ขจร สัยวัตร์ อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ โดยอ้างถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ และพระราชดำรัสในการพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก โดยพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ การปกครองระบอบประชาธิปไตย และความสำคัญของพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และหารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒๑ (๑) เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มา และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลตำรวจตรี ขจร สัยวัตร์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดบึงกาฬ ขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ หมวด ๓ ส่วนที่ ๓ กระผมขออนุญาตอ่านตามที่เขียนจะใช้เวลาประมาณ ๑๙-๒๐ นาที ถ้ากระผมจะอภิปรายโดยใช้พูดต้องเวลานานถึง ๑ ชั่วโมง กับ ๑๐ นาที จึงขออนุญาตอ่านครับ ขอแผ่นที่ ๑ ภาพที่ปรากฏนำมาจากจุลสารรัฐธรรมนูญ ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑๖ ของคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กระผมได้นำพระบรมฉายาลักษณ์และลายพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ มาประกอบการอภิปรายเริ่มต้น เนื่องจากถือว่าพระองค์ คือต้นแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ในโอกาสที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ มีการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทางเข้าประตูที่ ๑ หน้ารัฐสภาก็มีพระบรมรูปล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๗ ประดิษฐานอยู่ นักการเมืองหรือประชาชนที่เข้ามาในรัฐสภาจะแสดงความเคารพ เมื่อผ่าน บางคนก็หยุดยืนยกมือไหว้ขอพรจึงถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรแก่การเทิดทูน และจงรักภักดี นักประชาธิปไตยควรยึดมั่นถือมั่นตามพระราชดำรัสในการพระราชทาน รัฐธรรมนูญฉบับแรกอันเป็นฉบับถาวรให้แก่คณะราษฎร์และปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ซึ่งจะได้อภิปรายต่อไป ก่อนอภิปรายกระผมขอกราบเรียนว่า กระผมมีความระมัดระวังและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะ กล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะกล่าวถึงเมื่อมีความจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น จากประวัติการรับราชการ การสนองใต้เบื้องพระยุคลบาท ตลอดชีวิตรับราชการตำรวจ ชายแดนเกินกว่า ๓๐ ปี ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายตำรวจราชสำนักเวร ๑๘ ปี จึงยืนยันได้ว่ากระผมมีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก อันเป็นฉบับถาวรให้แก่คณะราษฎร และปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ความว่า ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎร โดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
สาระสำคัญ
ข้อ ๑ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจ พอใจ และยินยอมจะสละอำนาจอันเป็นอำนาจ ของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมในการปกครองประเทศให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป ราษฎรโดยทั่วไป หมายถึงใคร
ข้อ ๒ ข้าพเจ้าไม่เต็มใจ ไม่พอใจ และไม่ยินยอมยกอำนาจการปกครอง ประเทศของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะหมายถึงใคร กลุ่มการเมืองที่มีปัญหาถกแถลงกันไปแล้วนั้นคือใคร จึงอยู่ในดุลยพินิจของผู้ใช้รัฐธรรมนูญ กระผมขอกราบเรียนว่าพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้คือรัฐธรรมนูญการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยของประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงควรยึดมั่นถือมั่นเป็นกรอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไปแก้ไขในสาระสำคัญ ก็จะเกิดปัญหาถกเถียงกันไม่รู้จักจบ
