เกรียงไกรภูมิเหล่าแจ้ง หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการกระจายอำนาจและให้อำนาจแก่องค์กรบริหารท้องถิ่น และเรียกร้องการปฏิรูปมาตรา ๒๑๕ วรรคหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้น เข้าเรื่องเลยนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกคนที่ ๒๙ ของประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คนที่ ๒๙ ครับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ท่านประธานครับ ในบางครั้งคนเราการทํางาน เมื่อมาเสียสละเพื่อชาตินั่งอยู่ตรงนี้แล้ว ทําไมต้องเอาส่วนตัวมายุ่ง ผมเชื่อมั่นว่ากรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญมีหน้าที่มานั่งฟังรับข้อเสนอแนะ รับข้อคิดเห็น ท่านมั่นใจหรือครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญของท่านถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมฟังเพื่อนกรรมาธิการพูด ท่านครับ ทุกคนล้วนเอา ช่องว่างของร่างรัฐธรรมนูญนั้นมาพูดให้พวกท่านฟัง แต่ท่านกลับไม่ฟัง หลายท่านฟังผมนั่งดูอยู่ ผมให้คะแนนนะครับ ผมให้อาจารย์คํานูณ สิทธิสมาน เบอร์ ๑ ครับ นั่งฟังตลอด ผมถึงบอกว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ท่านเป็นปราชญ์ เป็น ๓๖ อรหันต์ ท่านเป็นมือ ๑ ของประเทศตอนนี้ ท่านกําลังร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้คนทั้ง ๖๔ ล้านคน ๖๕ ล้านคนใช้ครับ ตราไว้ในแผ่นดินครับว่าท่านทํางานนี้สําเร็จ พวกผมเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เป็นกระจกส่องให้ พวกท่านว่าพวกท่านนั้นตรงไหนที่มันจุดด่างดําที่ต้องนําไปแก้ไข แต่นี่ดูสิครับ นับชื่อเลยครับ ไม่ถึงครึ่ง ผมจะนําเรียนด้วยครับว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่องอย่างไร แต่ผมเข้าเนื้อหาสาระผมก่อน ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาของ ส.ส. ที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่มาของ ส.ส. นั้น ต้องยอมรับความจริงครับว่า ในอดีตที่ผ่านมา ส.ส. ที่มีมาทั้งหมด ๔๐๐ คน ๕๐๐ คนนั้น สร้างแต่ปัญหาในประเทศ เราต้องยอมรับความจริงครับ แสวงหาอํานาจและผลประโยชน์ทุกคน ไปฟ้องผมเลย นี่คือเรื่องจริง ท่านครับ พรรคใหญ่เกิดขึ้นมา ๒ พรรค รัฐธรรมนูญเขียนไว้ สร้างความเข้มแข็งในแผ่นดินให้มีพรรคใหญ่ พรรคใหญ่เหล่านั้นกลับแย่งกันเป็นใหญ่ ลืมกติกาของบ้านเมือง ลืมประชาชน ลืมแผ่นดินเกิด แสวงหาอํานาจและผลประโยชน์ หาวิธีการทุกวิธีการเพื่อที่จะล้มกัน มันถึงเกิดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญกําลังดําเนินการอยู่ ท่านลองย้อนกลับไปดูถ้าท่านฟังผมนะครับ หัวหน้าพรรคทั้ง ๒ พรรค ท่านไปทบทวนตัวเองดูว่าในอดีตที่ผ่านมาท่านทําอะไรให้กับ แผ่นดินบ้าง ท่านประธานครับ ที่มาของนายกรัฐมนตรีผมเห็นด้วยที่เอาคนนอก คราวที่แล้ว เกิดวิกฤติไม่สามารถใช้นายกรัฐมนตรีมาตรา ๗ ได้ มันจึงเกิดตรงนี้ แต่พวกอดีต ส.