อํานาจหน้าที่และกระบวนการทํางานตํารวจเพื่อประโยชน์ของประชาชนนะครับ ท่านก็กรุณาให้ทําบันทึกเป็นข้อความสั้น ๆ ไปนะครับ แล้วก็มีข้อความสั้น ๆ พร้อมกับ ประเด็นการปฏิรูปตํารวจสัก ๗-๘ ประเด็นไปให้ตั้งแต่ต้นนะครับ แล้วก็มีบันทึกไปถึงทาง ท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานตอบผมมาว่าบันทึกที่ได้รับจาก ท่านประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้าง อํานาจหน้าที่และกระบวนการทํางานตํารวจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนยังจะเอามาประกอบการพิจารณายกร่างไม่ได้นะครับ จะต้องเป็น บันทึกที่มาจากประธานกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมโดยตรงนะครับ เพราะว่าจะมีความเป็นทางการแล้วก็จะได้เอามายกร่างได้ถูกต้องนะครับ ในที่สุดกระผม ก็มาเล่าให้ท่านประธานกรรมาธิการฟังนะครับ ท่านคณะอนุกรรมาธิการได้ทราบ ในที่สุด ในวันที่ ๙ มีนาคมครับ ท่านประธานครับก็มีบันทึกจากประธานกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมนะครับ เป็นข้อเสนอการปฏิรูปองค์กรตํารวจในข้อเสนอนี้ ตามบันทึกนี้มี ๑๕ ประเด็น ในหัวข้อที่ ๗ ผมเข้าใจว่าเป็นหัวข้อที่ตรงกับเรื่องที่เรากําลัง พิจารณากันอยู่นะครับ ผมขออนุญาตอ่านนะครับว่าในหัวข้อที่ ๗ เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับ การปฏิรูประบบงานสอบสวน แล้วก็มี ๒ ตอนนะครับ คือตอนแรกบอกว่าการแยกระบบงานสอบสวน ให้เป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือ อันนี้ตอนที่ ๒ นะครับ หรือให้เป็นหน่วยงานอิสระแต่ยังขึ้นตรงกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ พร้อมกับบันทึกฉบับนี้ก็มีบันทึกรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมนะครับ ได้มีการบันทึกการประชุม ในหน้า ๒๐ ก็มีข้อความว่า ในวรรคต้นของหน้านี้บอกว่าด้วยเหตุดังกล่าว จึงได้สรุปการพิจารณาว่าจําเป็นต้องแยก งานสอบสวนจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยเสนอให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บัญญัติถ้อยคําไว้ในรัฐธรรมนูญและจัดทําร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสํานักงานสอบสวน คดีอาญาแห่งชาติ ผมขออนุญาตที่จะไม่อ่านต่อนะครับ อันนี้ก็เป็นถ้อยคําที่เราได้รับจาก กรรมาธิการด้านการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อได้รับข้อความนี้แล้ว เมื่อได้รับข้อเสนอนี้แล้วทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ให้อนุกรรมาธิการซึ่งทําหน้าที่ยกร่างเพื่อที่จะนํามาพิจารณาในที่ประชุมนะครับ อนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีการประมวลสาระสําคัญทั้ง ๑๕ ข้อนี้นะครับ ไปเป็นถ้อยคําที่จะยกร่างขึ้นมานะครับ จะเป็นวรรคแปดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา ๒๘๒ ความจริงถ้อยคําที่บันทึก กระบวนการที่เรายกร่างกันทางฝ่ายธุรการก็จะพิมพ์ถ้อยคํา ที่ประมวลขึ้นเพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณากันบนจอคอมพิวเตอร์ ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปงานสอบสวน ถ้อยคําที่พิมพ์ก็จะเป็นทํานอง ปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีความเป็นอิสระแยกออกมาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระผมเข้าใจว่าที่อนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญใช้ถ้อยคํานี้ก็เพราะว่า
ประการแรกถ้อยคํานี้อยู่ในตอนแรกของข้อ ๗ ซึ่งบอกว่าให้ปฏิรูป งานสอบสวนให้เป็นองค์กรอิสระไม่ขึ้นตรงต่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือบันทึกรายงานการประชุมซึ่งก็เขียนตรงกัน เขาก็เลยเลือกตรงนี้ มาบัญญัติไว้เป็นต้นร่าง ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้มีการอภิปรายกัน อย่างกว้างขวางในหลายประเด็น แต่สําหรับประเด็นเรื่องงานสอบสวนก็มีการอภิปรายกัน เป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าน่าจะมีการปรับระบบงานสอบสวนให้เป็นอิสระ แต่ไม่ต้อง ไปแยกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คือให้ยังอยู่ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อีกฝ่ายหนึ่ง ก็บอกว่าแยกออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ในที่สุดท่านประธานครับ มติของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งปรากฏตามบันทึกการประชุม เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ถ้อยคําเป็นอย่างนี้ที่ถูกต้อง ถ้อยคํามีว่า ปรับระบบงานสอบสวน ให้มีความเป็นอิสระ ถ้อยคําที่ต่อจากนั้นที่เขียนว่า แยกออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มติที่ประชุมให้ตัดออกไป กระผมเข้าใจว่าเนื่องจากตอนที่เราอภิปรายกัน ฝ่ายธุรการ ก็จะแก้ถ้อยคําในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่หน้าจอไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ผมเข้าใจว่าถ้อยคํา ที่ให้ตัดออกไป คือ คําว่า ปรับปรุง ให้ตัดคําว่า ปรุง ออก แล้วก็ถ้อยคําที่บอกว่า แยกออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็ให้ตัดออกเหมือนกันนะครับ แต่ว่าทางฝ่ายธุรการไม่ได้ตัดออก ก็เป็นความผิดพลาด ตัวกระผมเองซึ่งเป็นคนรับผิดชอบดูแลในงานปฏิรูปตํารวจก็ต้องขออภัย แล้วก็รับผิดตรงนี้ที่ไม่ได้ดูร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาว่าเขาตัดออกครบถ้วนแล้วหรือยัง ก็เลยกลายเป็นความผิดพลาด คณะกรรมาธิการต้องขอประทานโทษในความบกพร่องนั้น แล้วก็ขอยืนยันมติว่าที่ถูกต้องเป็น ปรับระบบงานสอบสวนให้มีความเป็นอิสระ คณะกรรมาธิการขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่ได้กรุณาชี้ประเด็นนี้แล้วก็จะนําไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