ไวกูณฑ์ เสนอร่างกฎหมายกองทุนยุติธรรม ยืดอายุเกษียณ 65 ปี ปรับโครงสร้างสภาปฏิรูป

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘

ไวกูณฑ์ ทองอร่าม หารือร่างรัฐธรรมนูญโดยเสนอให้ตรากฎหมายว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย จัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เพื่อคุ้มครองสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งเสนอแนะให้ปรับเกณฑ์เกษียณอายุราชการจาก ๖๐ ปี เป็น ๖๕ ปี และทบทวนการกำหนดอายุผู้พิพากษาอาวุโสเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร รวมถึงหารือโครงสร้างของสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศโดยเสนอให้ตัดสมาชิกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติออก เนื่องจากมองว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปมีบุคลากรเพียงพอแล้ว

นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๙๓ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้เปิดโอกาสนําเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญให้กับสมาชิกสภาแห่งนี้ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ ในการที่จะรับฟังข้อคิดเห็นที่ต่างมุม ต่างแง่คิดจากสิ่งที่ท่านได้ไประดมสมองและกําหนดมา ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจึงขอให้ท่านได้นําสิ่งที่จะเป็นข้อเสนอแนะจากสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณ ทรงความรู้ที่มีมุมมองที่แตกต่างจากท่าน ได้นําเสนอสาระที่เป็นประโยชน์ ดังเช่นภาษิตที่ว่าหลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว แต่ถ้าคนที่เป็นฝี เขาจะบอกว่าหัวเดียวดีกว่าหลายหัว ในการดําเนินการนั้นขอให้ได้ยึดความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของประชาชนเป็นสิ่งที่จะยึดโยง ขอให้ท่านระลึกเสมอว่าในปีนี้เป็น ๑๒๐ ปีบารมีพระปกเกล้า ซึ่งได้มีพิธีเฉลิมฉลองและอยากจะให้ได้ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ ที่ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญ ให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นจงยึดโยงต่อความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดที่ได้สัมผัสและได้จัดทําเวทีต่าง ๆ ได้รับข้อคิดเห็น ได้รับข้อเสนอแนะจากประชาชนทั้งหลายในหลายมุมมอง หลายประเด็น แม้แต่จังหวัดจันทบุรีที่ผมได้ดําเนินการนั้นผมดําเนินการแล้วเสร็จทุกเวทีครับ ขณะนี้ ๑๒ เวที สรุปความคิดเห็นของประชาชนหมดแล้ว ในการที่เราจะเฉลิมฉลองให้กับพระองค์นั้น สิ่งที่จะทําได้ก็คือการที่พระองค์เต็มใจที่จะสละพระราชอํานาจของพระองค์ให้แก่ราษฎร ก็ขอจงได้ยึดโยงต่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง นําความคิดเห็นของประชาชน มาเป็นหลักในการที่จะดําเนินการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมจะนํามาเสนอ ต่อสภาแห่งนี้คือจากการสํารวจของสถาบันพระปกเกล้าเมื่อวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๑ มกราคมที่ผ่านมา โดยสํารวจจากประชาชนทั่วประเทศจํานวน ๕,๘๐๐ คน เหล่านี้น่าที่จะเป็นสิ่งที่อยากจะ นํามาเสนอให้เป็นข้อคิดต่อสภาแห่งนี้ว่าประชาชน ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์อยากให้มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนยุติธรรมเพื่อเป็นเครื่องมือในการดูแลประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจาก กระบวนการยุติธรรม ร้อยละ ๙๗.๑ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่ากระบวนการยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรมนั้นควรได้รับการเยียวยาตามมาตรา ๒๘๒ ให้มีการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามแนวทางดังต่อไปนี้

เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดี ให้ตรากฎหมายว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดี โดยมีหน่วยงานที่ ให้คําแนะนําทางกฎหมายที่จําเป็นแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จัดทนายที่มีความสามารถทางคดี อย่างแท้จริงเพื่อดําเนินคดีทางแพ่ง ทางอาญาและทางปกครองให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งจัดตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดีขึ้นเพื่อการดังกล่าว โดยสนับสนุนให้ประชาชนและองค์กรวิชาชีพที่มีส่วนร่วมในการดําเนินการดังกล่าว หลักการและเหตุผลในส่วน ๒ มาตรา ๒๘๒ (๒) สิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณา อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวดเร็ว เป็นธรรมและมีมาตรฐานที่ชัดเจน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม ในส่วนที่ ๒ นั้น ผมเสนอให้ควรเพิ่มเติมให้รัฐจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา และกองทุนเยียวยา ให้กับจําเลยในคดีอาญาเมื่อภายหลังจากถูกพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุด สิ่งนี้คงจะเป็น ที่ตระหนักนะครับว่าประชาชนหรือพลเมืองเมื่อต้องคดีอาญานั้นมีศาลถึง ๓ ศาลที่จะต้อง ดําเนินการในการที่จะต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองและเมื่อต้องคําพิพากษาในศาลชั้นต้น ได้รับผลกระทบทั้งทางสังคม ทางเศรษฐกิจมากมาย และเมื่อมีความสามารถที่จะต่อสู้ เขาย่อมจะต่อสู้ และผลของการต่อสู้นั้นผลทางคดีเป็นอีกอย่างหนึ่ง บุคคลเหล่านั้นควรจะ ได้รับการคุ้มครอง นี่จึงเป็นเหตุให้ได้นําเสนอถึงความจําเป็นที่จะต้องระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ในการที่จะเยียวยาบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรม นอกจากนั้น จากมุมมองของผมซึ่งไม่ใช่ทั้งนักกฎหมายและทั้งนักรัฐศาสตร์เป็นนักบริหารการศึกษา มองว่าการที่จะยกระดับมาตรฐานคุณภาพทางสังคมของประชากรไทยหรือของคนไทยได้นั้น ย่อมเกิดจากคุณภาพมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม ถ้ากระบวนการยุติธรรมของสังคมเรามีมาตรฐานที่สูง ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐาน คุณธรรมของคนไทย และในทางตรงข้าม