สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๘ · ๒๓ เมษายน ๒๕๕๘

วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยขอปรับปรุงแก้ไข ก่อนลงมติ โดยเฉพาะมาตรา 103 ถึงมาตรา 104 และเรียกร้องการกำหนดบทลงโทษรุนแรงต่อการซื้อขายเสียง และเสนอการแก้ไขปัญหาซื้อขายเสียงในการเลือกตั้ง โดยมี 3 ระบบคือ มาตรการทางการศึกษา มาตรการทางสังคม และมาตรการทางด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หรือแบบสัดส่วนผสม และการกำหนดสมาชิกวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้รัฐสภาเพิ่มคำว่า "ผู้แทนองค์กรด้านปกครองท้องที่" เข้าไปในมาตรา ๑๒๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ

นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกสภาปฏิรูปผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดพิจิตร ลำดับที่ ๑๘๒ มีความเป็นห่วงในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้พิจารณาปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะมีการลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างน้อย ๓ ประการครับ

ประเด็นที่ ๑ ภาค ๒ ผู้นำทางการเมืองที่ดีและสถาบันการเมืองในหมวด ๓ รัฐสภา ส่วนที่ ๒ ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๓ ถึงมาตรา ๑๐๔ กรณีที่กำหนดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน ๒๕๐ คน ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละ ๑ คน ต่อให้แบ่งเขตเลือกตั้ง เท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี คือเป็นการเลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียว ซึ่งเมื่อคำนวณจากประชากรทั้งหมดประมาณ ๖๔ ล้านคน จำนวนประชากรต่อ ๑ เขตเลือกตั้งจะประมาณ ๒๕๖,๐๐๐ คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ ๑๙๒,๐๐๐ คน และในจำนวนนี้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงสุดประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๔๔,๐๐๐ คน ซึ่งถือว่าเป็นเขตเลือกตั้งที่มีขนาดเล็กครับ โดยความเห็นส่วนตัวของผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับระบบการเลือกตั้งแบบวัน แมน วัน โหวต (One man one vote) หรือ ๑ คน ๑ เสียง แต่ก็มีความห่วงใยครับท่านประธาน คือ ไม่อยากเปิดโอกาสให้นายทุนทางการเมืองมาใช้เป็นโอกาสในการซื้อเสียงได้ง่าย เพราะเสียง เลือกตั้งยิ่งเล็กซื้อเสียงยิ่งง่าย แล้วถ้าเกิดเขตเลือกตั้งยิ่งใหญ่ ซื้อเสียงเลือกตั้งยิ่งยาก และยิ่งเขตใหญ่เท่าไร ก็ยิ่งซื้อเสียงได้ยากเท่านั้น ก็จะยิ่งทำให้นายทุนทางการเมืองทำการซื้อเสียง ได้ยากมาก แต่อย่างไรก็ตามถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยืนยันที่จะแบ่งเขต เลือกตั้งเป็น ๒๕๐ เขต ก็ควรมีกฎหมายในการป้องกันและซื้อสิทธิขายเสียงไว้อย่างเข้มแข็ง โดยกฎหมายดังกล่าวท่านประธานจะต้องกำหนดบทลงโทษให้รุนแรงมากเพียงพอที่จะทำให้ คนไม่กล้าซื้อสิทธิซื้อเสียง เช่น การกำหนดว่าการซื้อเสียงมีบทลงโทษ จำคุกตลอดชีวิตครับ ท่านประธาน และปรับเป็นเงิน ๑๐๐ ล้านบาทเลยครับท่านประธาน เพราะไปซื้อเสียงทีไร มันถึง ๑๐๐ ล้านบาททุกครั้งเลยครับท่านประธานบ้านผม แต่บ้านผมนี้มันแบ่งกันซื้อ ถ้ามี เงินค่าปรับไม่พอท่านประธาน ไม่เพียงพอให้จำคุกแทนค่าปรับครับท่านประธาน รวมทั้ง ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิตด้วย ก็จะสามารถช่วยลดการซื้อเสียงและขายเสียง ได้อย่างมาก ปัญหาการซื้อเสียงนั้นนอกจากการใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษอย่างรุนแรงแล้ว ยังมีมาตรการอื่น ๆ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงได้