ข้อสังเกต
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน รัฐธรรมนูญฉบับแรกอันเป็นฉบับถาวรแก่คณะราษฎร์และปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นข้อความเดียวกับพระราชหัตเลขา เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ พระองค์ลงเวลาด้วยครับ เวลา ๑๓.๔๕ นาฬิกา ตรงกับที่มีพระราชดำรัสทุกประการ ระยะเวลาห่างกันถึง ๑ ปี ๒ เดือน ๒๘ วัน เป็นการเน้นย้ำและห่วงใย แสดงว่าพระองค์ มีพระราชประสงค์แน่วแน่ที่จะให้อำนาจการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริง
ความเห็นของต่างประเทศครับ
ประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ ๑๖ มีผลงานสำคัญคือการเลิกทาส และการปกครองระบอบประชาธิปไตย ให้คำจำกัดความ การปกครองระบอบประชาธิปไตย ถอดใจความเป็นภาษาไทยว่า ประชาธิปไตยคือการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย เพิ่มข้อความต่อท้ายว่า อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
เจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มี ๔ ประการ คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญชูประเด็นการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ไว้เป็นอันดับที่ ๑ การสร้างพลเมือง ให้เป็นใหญ่ ต้องให้พลเมืองได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ของราษฎรทั้งประเทศตามหลักประชาธิปไตย ความเห็นของนักวิชาการ อาจารย์ธีรนาถ กาญจนอักษร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้นำนักศึกษาไปเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจชายแดน กองร้อย ๔ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๑๖ กรณีไฟไหม้บ้านนาทราย อาจารย์ได้เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากเครื่องบินตกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี อาจารย์ธีรนาถกล่าวตอนหนึ่งกับตำรวจชายแดนว่า ตำรวจชายแดนกำลังทำสงคราม ชิงประชาชนกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ปัจจัยชี้ขาดการแพ้ชนะ คือประชาชน ฝ่ายใดได้ประชาชนมากฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ กระผม ขออนุญาตให้ข้อมูลบ้านนาทรายพอสังเขป เมื่อปี ๒๕๑๖ สภาพบ้านนาทราย อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย เป็นหมู่บ้านใหญ่ขนาด ๓๐๐ หลังคาเรือน ประชากรประมาณ ๗๐๐ คน มีหลุมเพลาะ เกือบทุกหลังคาเรือน มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์สวนสนามในหมู่บ้าน จึงถูกกล่าวหาว่า เป็นหมู่บ้านสู้รบ เป็นหมู่บ้านคอมมิวนิสต์ ร้อยตรี สัญชัย ศวิตชาติ นายอำเภอบึงกาฬขณะนั้น ปัจจุบันท่านเสียชีวิตแล้ว และผู้อภิปรายซึ่งเป็นผู้กองตำรวจชายแดนบึงกาฬได้นำกำลังตำรวจ ตชด. อส. และ นปพ. ประมาณ ๓๐๐ คน เข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๑๖ เวลา ๐๕.๐๐ นาฬิกา ไม่มีหมายค้นครับ ปรากฏว่าขณะตรวจค้นเกิดไฟไหม้หมู่บ้าน มีชาวบ้านเสียชีวิตและสัตว์เลี้ยงหลบหนีเข้าป่าสูญหายจำนวนมาก หลังเกิดเหตุราษฎร บ้านนาทรายประมาณ ๓ คันรถบัสได้เดินทางมาร้องเรียนที่กรุงเทพฯ กล่าวหาว่า ถูกข้าราชการเผาบ้าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในได้มอบหมายให้นายวิญญู อังคนารักษ์ พลเอก สายหยุด เกิดผล และพลตำรวจโท สุรพล จุลละพราหมณ์ ไปทำการ สอบสวนข้อเท็จจริง อาจารย์ธีรนาถคงจะรู้ว่าตำรวจชายแดนเสียขวัญ จึงได้นำนักศึกษา ไปเยี่ยมและให้ความคิดว่าผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไม่ใช่ข้าศึก เป็นคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน ต้องการให้ประเทศชาติมีการปกครองในระบอบอธิปไตยอย่างแท้จริง การปราบปราม ด้วยอาวุธและการใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง การพัฒนาช่วยเหลือประชาชนและพัฒนา ปรับเปลี่ยนความคิดให้เลิกฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์คือความถูกต้อง จากการเยี่ยมบำรุงขวัญ ของอาจารย์ธีรนาถส่งผลให้ตำรวจชายแดนมีขวัญกำลังใจดีขึ้นครับ