หากมาตรฐานการปฏิบัติงานยุติธรรมค่อนข้างที่จะ ไร้มาตรฐาน หรือมีความแตกต่างทางมาตรฐาน ย่อมชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานของสังคมไทย ย่อมต่ําด้วย เป็นบ่อเหตุของทั้งความบาดหมาง ความวิวาท แตกแยกในสังคมตามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายก่อนหน้านี้ว่าความปรองดองนั้นจะเกิดขึ้นได้ด้วย เหตุสําคัญอีกประการหนึ่งคือมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ถ้ามาตรฐาน เป็นธรรมนั้นสังคมไม่แตกแยก สังคมปรองดอง แต่ถ้าหากอยู่ในสภาพอีกฝ่ายหนึ่งขังลืม อีกฝ่ายหนึ่งลืมขัง เมื่อไรก็ต้องแตกแยกบาดหมาง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในการสํารวจของสถาบันพระปกเกล้ามีสิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง ผมอยากจะสะท้อน ให้เห็นถึงมุมมองของนักบริหารการศึกษาบ้างว่ามองร่างรัฐธรรมนูญนี้อย่างไร ท่านเก็บข้อมูลมา ๕,๘๐๐ คนทั่วประเทศไทยตามที่ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ คุณสุภัทราที่นั่งข้างหลังผมเป็นผู้แถลง เป็นผู้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าประชาชนเห็นว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง และต้องมาจากการเลือกตั้งร้อยละ ๗๐.๑ สมาชิกวุฒิสภาควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดร้อยละ ๖๒.๓ อันนี้เป็นวิชาการนะครับ ที่ท่านหรือสถาบันพระปกเกล้าได้ทํามา สภาแห่งนี้เป็นสภาวิชาการ หากเราไม่เชื่อวิชาการ เราจะไปเชื่ออะไรว่าความคิดเห็นของประชาชนเขาต้องการอะไร เราทํามาด้วยมือของเราเอง อย่าให้เป็นเหมือนฮ่องกง ท่านคงจะทราบว่าฮ่องกงเกิดอะไรขึ้นเมื่อผ่านมา การจลาจล ที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นเนื่องจากในปี ๒๕๖๐ รัฐบาลจีนบอกจะให้เลือกผู้ว่าฯ แบบเสรี แต่ในขณะที่ ก่อนที่จะถึงเลือกผู้ว่าฯ อย่างเสรีนั้น รัฐบาลจีนก็เสนอให้เลือกผู้ว่าฯ ที่มาจากการเสนอ โดยรัฐบาลจีนเท่านั้น ชาวฮ่องกงรับไม่ได้ครับ รับไม่ได้ จลาจลเกือบเป็นเกือบตาย ขออภัยครับท่านประธาน ผมขอต่อครับ เกือบเป็นเกือบตายแล้วก็ยังไม่รู้ว่าในปี ๒๕๖๐ นั้น จะบรรลุสมประสงค์ของชาวจีนหรือไม่ ต้องขออภัยด้วยที่อาจจะมีการอภิปรายย้อนไปบ้าง แต่ก็อยากจะได้สะท้อนมุมมองให้เห็นนะครับ