มาตรการที่ ๑ มาตรการทางการศึกษาจะเห็นได้ชัดว่า ในกลุ่มของ ผู้มีการศึกษาค่อนข้างดี เช่น ในกลุ่มของนักศึกษาและบุคลากรในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ซื้อเสียงได้ ในทางกลับกันครับ อาจได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงครับท่านประธาน

มาตรการที่ ๒ คือมาตรการทางสังคม ต้องช่วยกันสร้างมาตรการทางสังคม ให้ต่อต้านซื้อสิทธิขายเสียงโดยทั้งบุคคลทั่วไป วัด โรงเรียนและทุก ๆ องค์กร ต้องร่วมมือกัน ไม่คบค้าสมาคม ไม่ร่วมกิจกรรมใด ๆ กับบุคคลที่มาซื้อสิทธิขายเสียงครับ

มาตรการที่ ๓ มาตรการทางด้านเศรษฐกิจ ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งว่า ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าทุกคนอยากรับเงินจากการซื้อเสียง แต่มีความจำเป็นต้องการ รับเงินซื้อเสียงไว้ เพราะเกรงว่าถ้าไม่รับไว้ผู้ซื้อเสียงจะโกรธ หาว่าเป็นพวกอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและครอบครัวครับประธาน แต่อีกกลุ่มหนึ่งครับประธาน ที่สำคัญที่สุดครับ กลุ่มที่จำเป็นต้องรับไว้เลยครับ เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน เงิน ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ไปซื้อข้าวสาร ซื้อน้ำมันหมู ซื้อน้ำปลาไปให้ลูก และสามารถให้ลูกให้เมีย เพื่อต่อชีวิตไปวัน ๆ หนึ่ง แต่ถ้าพวกเขาเหล่านั้น ถ้ามีรายได้เพียงพอแล้ว จะมีใคร กล้าเอาเงินมา ๑๐๐-๒๐๐ บาทนี้ไปซื้อเสียงพวกเขา เขาก็หาว่าดูถูกเขาและเขาอาจจะ เอาเงินอันนั้นปาหัวกลับคนที่ซื้อสิทธิขายเสียงครับ หรืออีกทางหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปกรรมาธิการเลยว่า การกำหนดเขตการเลือกตั้งนี้ที่ผมบอกว่ายิ่งเล็กยิ่งซื้อกันหนัก ถ้ายิ่งเลือกเขตใหญ่ ๆ ทั้งจังหวัดซื้อเสียงยากครับ การกำหนดเลือกตั้ง ถ้าใหญ่ เช่น กรณี จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกิน ๓ คน ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งครับ

