ชัย ชิดชอบ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ให้เป็นประชาธิปไตยโดยตรง โดยให้ประชาชนเลือกตั้ง ไม่แบ่งเขตเลือกตั้ง และให้สิทธิแก่ประชาชนในการเลือกตั้งโดยไม่มีการแบ่งส่วน หรือการผสมผสาน
ครับ เป็นพระคุณอย่างสูงครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ๖๕ ล้านคนท่านได้รับรู้ข้อเท็จจริง เราต้องให้สิทธิเขาเมื่อยกย่องจากประชาชนเป็นพลเมือง ก็ให้พลเมืองเขาเลือกตั้งทั้งหมด ไปเอาบัญชีรายชื่อทำไม ให้เขาเลือกไปเลย ๔๕๐ คน หรือ ๔๕๐ เขต มันก็หมดเรื่องครับ ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น ความวุ่นวายของบ้านเมืองก็ไม่เกิดขึ้น มันก็จะสร้างความสามัคคี อันนี้ประการที่ ๑ ที่กระผมฝากท่าน อยากให้ท่าน ให้สิทธิประชาชนคนในประเทศเป็นผู้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ไปแบ่ง ผมยังห่วงเลยครับ มันจะขัดมาตรา ๑ ขึ้น ประเทศไทยแบ่งแยกไม่ได้ แล้วทำไมแบ่งตั้ง ๖ เขต มันอะไรกัน ผมก็มีความวิตกกังวล แต่ผมไม่พูดหรอกครับเพราะว่าผมไม่ใช่นักกฎหมาย กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องการเลือกตั้งเขตเลือกตั้ง ๒๕๐ แต่ก่อนเขามี ๓๗๕ เขต ตอนนี้มาตัดสิทธิเขา ประชาชนไปพึ่งใครครับ เดี๋ยวนี้ตื่นเช้าเขามีปัญหาไม่รู้จะไปพึ่งพาใคร แต่ก่อนนี้ผู้แทนราษฎรตื่นขึ้นตอนเช้ายังไม่ล้างหน้าเลยเห็นแล้วหน้าบ้าน กระผมกราบเรียนให้ทราบ ผมสมัครรับเลือกตั้งมา ๑๔ ครั้ง ก็ได้รับเลือกตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ พร้อมคุณชวน หลีกภัย ประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรมา แล้วผม มาห่วงวิตกกังวลเรื่องประธานผม ประธานยกร่างมหาบัณฑิตของผม ท่านพูดเมื่อวานนี้ตกใจ ท่านบอกว่ามาตรา ๑๗๕ ที่เรื่องนายกรัฐมนตรีนั้นคงจะเลือกจากบุคคลภายนอกไม่ได้ อะไร ทำนองนั้น แต่ท่านประธานคิดไหมตอนเราเลือกมหาปราชญ์ ๒๐ ท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ขึ้นไปนั่ง อยู่ข้างบน ซื้อไม่ได้ ซื้อพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้ แต่ ๔๕๐ คนนี้ท่านมั่นใจไหมว่าเขาซื้อไม่ได้ มันคนละเรื่องเลยครับ ตอนเขาต้องการอำนาจ เดี๋ยวนี้เศรษฐี มหาเศรษฐีในเมืองไทยมีเงิน เป็นหมื่น ๆ ล้านบาท แล้วใครไม่อยากได้สัก ๑๐ ล้านบาทล่ะ มีไหมครับ อันนี้ท่านคิด พิจารณาดู ฉะนั้นให้มีการเลือกตั้งเถอะครับ อย่าให้มีผสมส่วน ผสมอะไร ผสมสัตว์อะไรนี่ อย่าไปมีเลยครับตัดออกไปเถอะครับ นี่เรื่อง ส.ส. ส่วนเรื่อง ส.ว. ก็เช่นเดียวกันครับ ยิ่งไปสร้างปัญหาความวุ่นวายครับ ก็ให้เขาเลือกตั้งไปสิครับ เห็นแล้วว่า ส.ว. เขาทำหน้าที่อะไร ออกกฎออกเกณฑ์ให้มันชัดเลย จะเอาอย่าง ฯพณฯ กระแสท่านพูด มันไม่ได้สมัยก่อน เดี๋ยวนี้มันยุคอะไรครับ ดิจิทัล (Digital) อะไรต่าง ๆ ผมก็ไม่ทราบ มันตอลตอลอะไรนี่ ผมก็ไม่ทราบ ผมก็อยากกราบเรียนว่ามันไม่เหมือนก่อนแล้ว มันคนละเรื่อง ให้สิทธิเสรีภาพ ประชาชนเถอะ เมื่อให้เขาเลือก ผู้อยากจะได้อำนาจในการสมัครรับเลือกตั้ง เป็นผู้แทนราษฎร คนที่เป็น ส.