ส. รัฐมนตรีไม่ยอมรับสักคนออกมาตีโพยตีพาย ผมถามกลับไปว่าท่านเหล่านั้นใช่ไหมเป็นคนทําถึงได้มีตรงนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจงยอมรับเสีย และอีกอย่างหนึ่งครับ ผมเกรงว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เขียนไว้ว่าเมื่อเกิดภาวะวิกฤติแค่บอกว่า มาจากคนนอกแค่ ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สักวันหนึ่งนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เกิดฟลุค (Fluke) ถูกล็อตโต (Lotto) สักแสนล้าน ผมอยากมาซื้อ ส.ส. สัก ๓๐๐ คน เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือครับท่าน ท่านลองคิดข้อนี้นะครับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เอาไปปรับปรุงที่มาสมาชิกวุฒิสภานําเรียนด้วยความเคารพครับ สมาชิกวุฒิสภามาจาก การเลือกตั้งนั้นชอบด้วยระบอบประชาธิปไตยทั้งประเทศ แต่ท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญกําลังจะเอานางงาม ๑๐ คน มาให้พวกผมเลือก มันไม่ถูกต้อง ท่านก็ปล่อยให้เลือกตั้งไปเลย ๗๗ คน สรรหาอีก ๑๒๓ คน เอาผู้ทรงคุณวุฒิที่ท่านกําหนดไว้ ชอบธรรมแล้ว เอามามิกซ์ (Mixed) ใส่กัน คละใส่กันเกิดความชอบธรรมในสังคม แต่ถ้าท่านคัด ๑๐ คนในจังหวัดมาให้ประชาชนเลือก นั่นละครับไม่ชอบธรรม ท่านรู้ได้อย่างไรว่ากรรมการสรรหาเหล่านั้นจะล็อบบี (Lobby) ไม่ได้ ซื้อไม่ได้ กลับไปคิดครับนี่ คือเรื่องของบ้านเมือง เพราะฉะนั้นบ้านเมืองตรงนี้อยู่ที่ ๓๖ อรหันต์ ท่านต้องกลับไปคิด และพวกเราทุกคนพูดล้วนมีเหตุมีผล บางคนนั่งเล่นไลน์ (Line) นั่งคุยกันไม่เคยฟัง ผมสังเกต แต่ผมไม่เอ่ยชื่อ ท่านประธานครับให้ความสําคัญกับพวกผมบ้าง นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมมองมาโดยตลอด วกกลับมาเรื่องท้องถิ่นท่านประธานครับ ผมเป็นนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เป็นเทศบาลตําบลเล็ก ๆ ผมเห็นการพัฒนาท้องถิ่นมาตลอด ๒๐ กว่าปี ผมเคยเป็นอดีต ส.จ. เป็นอะไรมาเยอะแยะ กระจายอํานาจ คําว่ากระจายอํานาจ ผมมองดูแล้ว ๒๐ กว่าปี ยังเหมือนเดิม ท่านเขียนสวยหรูเถอะครับในรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อผู้ปฏิบัติรัฐบาลเข้ามา ท่านไม่เขียนรัฐธรรมนูญครอบงํา ควบคุมเขาให้ทําตามรัฐธรรมนูญมันก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ ท่านครับมาดูในรายมาตราครับท่านประธาน มาตราที่สําคัญที่สุดที่ผมจะพูดท่านดูตัวอย่าง ในมาตรา ๒๑๒ เปิดตามผมด้วยครับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านจําได้หมดไหม ถ้าท่านจําไม่ได้หมดท่านเปิดดูครับ เขาเขียนไว้ว่าองค์กรบริหารท้องถิ่นต้องมีคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งแค่นี้เอง แต่ใน ส.ส. บอกมาจาก การเลือกตั้งครบ มีวาระ ๔ ปี ทําไมไม่เขียนให้มันชัดเจนขึ้น หรือท่านไปเขียนในกฎหมายลูก ให้อยู่ ๒ ปี ปีเดียว นี่มาตรา ๒๑๒ นะครับท่านประธาน