ประเด็นที่ ๒ ในหมวด ๓ ของรัฐสภาส่วนที่ ๒ ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ และมาตรา ๑๐๖ ประเด็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หรือแบบสัดส่วนผสม แต่ครั้งนี้น่ากลัวไทยผสมเยอรมันครับ ในเบื้องต้นกระผมเห็นด้วยกับ โอเพน ลิสต์ เพราะจะทำให้นายทุนทางการเมืองท่านประธานมีโอกาสเข้ามาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแบบผสมได้ยากมากครับ แต่ที่กระผมห่วงใยและห่วงใยมาก ก็คือการที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนของแต่ละพรรคต่างคนต่างหาเสียงเลือกตั้ง จะทำให้ ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งสับสนอย่างแน่นอน อย่าว่าแต่ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปเลย แม้แต่ตัวกระผมเอง รับร่างแรกมานี่ก็ยังจะ สับสนตายอยู่แล้วครับ อ่านแล้วอ่านอีกไม่ค่อยเข้าใจ ส่วนตาสีตาสาบ้านนอกบ้านผมนี่ ยิ่งขนาดนี้ตาลายครับ น้ำมันไม่มี น้ำเขื่อนไม่มี ฝนไม่มี ทำนาน้ำไม่มี แต่คนเกิดเยอะ น้ำไม่มีนี่ คนเกิดมาก ก็เพราะว่าเด็กท้องก่อนวัยอันควรครับท่านประธาน เพราะว่าพ่อแม่อะไรมาอยู่ ในกรุงเทพฯ หมด เด็กก็เลยท้องก่อนวัยอันควร เพราะน้ำมันไม่มีทำมาหากิน ตรงนี้ ท่านศึกษาเข้าใจกัน ปัญหาที่ตามมาก็คือการลงคะแนนกันไม่ถูกทำให้บัตรเสียครับ ซึ่งเป็น การลงคะแนนที่ผิดพลาดครับ ต้องการลงคะแนนให้นายแสนดี๊ แสนดี แต่กลับไปลงคะแนน ให้กับนายแสนร้ายโดยไม่รู้ตัวครับ และเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะอธิบายทำความเข้าใจกับ ประชาชนเจ้าของประเทศที่อยู่ในชนบทห่างไกลได้ง่าย ๆ คงต้องไปใช้ระยะเวลาในการ ทำความเข้าใจกันให้นานและมาก ๆ ซึ่งท่านประธานครับ และคณะกรรมาธิการครับ นี่พูดโดยตรงเลยครับ ไม่ส่งผ่านแล้ว คงต้องร่วมกันรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ในหมวด ๓ รัฐสภา ส่วนที่ ๓ มาตรา ๑๒๑ กำหนดที่มาสมาชิกวุฒิสภา ประเด็นตรงนี้นี่ถ้าถามคุณพ่อปู่ผม แล้วก็แหมมันชักงง ผมขอพูด นิดหนึ่ง (๑) ผมต้องอธิบายเพราะว่ามันสำคัญกับผู้ที่อยู่แถว ๆ บ้านผมเยอะครับ ที่ช่วยงาน ทางกระทรวงมหาดไทย ผู้ที่เคยเป็นข้าราชการพลเรือนในตำแหน่งปลัดกระทรวงเลือกกันเอง ๑๐ คน และผู้ที่เป็นข้าราชการฝ่ายทหารระดับปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพเลือกกันเองอีก ๑๐ คน เป็น ๒๐ คน เพราะที่พูดนี่ผมอยากให้ ชาวจังหวัดพิจิตรรู้ว่านี่เขาจะเลือกทหารแล้วนะ แล้วที่เป็นปลัดกระทรวงต่าง ๆ บ้านผม เยอะครับ ขณะนี้ถูกปลดอยู่ นายแพทย์ณรงค์

(๒) ผู้แทนสภาวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพ อาชีพที่ทางกฎหมายจัดตั้งเลือกกันเอง อีก ๑๕ คน