ว. เราก็ให้สิทธิเขาไปครับ ให้สิทธิเขา ให้เขาเลือกตั้ง จะเอาสัก ๑๕๐ คนก็ไม่ว่าครับ ๒๐๐ คนมันเกินไปครับ เปลืองเงิน เอาเงินไปสร้างถนน สร้างแหล่งน้ำ ประชาชนอดอยาก น้ำท่าไม่ค่อยมี ภาคเหนือก็ฝุ่นจากไฟร้อยแปดที่เราเห็นอยู่ ต่อไปบ้านเรา ต้องพัฒนาเยอะ ต้องใช้เงิน ยิ่งตอนนี้จะต้องใช้รถไฟจรวดด้วย ยิ่งต้องใช้เงินมาก ฉะนั้น ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงอยากจะเสนอว่าให้เลือกตั้งทั้งหมด ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ให้ประชาชน เขาเลือก แต่ท่านมาวางกฎวางเกณฑ์วางระเบียบ จะเอาคุณวุฒิแบบไหนอะไร ต้องเป็น ดอกเตอร์เหมือนกับท่านประธานผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็แล้วแต่ เอาคุณสมบัติท่านเลย คนเป็นดอกเตอร์เท่านั้นที่จะสมัครเพื่อจะได้มาทำหน้าที่ให้พี่น้องประชาชนคนในชาติได้รับ ความร่มเย็นเป็นสุข อันนี้เรื่องสำคัญครับ ผมขอกราบเรียนเพื่อเป็นข้อสังเกตให้ท่านทราบเท่านั้น ฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ที่กระผมกราบเรียนมานี้ผมก็กราบเรียนว่า ๑. ประเด็นเรื่องกลุ่มการเมือง กลัวประเทศชาติจะล่มจม ประเด็นที่ ๒ เมื่อท่านยกฐานะประชาชนเป็นพลเมือง ท่านต้อง ให้สิทธิเขาเต็มที่ เหมือนกับท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดขอนแก่นพูดเมื่อวาน อย่าไปหลอกเขาครับ ท่านได้ยินไหมเมื่อวาน อย่าหลอกเขา กระผมบอกแล้วอย่างไรล่ะครับ ๒๐ เสียงของท่าน พวกเราไม่ได้ขาย แต่เรารักท่าน ให้ไปทำหน้าที่ให้ประชาชน เดี๋ยวนี้ท่านไปทำ นอกกรอบ เมื่อนอกกรอบพวกเราก็ทักท้วง ผมทักท้วงคนหนึ่งแล้ว ท่านผู้อื่นท่านจะทักท้วงหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ผมนี่ทักท้วงแล้ว ให้ไปพิจารณาใหม่เพื่อความรอบคอบของบ้านเมือง เพื่ออนาคตของบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อวันนี้ เพื่อลูก เพื่อหลาน เพื่อเหลน เพื่อโหลนของเรา ข้างหน้า นั่นเป็นสิ่งสำคัญครับที่กระผมกราบเรียน ด้วยความเคารพครับ กระผมยกย่องสรรเสริญ เพราะท่านเหนื่อย ท่านเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านเหนื่อยมาก ท่านต้องฟังเสียงคน ๖๕ ล้านคน ฟังเสียงในสภา ๒๐๐ กว่าคนนี้แล้ว ยังไม่พอ ต้องไปฟังข้างนอกอีก ไหนหนังสือพิมพ์จะตี ไหนอะไรต่าง ๆ ร้อยแปด ยิ่งประธานยกร่างรัฐธรรมนูญของผมนั้น โดนหนักที่สุด ผมเห็นใจท่าน ผมก็ทราบว่าท่านนอนไม่ค่อยหลับเท่าไร ผมห่วงมาก เพราะท่านยังหนุ่มยังแน่น ยังมีอนาคตไกลครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ท่านประธานครับ กระผมอยากจะกราบเรียนเรื่องสำคัญ ที่ผมห่วงที่สุดเรื่องกลุ่มการเมือง ห่วงมากครับ ห่วงจริง ๆ เพราะเราได้ฟังข้อคิดเห็นและได้ดู เหตุการณ์สิ่งเหล่านี้มาตลอดก็รู้ข้อเท็จจริงว่าปัญหามันจะเกิดอะไรขึ้น แล้วก็เรื่องเลือกตั้ง เมื่อคนต้องการอำนาจเราก็ออกระเบียบให้มันชัดแจ้งเลยว่าอะไรมันเป็นอะไร เพื่อตัดคน ที่ไม่ดี ไม่เลวอะไรต่าง ๆ ออกไป