การอภิปรายในหมวด ๓ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มา ซึ่งนายกรัฐมนตรี กระผมขอเว้นอภิปราย เนื่องจากมีสมาชิกได้อภิปรายจำนวนหลายท่าน ส่วนความเห็นของกระผมในเรื่องนี้เห็นว่าควรได้ให้ผ่านการเลือกตั้งของประชาชนทั้ง ๒ กรณี
ในส่วนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กระผม ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้สำคัญมากครับ
มาตรา ๑๒๑ (๑) ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารและข้าราชการฝ่ายทหารซึ่งดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดหรือผู้บัญชาการเหล่าทัพ
กระผมขอแก้ไขเพิ่มเติม เพิ่มเติม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ท่านอยู่ไหมครับ ผมขอฝากท่านด้วย ซึ่งเลือกกันเองในแต่ละประเภท ประเภทละไม่เกิน ๑๐ คน ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลงลืมไป หรือเปล่าครับ หรือจงใจไม่ให้มีตำรวจเข้ามามีส่วนร่วม ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๕๐ คน มีตำรวจอยู่ ๔ คน รวมทั้งผมด้วย ถ้าอยู่เฉย ๆ ตำรวจทั่วประเทศทั้ง ๒๒๐,๐๐๐ คนก็จะถามว่าพวกท่านทำไมไม่เสนอแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๑ (๑) แล้วพวกผมจะตอบว่าอย่างไร แต่ถ้าพวกผมได้ขอแก้ไข เพิ่มเติมให้แล้ว แต่ไม่ได้มีการแก้ไข ผู้ที่จะต้องตอบก็คือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ เพราะท่านทั้งหลายโดยเฉพาะที่ผมเลือกไปถ้าจำไม่ผิด ใน ๒๐ คน มี ๑๘ คนที่ตรงกับผมเลือก เป็นนายทหารที่นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ เปิดเผยว่าผมเลือกท่านขึ้นไป ท่านคงจะ รู้จักตำรวจดีกว่ากรรมาธิการท่านอื่น ฉะนั้นท่านเอาไปพิจารณาครับ มันหมายถึง ขวัญและกำลังใจของตำรวจทั่วประเทศทั้งนอกราชการและในราชการ
เหตุผล ความเหมือน คุณลักษณะ ขีดความสามารถและหลักนิยมระหว่าง ผบ. เหล่าทัพและ ผบ. ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสังเขป
ข้อ ๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ๘ ท่าน และที่ปรึกษาอีก ๕ ท่าน ยศพลตำรวจเอก รวมแล้วเป็น ๑๓ ท่าน เงินเดือนน้อยกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ๑ ท่าน
ข้อ ๒ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นยศพลตำรวจเอก อัตราเงินเดือน เทียบเท่ากับ ผบ. เหล่าทัพทุกคนเลยครับ อัตราเงินเดือน ส. ๙ เต็มขั้นครับ ๗๙,๐๓๐ บาท เท่ากันกับ ผบ. เหล่าทัพทั้ง ๓ เหล่าทัพ
ข้อ ๓ กำลังพลบรรจุจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งสิ้น ๒๑๕,๙๐๐ คน มากกว่ากองทัพอากาศและกองทัพเรือรวมกันครับ มีอัตราอนุญาต ๓๒๗,๐๐๐ คนครับ ปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๘,๐๔๔ คนครับ เฉพาะที่อยู่ในสำนักงานชายแดน ตำรวจอื่น ๆ ไม่คิด
ข้อ ๔ เป็นข้าราชการพลเรือนประเภทมียศ ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยแต่เดิม ต่อมาได้ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งแปลกมากครับไม่ขึ้นกับหน่วยแต่ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี อำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๑) ที่ว่าพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ คือเจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ของประชาชนครับ การผลิตบุคลากร ๑ โรงเรียนเตรียมทหาร นักเรียนเตรียมทหาร ประกอบด้วยเหล่าทัพ ทหารบก เรือ อากาศและตำรวจครับ นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นผู้อภิปรายมาจากเตรียมทหารถึง ๖๐ คน แล้วมีตำรวจ ๒๐ คน จาก สปป. ลาว ๑๐ คน ฝากเรียนรวม ๙๐ ครับ ปัจจุบันนี้ก็เช่นเดียวกัน โรงเรียนเตรียมทหารผลิตตำรวจให้กับโรงเรียน นายร้อยตำรวจ