อีกมาตราหนึ่งครับท่านประธาน ที่ผมอ่านแล้วผมมีความรู้สึกที่น้อยเนื้อต่ําใจ ผมยังไม่ทราบว่าผมเองนี่เป็นพลเมืองหรือประชาชน ประธานครับ มาตรา ๒๑๕ วรรคหนึ่ง เขาเขียนไว้ว่าประชาชนหรือชุมชนย่อมมีสิทธิ มีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการกําหนดรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงเขตปกครองท้องถิ่น การบริหารท้องถิ่น การออกเสียงประชาชนระดับท้องถิ่น การตรวจสอบดําเนินงาน การถอดถอน คณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านครับผมฟังวันแรกประชาชนคนไทยเป็นพลเมือง แต่ประชาชนคนอยู่ในประเทศไทยถือว่าเป็นประชาชน พม่า เขมร เวียดนาม ลาว อยู่ในประเทศไทยเป็นประชาชนใช่ไหมครับ แล้วผมยอมไม่ได้ที่ลาว เขมร จะมาถอดถอนผม ท่านประธานครับกลับไปคิดใหม่ครับ และมาตรานี้ไม่สมควรบรรจุไว้ด้วย นี่คือความเป็นจริงครับ ท่านประธาน และมิหนําซ้ําท่านประธานครับ มาตรานี้เป็นมาตราที่ฟังดูแล้วหลายคนพูดติติง เหลือเกินเพราะอะไรครับ การทํางานการบริหารราชการแผ่นดินส่วนท้องถิ่นนั้นมันจะสะดุด เป็นลูกระนาด เกิดผมเป็นฝ่ายค้านผมสอบตกผมไปเป็นสมัชชาพลเมือง ท่านครับ ผมว่ามาตรานี้มันจะสร้างความแตกแยกในแผ่นดิน ผมจะต้องหาวิธีการโค่นเขา เหมือนกัน หรือไม่ก็ญาติโกโหติกาผมก็ต้องไปเป็น หรือถ้าซื้อได้ผมก็ต้องตรวจสอบอยู่นั่นละ รับรองว่าบริหารไม่ได้แน่นอน กลับไปคิดครับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ที่น่าอดสูที่สุด ท่านประธานครับ ท่านมาดูมาตรา ๒๑๖ ซึ่งผมเป็นกรรมาธิการด้านปกครองส่วนท้องถิ่น ระบบการกลั่นกรองของเราให้คณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองมาก่อน เสร็จแล้วนําขึ้นมา คณะกรรมาธิการใหญ่ ท่านครับ แล้วค่อยนําเสนอคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ ท่านประธาน นี่คือระบบที่เราทํากันทุกคณะกรรมาธิการ แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับ ท่านไปดูมาตรา ๒๑๖ ผมพูดภาพรวมเลยก็ได้ เรากําหนดไว้ให้มี ก กลาง ก กลาง คือหมายถึงที่กรุงเทพมหานคร และ ก ต่างจังหวัด เป็น ก เดียวทั้งหมด อบจ. อบต. เทศบาลไม่มี มันชอบธรรมแล้ว ทุกคนเห็นด้วยหมด ไม่มีใครคัดค้าน แต่ท่านประธานครับ คําว่า ก พิจารณาโยกย้ายอะไรต่าง ๆ อยู่ในนี้หมด แต่มีอยู่ข้อหนึ่งครับท่านประธาน (๓) ให้มีคณะกรรมการดําเนินการแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่นโดยระบบคุณธรรม ในแต่ละจังหวัด ท่านครับ ท่านรู้ไหมว่าข้อ ๓ (๓) อนุกรรมาธิการ โดยท่านอาจารย์ถาวร ขออนุญาตเอ่ยนาม อนุกรรมาธิการมีทั้งหมด ๑๕ คน ไม่เอา ๑๔ คน เอาคนเดียวขอสงวนไว้ บอกว่าจะไปวิ่งเอง เสร็จแล้วขึ้นมาคณะกรรมาธิการใหญ่ คณะกรรมาธิการใหญ่มี ๒๐ กว่าคน มีคนเดียวขอสงวนไว้ ปรากฏว่าเสียงข้างน้อยปรากฏในนี้ครับท่านประธาน มันคืออะไรครับ ท่านประธาน มันคือการล็อบบีกันหรือ ถ้าตั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือรัฐธรรมนูญล็อบบี แล้วท่านมั่นใจไหมครับว่ามาตราอื่นจะไม่มีใครไปล็อบบีเอา เพราะฉะนั้นคนที่ล็อบบี เอามาตรานี้ วงเล็บนี้ เห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าแผ่นดิน ท่านประธานครับ ตรงนี้ละครับ สิ่งที่ผมอยากจะนําเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้ามีการล็อบบีกันอย่างนี้ ผมรับไม่ได้ ผมอยากให้ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกลับไปปฏิรูปใหม่ ยังมีเวลาครับ นี่เป็นเพียงยก ๑ ยก ๒ ยังมียก ๓ ยก ๔ แล้วผมเชื่อมั่นทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้รับฟังพวกผม แล้วนําไปคิด ท่านครับ แล้วอีกนัยหนึ่งคนที่ล็อบบีมาตรานี้ ยังจะไปเป็นอนุกรรมการบริหารงานบุคคลอีก มันจะสร้างความไม่ชอบธรรมในสังคม เพราะเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม พวกเราเคยเสนอระบบพิทักษ์คุณธรรม โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเป็น ถ้าเกิดว่าข้าราชการ ถูกร้องเรียน ถูกอะไรต่าง ๆ หรือโยกย้าย ไม่ได้รับความเป็นธรรม มาร้องคณะกรรมการ พิทักษ์คุณธรรม มันน่าจะมาตรฐานกว่า ผมถึงบอกว่ามี ๒ ข้อ ๒ ประเด็นที่ผมสรุป คือมาตรา ๒๑๕ มันจะเกิดสมัชชาพลเมืองใหม่ คือสภาใหม่เกิดขึ้น มาเสนอข้อบัญญัติ แข่งกับพวกผม สภานั้นอาจจะไม่ใช่คนไทยเพราะมันเป็นประชาชน มันอาจจะเป็นพม่า ลาว เขมรตั้งขึ้นมาเอง มันเป็นไปได้ครับ แล้วมาถอดถอนพวกผมถ้าไม่เอาด้วย ท่านลองกลับไป นึกดี ๆ นะครับว่าจริงอย่างที่ผมพูดไหม เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ บ้านเมืองเรา มันมีทั้งคนดีและไม่ดี เหมือนพระบรมราโชวาทองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การที่จะ ทําให้ทุกคนเป็นคนดีนั้นมันทําได้ยาก แต่การที่เราช่วยกันให้คนดีปกครองบ้านเมืองนั้น มันทําได้ไม่ยาก เหมือนปัจจุบันสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๕๐ คน เราเห็นกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐ คน จาก สปช. มีความรู้ ความสามารถ มีวุฒิภาวะเป็นผู้นํา มีความเอื้ออาทร เราถึงเลือกพวกท่านขึ้นไปนั่ง เมื่อเลือกขึ้นไปนั่งแล้ว จงตระหนักไว้ว่า ท่านมาจากพวกเรา แต่ถ้าผมไปล็อบบีอะไรคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านร้องเรียน ผมเลยครับ ผมยินดีลาออก ผมไม่เคยล็อบบี ผมเอาเหตุผลเพื่อแผ่นดิน เพื่อชาติ และประชาชนมา ท้องถิ่นปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ เราเองโดนสังคมประณาม สถาบันวิจัย ก็ออกมาแล้วโดยสํานักนายกรัฐมนตรีบอกว่าท้องถิ่นทั้งประเทศ ๗,๘๕๓ แห่ง มันทุจริตอยู่ ๒.