อันนี้เป็นสิ่งที่กระผมขอฝากให้ท่านไปคิดไปพิจารณา อีกทีหนึ่งในเรื่อง ๓๑๕ มาตราของท่าน ซึ่งเราเห็นว่ามันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง พิจารณาสิ่งเหล่านี้ให้รอบคอบก่อนที่จะออกไป เพราะว่าเรามานั่งตรงนี้ผมคิดว่าทางฝ่าย คสช. ซึ่งเป็นฝ่ายทหารที่เขาสละทุกอย่างเพื่อให้พวกเราอยู่เย็นเป็นสุขได้ในขณะนี้ ประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นในเมืองไทยแล้ว เขาอยู่อย่างนี้ไปถ้ามันยากจริง ๆ กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ต้องออก ก็ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวตลอดไปก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร ท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้ไป กระผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ดีใจกันทุกคน ฉะนั้นผมจึงเห็นว่าพี่น้องประชาชนเขาฟังอยู่ตอนนี้เขาฟังนายชัย ชิดชอบ แล้วท่านอย่าไปห่วงเลยครับ ให้เขาเลือกตั้งกันเองนี่ดีที่สุดแล้ว ให้เขาเลือกเถอะครับ แต่อย่าไปตัดสิทธิ ส่วนผู้ที่มีสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง ผมอยากให้ท่านไปดูสักนิดหน่อย ไปวางกฎเกณฑ์อะไรเมื่อท่านให้สิทธิเขาแล้ว สิทธิตามกฎหมายที่ท่านเขียนในกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ให้สิทธิ ให้เสรีภาพเขา แต่ไปจำกัดสิทธิเขาเยอะเลยครับ เช่นว่าจะต้องมี คุณสมบัติต้องอยู่ในภูมิลำเนา ๕ ปี เกิด ๕ ปีอะไรต่าง ๆ เรียน ๔ ปีอะไร ไปเอาทำไมครับ ใครอยากสมัครเขาสมัครไป แต่ให้มีคุณสมบัติอย่าเคยต้องโทษหรืออะไรต่าง ๆ วางกฎเกณฑ์ ให้มันถูกต้อง ให้เขาสมัครเถอะครับ สมัครมากเท่าไรยิ่งดี รัฐบาลจะได้ กกต. จะได้ เงินค่าสมัคร แล้วก็คนงานจะได้เพิ่มขึ้น ยิ่งสมัครมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น อย่าไปจำกัดสิทธิเขา เลยครับ ๕ ปี ๔ ปี อะไรนี่ตัดออกไปครับ เปิดโอกาส ท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ท่านอาจจะไป สมัครผู้แทนราษฎรที่จังหวัดบุรีรัมย์ของผมก็ได้ เขารักเขาจะเลือกเอง เช่น ท่านประธานของผม ไปลงสมัครจังหวัดบุรีรัมย์ผมก็จะถอนตัว ผมไม่สมัคร จะให้ท่านประธาน ผมจะใส่คะแนนให้เลย ใช้ลูกโดดด้วย ก็เรียนด้วยความเคารพครับ กระผมกราบเรียนมาก็มากพอสมควร อยากจะให้ เหลือเวลาเพื่อจะได้พูดในเรื่องบทเฉพาะกาลสักเล็กน้อย ก็กราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ท่านประธานเคยมี ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ของบ้านเมือง บ้านเมืองอยู่รอดก็อยู่ที่พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ละครับ ถ้ากฎหมายมันออกไปดี บ้านเมืองก็อยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ถ้ากฎหมายมันออกไปในแบบนี้ไม่สุขแน่ครับ ฉิบหาย บ้านเมือง ก็ขอฝากกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ ขอบพระคุณมากครับ แล้วก็ขออภัย ถ้าผมพูดอะไรไปพลาดพลั้งประการใดขอประทานอภัยท่านมหาปราชญ์ทั้ง ๓๖ ท่านด้วยครับ กราบขอบคุณครับ