ข้อ ๒ โรงเรียนชั้นนายพันทหารราบ เหล่าราบ เหล่าม้า เหล่าปืน เหล่าช่าง เหล่าสื่อสารมีโควตาให้ข้าราชการตำรวจเรียนร่วมรุ่นทุกรุ่นครับ
ข้อ ๓ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ทหารเรือ ทหารอากาศ และวิทยาลัยเสนาธิการทหารก็มีโควตาให้ตำรวจเรียนร่วมทุกหลักสูตร
ข้อ ๔ กีฬา ๔ เหล่าทัพ เพลงมาร์ช ๔ เหล่า ก็มีตำรวจเป็นเหล่าที่ ๔ รวมอยู่ด้วย
ข้อ ๕ รัฐบาล คสช. ปัจจุบันก็แต่งตั้งให้ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ให้เป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม นั่นถือว่าเป็นการให้กำลังใจและบำรุงขวัญกับตำรวจประจำการ และนอกประจำการทั้งประเทศรวมทั้งครอบครัว ซึ่งมีจำนวนเกินกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าจะทำประชามติท่านจะได้ใจตำรวจพวกนี้และบุคคลเหล่านี้ กระผมจึงขอวิงวอนประธาน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญผ่านท่านประธานได้โปรดแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในมาตรา ๑๒๑ (๑) ต่อจาก ผบ. เหล่าทัพ รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับความรู้สึกสภาพชีวิตจิตใจของตำรวจ นายทหาร ๓ ท่านที่อยู่ในคณะกรรมาธิการคงทราบดีครับ กรุณาให้ข้อมูลกับท่านประธานด้วย ท่านประธานครับ เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเป็นปัจจัยที่ให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้ รัฐบาล ได้จัดสรรให้เพียงพอแล้วครับ เขาไม่ต้องการแล้วขณะนี้ แต่ขวัญกำลังใจเป็นนามธรรม มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้ตำรวจนั้นปฏิบัติหน้าที่อย่างดีและมีประสิทธิภาพ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นจริง สามีภรรยาครอบครัวหนึ่ง มีบุตรชายฝาแฝด สองสามีภรรยา ต้องไปทำงาน ไปเช้าเย็นกลับจึงไม่มีเวลาดูแลบุตร จ้างให้สถานที่รับเลี้ยงเด็กดูแลในช่วงเวลา ไปทำงาน ปรากฏว่าหลังจากนั้น ๖ เดือน เด็กฝาแฝดพี่สมบูรณ์ดี แต่ฝาแฝดน้องผมไม่ขึ้น ศีรษะล้าน ขอประทานโทษ ท่านประธาน ผมเกี่ยวกับเด็ก ไม่ได้เกี่ยวกับท่าน สามีภรรยา จึงได้นำฝาแฝดน้องไปตรวจรักษาตามโรงพยาบาลหลายแห่ง แพทย์แจ้งผลการตรวจว่าไม่พบ โรคใด ๆ เลยครับ สองสามีภรรยาจึงพาไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี ท่านซักถามประวัติเด็กแฝดน้องปรากฏว่าผู้เลี้ยงเด็กใช้ขวดนมขวดเดียวกันให้แฝดพี่ดื่มก่อน แล้วก็ให้แฝดน้องดื่มภายหลัง นอนคู่กัน มีขวดนมขวดเดียวให้คนพี่ดื่มก่อนแล้วคนน้องดื่มทีหลัง แพทย์จึงสั่งให้ใช้ขวดนม ๒ ขวด ให้เด็กแฝดดื่มพร้อมกันทั้งสองคน ปรากฏว่าหลังจากนั้น ๑ เดือน แฝดน้องก็มีผมเกิดขึ้นดกดำเป็นปกติ แสดงให้เห็นว่าเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาก็มีความรู้สึกด้านจิตใจ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นเหตุให้ผมศีรษะไม่ขึ้นตามปกติดังกล่าว ขอประทานโทษครับ ผมก็ไม่ได้กล่าวหาว่าใคร จริง ๆ ผมก็เหมือนกันกับท่านละครับ ข้าราชการตำรวจเป็นปัจเจกบุคคลครับ เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ขวัญกำลังใจในการทำงานย่อมตก อาจส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ รับใช้ประชาชนและประเทศชาติหย่อนประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นขณะนี้ กระผมจึงเห็นควร แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒๑ (๑) ตามที่ผมกล่าวแล้ว หมดแล้วใช่ไหมครับ ผมไม่รบกวนท่านแล้ว ผมขอจบครับ ขอบคุณครับ