๗ เปอร์เซ็นต์ มันประมาณ ๓๐๐ แห่ง ที่เหลือเหมารวมเอาหมด ท่านก็หาวิธีการกลไกระดับประเทศลงมาใช้กับพวกเรา มันไม่ใช่ครับ แล้วท่านบอกว่าท้องถิ่น ต้องเป็นอิสระ ท่านดูในรัฐธรรมนูญสิครับ ดูในมาตราต่าง ๆ สิครับ มันเป็นอิสระไหมครับ ไม่มี แม้แต่การจัดสรรเงินต้องรอเงินจากรัฐบาลทุกปี ทุกปี ทุกปี จัดเก็บภาษีไม่สามารถ จัดเก็บเองได้ ได้เฉพาะบางตัวเท่านั้น เช่น ภาษีป้าย ภาษีที่ดินโรงเรือนปีหนึ่งไม่กี่บาท ท่านลองกลับไปคิดว่าทําอย่างไรมันจะเหมือนต่างประเทศ ต่างประเทศเขาให้ท้องถิ่น จัดเก็บภาษีนั้นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ค่อยส่งขึ้นมารัฐ ส่วนเกิน ท่านยังทําผิดในวิธีควบคุม เมื่อให้ท้องถิ่นเป็นอิสระหาวิธีควบคุมให้ดําเนินการตามกฎหมาย ตามแผนที่วางไว้ ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล อย่างนี้มันถึงถูกต้อง แต่นี่ไม่ใช่ครับ ท่านกําลังพยายามเอากฎข้อนั้น ข้อนี้มา เหมือนกระทรวงมหาดไทยในอดีตที่หวงแหนอํานาจ ไม่ยอมกระจายอํานาจ ทําเถอะครับ ผมมั่นใจอย่างหนึ่งว่าท้องถิ่นที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนั้นผู้บริหารท้องถิ่นมีสามัญสํานึก หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น เพราะเขาเป็นคนที่นั่น เขาเกิดที่นั่น จะต้องตายที่นั่น เขาต้องการเห็น ประชาชนพื้นที่เขานั้นเจริญรุ่งเรือง ท่านประธานครับ ผมใช้เวลามา ๕ นาที ผมขอเวลาไป ๑๕ นาที สิ่งที่ผมพูด ผมอยากให้ท่านกรรมาธิการนั้นเก็บไปคิด ผมพูดแทนเพื่อนทั้ง ๒๐๐ กว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ทุกคนอยากจะพูดเอาจุดด่างดําที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ แต่ผมให้กําลังใจกรรมาธิการครับ สิ่งที่ท่านทําทั้งหมดนั้นมันถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่ไม่ถูกต้องนั้น พวกผมพยายามชี้แจง ชี้ประเด็นให้พวกท่านฟัง ท่านรับ จด แล้วก็เตรียมไปแก้ ถ้าท่านไม่เข้าใจ ท่านเรียกกรรมาธิการแต่ละคณะไปนั่งคุยก็ได้ แต่นี่มีการล็อบบีชัดเจนครับ อันนี้ชัดเจน ท่านดูรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการบริหารทรัพยากรบุคคลท้องถิ่น ท่านดูรายงานการประชุมกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น มีคนเดียวครับ เอามาตรา ๒๑๖ (๓) แล้วอย่างนี้ให้ผมว่าอย่างไร แล้วถ้าอนุกรรมาธิการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านเชื่อไหมครับ วิ่งกันวุ่นเลยตอนนี้อนุกรรมาธิการ บางคนมีชื่ออยู่ ๓ อนุกรรมาธิการ ผมถามว่ามันจะทํางานจริง ๆ ไหมให้กับประเทศชาติ ทําไมไม่โปร่งใส ผมให้สิทธิประธาน อนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการหนึ่งมี ๒๐ คน ๑๐ คนประธานอนุกรรมาธิการคัดมา คนที่ท่านชอบ อีก ๑๐ คนคัดจาก สปช. หรือ สปช. นั่งอยู่ตรงนี้มันโง่กันหมด นี่มันไม่ใช่ ไม่ชอบธรรม ท่านเปิดดูภาคผนวก ๑ สิครับ ชื่อบางคนปรากฏ ๓ อนุกรรมาธิการ แล้วที่ล็อบบี อย่าเอามาเป็นอนุกรรมาธิการโดยเด็ดขาด แล้วผมมั่นใจหลายท่านที่ถูกล็อบบี ท่านรู้ว่าใคร เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าอยากสร้างความชอบธรรมท่านต้องเป็นตัวของตัวเอง อย่าเอาพวกพ้องมาเป็นหลัก เอาประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ผมขอสงวนเวลาไว้ คราวหน้าครับ ขอบคุณท่านประธานครับ