ต่อไปครับในมาตรา ๒๒๖ ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง และประธานศาลอื่นนอกจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลทหารมีวาระดํารงตําแหน่ง ๔ ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว ในกรณีที่ ผู้ซึ่งพ้นตําแหน่งดังกล่าว ยังไม่พ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุที่เกษียณอายุราชการ ให้แต่งตั้ง ผู้นั้นดํารงตําแหน่งอื่นตามที่องค์กรบริหารบุคคลของศาลนั้นกําหนด ผู้พิพากษาหรือตุลาการ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลอื่นนอกจากศาลทหาร ซึ่งมีอายุครบ ๖๕ ปีบริบูรณ์แล้ว เป็นอันพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณนั้น ผู้มีอายุ ๖๕ ปี และพ้นจากราชการในปีนั้น อาจรับราชการเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการอาวุโสต่อไปได้ จนมีอายุ ๗๐ ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าตามที่ท่านกรรมาธิการได้นําเสนอ พื้นฐานของหลักนิติธรรม สิทธิและความเสมอภาคของบุคคล ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นว่าในขณะนี้ส่วนราชการที่จะสามารถอยู่ในตําแหน่งได้ถึงอายุ ๖๕ ปี มีไม่กี่ส่วนราชการ ๑. คือศาล ๒. อัยการ ๓. ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และสาธารณสุขบางตําแหน่ง เช่นแพทย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่จะอยู่จนถึงตําแหน่ง ๖๕ ปี ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ แต่กรณีที่จัดให้ศาลหรืออัยการได้อยู่ในตําแหน่ง ๖๕ ปีนั้น เป็นความแปลกแยกแตกต่างจากข้าราชการอื่นโดยสิ้นเชิง ทั้ง ๆ ที่ศักดิ์และสิทธิของ ความเป็นราชการที่สอบบรรจุหรือเข้าแข่งขันในการรับราชการนั้นมีความเท่าเทียมกัน อาจจะเห็นว่าแม้แต่ศาลของกรมพระธรรมนูญหรือศาลทหารก็ยังเกษียณอายุราชการที่ ๖๐ ปี ผมไม่ขัดข้องในการที่จะปฏิบัติงานจนถึง ๖๕ ปี เพราะว่าในช่วงอายุของคนในปัจจุบันนี้ มีความเข้มแข็งและยืนยาวขึ้น มีความแข็งแรงที่จะปฏิบัติได้ แต่เห็นว่าควรที่จะได้มี ความเสมอภาคกับทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ท่านน่าที่จะ โอเพน (Open) ทุกกระทรวง ทบวง กรม ท่านก็เปิดหมดเลยว่า ๖๕ ปีหมด ส่วนกรณี ๗๐ ปีนั้น ผมเห็นว่าในสังคมปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก การกําหนดผู้พิพากษาอาวุโสอายุ ๗๐ ปี เรากําหนดตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๒ ๑๐ กว่าปี เกือบ ๒๐ ปี ในปัจจุบันนี้มีเด็กรุ่นใหม่ ผู้พิพากษาหนุ่ม ๆ จํานวนมากสอบผู้พิพากษาแต่ละครั้งเกือบ ๑๐,๐๐๐ คน ในปัจจุบันนี้รับ ๑๐ กว่าคน เหมือนคอขวดที่มันตัน เด็กรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาทํางานแล้ว แคบมาก เพราะไปติดที่การออกจากราชการของผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งเด็กรุ่นใหม่นี้น่าเห็นใจ จบการศึกษาในระดับที่สูงอาจจะต่างประเทศเยอะแยะ มีความรู้ความสามารถ ก็น่าที่จะ เปิดโอกาสให้เขาเข้าสู่ระบบของราชการได้มากขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการ เพราะว่า เด็กบรรจุใหม่อัตราเงินเดือนไม่แพง และในอดีตนั้นก็ต้องยอมรับว่าเรามีความจําเป็น ที่จะต้องคงผู้มีความรู้ไว้จนอายุ ๗๐ ปี แต่ปัจจุบันนี้มันมีความเปลี่ยนแปลงทางสังคมไป แพทย์เสียอีกสิครับ แพทย์ศัลยกรรม แพทย์ผ่าตัดบางท่านมีความเชี่ยวชาญชํานาญมาก พวกนี้ต้องรักษาไว้ เพราะจะหาคนที่มีความชํานาญผ่าเอาหูซ้ายมาไว้หูขวาได้มันไม่มีอีกแล้ว ในประเทศไทยอย่างนี้เป็นต้น ก็ควรจะให้เขาอยู่ ๗๐ ปี คงผ่าไม่ได้หรอกครับ แต่ผมก็ยกตัวอย่างไปอย่างนั้นเอง หูซ้ายมาไว้หูขวา อันนี้เป็นข้อคิดเห็นในการที่ คณะกรรมาธิการน่าจะได้ทบทวนหรือสร้างความเสมอภาคให้กับกลุ่มราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม โอเพนมาเลยครับ ๖๕ ปี กลุ่มคนสูงวัยก็น้อยลง ส่วน ๗๐ ปีท่านก็ไปพิจารณาดู ตามความเหมาะสม ถ้าจะให้หน่วยงานยุติธรรมหรือหน่วยงานอื่นที่มีความจําเป็น เช่น แพทย์ หรือศาสตราจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะมากมายก็ให้เขาไปด้วย