(๓) ท่านครับฟังให้ดี ผู้แทนองค์กรด้านการเกษตรนี้ตรงเป้ากับบ้านผมเลย ด้านแรงงาน ด้านวิชาการ ด้านชุมชน ด้านท้องถิ่น กราบเรียนครับ ผมมาจากท้องถิ่นครับ ผมเคยเป็น ส.จ. ครับ เลือกกันเองอีก ๓๐ คน ผมมีโอกาสแน่ ซึ่งใน (๓) นี่กราบเรียน ท่านประธานเลย ผมอยากจะให้พิจารณาเห็นเพิ่มเติมอีก ๑ ด้านครับท่านประธาน เพราะมันมี ทั้งด้านท้องถิ่น ด้านชุมชน ขาดอีก ๑ ด้านครับท่านประธาน ด้านผู้แทนนักการปกครองท้องที่ ท่านประธาน นี่สำคัญที่สุด เหตุผลที่จะต้องมีนักปกครองท้องที่ก็เพราะว่านักปกครองท้องที่ ที่ดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนั้นเป็นองค์กร ที่เกิดมานานแล้วเป็นระยะ ๑๒๓ ปีมาแล้ว และเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มากที่สุดครับ และเป็นองค์กรที่ราชการทุกภาคส่วนจะต้องดำเนินการบูรณาการร่วมกัน ของสมาชิกองค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีสมาชิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนัน ผู้ช่วย อย่าลืมเป็นแพทย์นี่ไม่ได้ไปรักษาคน ไปคอยดูว่าไก่ตรงไหนเป็นโรคบ้าง หมาตรงไหนที่เป็นหมาบ้าบ้าง ไปดู ไปช่วย ไปทำ นี่คือแพทย์ตำบล ไม่ได้ไปรักษาคน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยประเทศซึ่งมีจำนวน ๗๖ จังหวัด ขาดกรุงเทพฯ อย่าไปรวมนะ ๘๗๘ อำเภอ ๗,๒๕๕ ตำบล ๗๔,๓๙๕ หมู่บ้าน ซึ่งมีสมาชิกเป็นจำนวนมากถึงเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คนครับ ทั้งประเทศ คือจำนวน ๒๓๘,๗๑๓ คน นี่ยังไม่รวมถึงบุคลากรที่จะต้องมาทำงานควบคู่กันอีกด้วย ก็คือยังมีคณะกรรมการหมู่บ้านอีกหมู่ละ ๑๐ คนครับ ซึ่งรวมกันแล้วหมู่บ้านทั้งประเทศ มี ๗๔,๙๓๕ หมู่บ้าน คูณจำนวนคนที่เป็นคณะกรรมการหมู่บ้านเข้าไปอีกประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ยังไม่รวมอีกท่าน ชุดปฏิบัติการ เขาเรียกตำรวจบ้าน ถ้าผมจะบอก พรป. เดี๋ยวไม่รู้เรื่อง ผมเลยบอกตำรวจบ้าน หมู่บ้านหลักแสนครับท่านประธานรวมสมาชิกของนักปกครองท้องที่ทั้งประเทศเป็นจำนวน หลักล้าน ซึ่งเห็นว่านอกจากจำนวนสมาชิกของนักปกครองท้องที่แล้วจำนวนมาก แล้วก็ คูณทั้งประเทศ ผมไม่ได้บอกว่ามันเยอะแล้วไม่ได้ทำอะไร ผมจะบอกว่าภารกิจมันมีอะไร ท่านประธานครับ ผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวจะไม่รู้เพราะท่านไม่เคยไป ตามไร่ตามนา ภารกิจของสมาชิกนักปกครองท้องที่ ก็คือเป็นคนที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ และเป็นที่รับเรื่องราวความเดือดร้อน ท่านอดีตผู้ว่าฯ จริงหรือเปล่าครับ และเป็นที่รับเรื่องความเดือดร้อน ความต้องการสะท้อนปัญหาจากประชาชนชั้นรากหญ้า อย่างแท้จริงและนักปกครองท้องที่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่กระทรวงและกรมและทุกกระทรวงจะต้องใช้คนจากองค์กรและปฏิบัติงานแทบทั้งสิ้นเลย โอ้โฮโคตรโหดเลย ใช้จังเลยทุกกระทรวง จะเห็นว่าเอาเรื่องแค่การจัดเวทีไม่ใช่กระทรวง ใช้อย่างเดียวแล้ว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ไปใช้ ผมมั่นใจว่าท่านอดีตท่านประชา เตรัตน์ ต้องไปใช้จังหวัดนครสวรรค์อีก ใช้อีก ใช้ทุกจังหวัดอีก เดี๋ยวผมก็จะไปบอกถ้าไม่จัดการวันนี้ มึงอย่าได้มากันนะ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในปฏิรูปประเทศในครั้งนี้องค์กร ที่ให้ความร่วมมือกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมากที่สุดและประสบความสำเร็จในการ จัดเวทีครับ ไม่ได้ง่าย ๆ หรอก ก็เกิดจากความร่วมมือของนักปกครองท้องที่แทบทั้งนั้น แต่ผมก็ไม่ลืมท้องถิ่นนะ เดี๋ยวจะโกรธจะเคือง ท้องถิ่นมันมีอยู่แล้วแต่ตอนนี้กำลังจะมาขอเพิ่ม ดังนั้นผมจึงเสนอเพิ่มที่ของวุฒิสภาไว้ในหมวด ๓ ของรัฐสภา ส่วนที่ ๓ มาตรา ๑๒๑ (๓) ได้ยินไหมครับท่านประธาน โดยเพิ่มคำว่า ผู้แทนองค์กรด้านปกครองท้องที่ อย่าผิด เข้าไปด้วยครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานเป็นห่วงเกรงว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่มีความรู้ความสามารถ เพียงพอที่จะทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาได้ ประเด็นนี้ไม่ต้องห่วงครับ เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่จบปริญญาเอก จบดอกเตอร์ จบปริญญาโท เก่งทางด้านไร่นา เก่งทางด้าน ทำสวน เก่งทุกอย่าง ท่านครับ ตรงนี้ผมรับรองด้วยเกียรติครับ ผมเป็นทั้งอดีต ส.จ. เป็นทั้งอดีต ส.ว. แล้วขณะนี้ก็มาเป็นอย่างนี้ครับ (๔) ผมอยากจะพูดอีกนิดหนึ่ง จริง ๆ อยากจะ พูดเยอะ ๆ แต่วันนี้มันมีเวลาเหลือเท่าไรแล้ว