พลเดช ปิ่นประทีป หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความพอใจ 90% และเสนอแนะการปฏิรูประบบคุณธรรม จริยธรรมในข้าราชการพลเรือน โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มเป้าหมายระดับล่าง นอกจากนี้ยังเสนอให้ใช้คำว่า "เมอริท" แทน "คุณธรรม" เพื่อให้ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และท่านสมาชิก สปช. ที่เคารพทุกท่านครับ ผม พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ ในภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ ผมได้พยายามตรวจสอบกับข้อเสนอที่เป็น ลายลักษณ์อักษรของกรรมาธิการ สปช. ทั้ง ๑๘ คณะโดยละเอียด ที่ทั้ง ๑๘ คณะได้ส่งมอบ ให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึง พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านด้วยว่า ในความเห็นของผม ผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้มีความสมารถที่จะนำเอาเจตนารมณ์ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาสาระ ที่เป็นข้อเสนอของกรรมาธิการทั้ง ๑๘ คณะไปได้ค่อนข้างครบถ้วน ดังนั้นในภาพรวมนั้น ผมเองมีความพอใจสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างน้อยระดับสัก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในความเห็นส่วนตัว ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ามีเวลาที่จำกัดตัวผมเองจะขออภิปราย ในเนื้อหาที่จะเติมเต็มมุมมองต่าง ๆ ทั้งหลายในหมวด ๖ แล้วก็บางส่วน ถ้ามีเวลาอาจจะ ต่อไปหมวด ๗ โดยที่จะขอเพ่งไปที่มาตราอยู่ ๓ มาตรา คือ มาตรา ๒๐๗ มาตรา ๒๐๙ แล้วก็มาตรา ๒๑๒
ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๐๗ ในมาตรานี้มีประเด็นที่สำคัญอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรกคือเรื่องของการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนว่าต้องใช้ระบบคุณธรรม เรื่องนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และจะขอขยายความครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ มีอีกประเด็นหนึ่ง คือว่าจัดให้มีคณะกรรมการดำเนินการ แต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการ ที่เทียบเท่าตำแหน่งปลัดกระทรวง ในเรื่องนี้ผมเห็นต่างครับ และจะขออธิบาย ท่านประธานครับ คำว่า คุณธรรม ในภาษาไทยที่เรานิยมมาใช้ในเชิงนี้ ผมเห็นว่ามันมีคำที่สอดคล้องใกล้กับคำที่ เป็นภาษาอังกฤษอยู่ ๒ คำ คำที่ ๑ คือคำว่า เมอริท (Merit) คำที่ ๒ คือคำว่า เวอร์จู (Virtue) ในคำว่า เมอริท นั้นในส่วนตัวผมเองผมชอบใช้แทนคำว่า คุณธรรม ความสามารถ ซึ่งน่าจะตรงกับความหมายของระบบคุณธรรมตามร่างมาตรานี้ ส่วนคำว่า เวอร์จู นั้น ผมชอบใช้คำว่าเป็นเรื่องของคุณธรรมความดีหรือว่าคุณธรรมจริยธรรมอย่างที่เราใช้กัน ในสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ทั้งระบบคุณธรรม ความสามารถ และระบบคุณธรรม จริยธรรม เป็นหลักการที่ดี เป็นหลักการสำคัญที่ควรจะเป็นหลักยึดสำหรับงานบุคลากรในทุกระดับ ของทุกองค์กรทั้งงานด้านบริหารบุคคล หรือที่เรียกว่าเอชอาร์เอ็ม (HRM) แล้วก็งานพัฒนา บุคลากรที่เรียกว่าเอชอาร์ดี (HRD) ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตาม ๒ คำนี้ มันมีส่วนที่ แตกต่างกัน ดังนั้นความแตกต่างนี้ก็ต้องการวิธีการทำงานในการที่จะสนับสนุนส่งเสริมต่าง ๆ ทั้งหลายที่แตกต่างกันครับ
อย่างแรกคำว่า เมอริท นั้น หรือว่าระบบคุณธรรมความสามารถเป็นเรื่องที่ ต้องพิทักษ์ปกป้อง โพรเทคท์ (Protect) โดยหน้าที่ในการพิทักษ์ปกป้องนั้นเป็นหน้าที่ของ ผู้บริหารและผู้นำขององค์กร ต้องใช้ความกล้าหาญทางจริยธรรมในการที่จะป้องกันไม่ให้ คนภายนอกเข้ามาทำลายจนก่อความเสียหาย หรือเกิดความไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการผู้น้อย ในขณะเดียวกันผู้นำเองก็ต้องไม่ทำลายหลักการและระบบเสียเอง แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ ในระบบราชการของเราในปัจจุบันนี้ความเสื่อมและความอ่อนแอได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เสื่อมลงไปมาก ผู้บริหารสูงสุดเองก็ไม่สามารถที่จะช่วยใครได้ในขณะนี้ ในสถานการณ์ ตัวเองก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย ข้าราชการผู้น้อยเองก็หมดพลังที่จะปกป้องตัวเอง ทั้งนี้ ก็เนื่องจากว่าเหตุปัจจัยที่เป็นเรื่องภายในของระบบราชการเองเป็นสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นที่น่าเสียดายว่าเรามักจะไม่ค่อยกล่าวถึงกัน เราเอาแต่ชี้ออกไปนอกตัวว่านักการเมือง รังแก ในขณะเดียวกันภายในระบบราชการเองก็ไม่สามารถจะปกป้องลูกน้องได้ในเรื่องของ เมอริท ซิสเต็ม (Merit system) ดังนั้นปัญหาเรื่องนี้จะต้องใช้การเรียกว่าฟื้นฟูวัฒนธรรม องค์กร ความเข้มแข็ง ระบบคุณค่าต่าง ๆ ทั้งองคาพยพอย่างจริงจังถึงจะสามารถปกป้อง ปกปักษ์รักษาระบบที่เรียกว่าเมอริท ซิสเต็ม นี้ได้