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ นอกจากนี้ผมอยากพูดถึง สภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศและกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ บุคคลมาจาก ๓ ส่วน

ส่วนที่ ๑ มาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จํานวน ๖๐ คน

ส่วนที่ ๒ มาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จํานวน ๓๐ คน

ส่วนที่ ๓ มาจากวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญต่าง ๆ อีก ๓๐ คน รวมแล้วเป็น ๑๒๐ คน ผมในฐานะคนนอกคงไม่ได้มาอยู่ในสภาแห่งนี้เพื่อมีวัตถุประสงค์ใด ๆ ยังมีตําแหน่งหน้าที่ที่จะต้องทําอีกหลายปี ผมมองว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติตั้งขึ้นมาเพื่อ วัตถุประสงค์ของการปฏิรูป คัดคนเข้ามาเพื่อทําหน้าที่ในการปฏิรูป แล้วช่วงเวลามีไม่มากที่จะทําการปฏิรูปให้บรรลุผลสําเร็จ สภาขับเคลื่อนนี้ไม่จําเป็นที่จะต้อง ไปเอาบุคคลอื่นเลย คณะกรรมาธิการปฏิรูปมีเกือบ ๒๐ กว่าคณะ เอามาคณะละ ๕ คน ก็ไม่พอแล้วครับที่จะมาใส่ในกรรมการชุดนี้ สามารถที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เดินหน้าได้ อย่างรวดเร็วไม่ต้องมาตั้งต้นกันใหม่เพราะทุกคนได้เรียนรู้ ได้ศึกษามาเกือบหมดแล้ว ตั้งแต่คอนเซพชวล (Conceptual) ตั้งแต่เมธอด (Method) ผมเสนอว่าน่าที่จะตัดสภา สนช. ๓๐ คน รวมทั้งถ้าหากเป็นไปได้ก็ทั้งหมดเลยก็จะดี ผมมองในฐานะที่เราหรือสภาแห่งนี้ เป็นสภาที่มีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะ คัดคนเข้ามาทําการปฏิรูปโดยเฉพาะ ไม่มีเวลามากหรอกครับ และสิ่งที่ท่านกําหนดไว้ในการปฏิรูปค่อนข้างมากเยอะแยะไปหมดจะทําไหวหรือเปล่า

ต่อไปผมขอว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวคือในปัจจุบันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นได้มีบทบาทหน้าที่หรืออาจจะเรียกว่า กกต. มีอํานาจหน้าที่ ควบคุมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ควบคุมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น และควบคุมการออกเสียง ประชามติให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันนี้คือบทบาทหน้าที่ของ กกต. นะครับ นอกจากนั้นก็จะมีคณะกรรมการที่จะเข้ามาจัดการเลือกตั้ง กจต. ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิบางท่าน ได้ทักท้วงไปว่าจะเป็นความซับซ้อน อันนี้ก็แล้วแต่ แต่ผมเห็นว่าฝ่ายควบคุมกับฝ่ายจัด แยกกันก็เหมาะสมแล้ว ท่านก็ไปทําการเลือกตั้งมา จัดการมา ฝ่ายที่ควบคุมให้สุจริตยุติธรรม ก็ทําไป กกต. มีหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่หน้าที่ของ กกต. ก็สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ในการดําเนินการดังกล่าว แต่มีอยู่ข้อหนึ่งที่ผมอ่านแล้ว ผมก็เห็นว่าไม่เหมาะสมไม่สอดคล้อง คือข้อ ๑๑ ส่งเสริมและสนับสนุนหรือประสานกับ หน่วยงานของรัฐ หรือสนับสนุนองค์การเอกชนในการให้พลเมืองศึกษา ในข้อ ๑๑ หน้าที่ของ กกต. และการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมือง ผมขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานเพื่อที่จะให้จบตรงนี้เลยแล้วไม่ต้องไปขอเวลาต่อนะครับ กกต. ไม่น่าที่จะมาทําในเรื่องของการจัดให้การศึกษากับประชาชน เป็นการสิ้นเปลือง ทรัพยากรเปล่า ๆ หน่วยงานที่จะจัดทําหรือจัดให้การศึกษาพัฒนาคนก็คือ กระทรวงศึกษาธิการครับ มีมือไม้มากกว่า มีคนมากกว่า มีเทคโนโลยีมากกว่า แล้วก็มีหลักสูตรหลากหลายกว่าที่จะให้ความรู้กับพลเมืองในการที่จะส่งเสริมพลเมือง ให้รักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นเสนอให้ตัดข้อ ๑๑ หน้าที่ของ กกต. ครับ เพราะส่วนนี้กระทรวงศึกษาธิการทําได้อย่างสบาย ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องให้เกิดความซ้ําซ้อนในการบริหารทรัพยากร ทั้งเงิน ทั้งคน ทั้งวัสดุ และผมมั่นใจว่า กระทรวงศึกษาธิการทําได้ดีกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีบุคคลากรอยู่ในระดับจังหวัดนั้น เพียงไม่กี่คนในการที่จะปลูกฝังให้ประชาชนเกิดความรู้ดังกล่าว ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