ในส่วนอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของเวอร์จู หรือคุณธรรมจริยธรรมนั้นมันแตกต่างครับ เรื่องนี้ต้องใช้วิธีการส่งเสริมในการปลูกฝัง ในการอบรมบ่มสอน ในการกล่อมเกลาทางสังคม ในเรื่องของการทำตัวเป็นแบบอย่างซึ่งกันและกัน ในเรื่องของการกำกับดูแลมาตรฐาน ทางคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งงานเหล่านี้จะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง อย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในองค์กรเองในทุกระดับและต่อสังคมภายนอกด้วย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของสถาบัน หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักและดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ ทั้งองค์กร ทางด้านศาสนา องค์กรวิชาชีพ ส่วนราชการต่าง ๆ ภาคธุรกิจ องค์กรอิสระ รวมทั้งสมัชชา คุณธรรมแห่งชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทีนี้กลับมาที่มาตรา ๒๐๗ นี้ ดูเหมือนว่าท่านกรรมาธิการ ในเรื่องนี้ผมมองว่า คณะกรรมาธิการท่านจะมีสมมุติฐานที่แคบไป สมมุติฐานที่ว่านั้นผมเข้าใจผิดหรือถูกไม่ทราบ ผมคิดว่าที่สมมุติฐานของคณะกรรมาธิการน่าจะเป็นว่าปลัดกระทรวงเป็นผู้บริหารตำแหน่งสูงสุด ของส่วนราชการเป็นเสมือนยอดของพระเจดีย์ ตรงจุดนี้คณะกรรมาธิการคงคิดว่าเป็นปม เงื่อนสำคัญที่สุดในการปกป้องคุ้มครองระบบคุณธรรมความสามารถของข้าราชการพลเรือน และถ้าหากปกป้อง ป้องกันไม่ให้มีการเมืองเข้ามาก้าวก่ายได้ทุกอย่างภายในกระทรวงจะดีขึ้น จึงถึงขั้นที่ลงทุนบรรจุเอาเรื่องนี้เข้าไว้ในรัฐธรรมนูญและมีการตั้งองค์กรอิสระใหม่ขึ้นมา เป็นการเฉพาะ แต่ผมมีความคิดเห็นต่าง ผมคิดว่าแม้มีการตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้อง คุ้มครองจากยอดพระเจดีย์ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาความอ่อนแอทางคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งความอ่อนแอมันลุกลามไปทั้งองคาพยพของเจดีย์แล้ว ตรงนี้ผมมีความเชื่อว่า ถ้าหากว่า จะทำให้มีระบบคุณธรรม จริยธรรมเมอริท ซิสเต็ม กลับคืนมาได้ ผมคิดว่ามีแต่ว่าจะต้อง เสริมสร้างความเข้มแข็งขึ้นมาจากฐานราก ตรงนี้จะเป็นสมมุติฐานที่ต่างกัน ด้านหนึ่ง คณะกรรมาธิการคิดว่าจะต้องทำจากยอด ปกป้องจากยอด เสร็จแล้วทุกอย่างภายใน องคาพยพจะดีเอง แต่ผมคิดว่ามันจะต้องสร้างความแข็งแรงขึ้นมาจากข้างล่าง ดังนั้นลงทุนทั้งที ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมจึงมีข้อเสนอว่า ในมาตรานี้น่าจะขยายไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า โดยเปลี่ยนยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการพิทักษ์ปกป้องระบบคุณธรรมความสามารถ ในระบบข้าราชการพลเรือนเสียใหม่ จากเดิมเพียงแค่ตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาดูแลที่ยอดพระเจดีย์ อยากให้ปรับมาเป็นการปฏิรูประบบคุณธรรมของส่วนราชการแบบทั่วด้าน โดยเน้น กลุ่มเป้าหมายข้าราชการระดับล่างลงมาจนถึงฐานข้างล่าง กล่าวอย่างเป็นรูปธรรมก็คือว่า ควรจะต้องไปเสริมสร้างพลังงานความเข้มแข็งหรือสเตร็งเทน (Strengthen) ให้กับกลไกที่เรียกว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว ในทุกกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ทั้งหลาย ตรงนี้ให้สามารถทำงานได้อย่างกว้างขวาง แข็งแรง และหวังผลสำเร็จได้จริง ดังนั้นในเรื่องนี้สำหรับมาตรานี้ ผมคิดว่าน่าจะเลิกไปก่อนครับ แต่ขณะเดียวกันไม่ได้ทิ้ง ควรจะไปบรรจุในรัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นการปฏิรูป แล้วก็ทำให้ เป็นเป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือการปฏิรูประบบคุณธรรม จริยธรรมทั้งระบบ โดยเน้นที่ฐานรากขึ้นมา ไปถึงยอด จะรักษายอดได้ แล้วก็ในขณะเดียวกันถ้าทำเช่นนี้ก็จะสามารถขยายไปถึง ข้าราชการในส่วนอื่นอย่างที่ท่านเบญจวรรณได้มีข้อเสนอ สามารถทำในเรื่องอื่นได้ด้วย แทนที่จะทำแคบเฉพาะข้าราชการพลเรือน ผมคงจะมีเวลาอยู่เท่านี้คงหมดแล้ว แต่ผมยังมี สต็อก (Stock) อยู่อีก ๑๐ นาที จะขอเอาไว้ในเรื่องของการปฏิรูป ขอบคุณมากครับ