สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๘ · ๒๓ เมษายน ๒๕๕๘

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ว. และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๑๒๑ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งส.ว. และเรียกร้องให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้ นอกจากนี้เขายังพูดถึงการมีส.ว.หรือไม่ และวุฒิภาวะของส.ว.ที่จะกลั่นกรอง ตรวจสอบ แต่งตั้ง ถอดถอนคนอื่น และหารือเรื่องรัฐธรรมนูญและวิธีการเลือกตั้งส.ว. โดยเรียกร้องให้หาวิธีใหม่ในการเลือกตั้ง เนื่องจากวิธีการเดิมไม่เหมาะสม และไม่สามารถกลั่นกรองตรวจสอบได้

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ขอกราบเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนใหญ่ ผมเห็นว่าดี แล้วก็มีหลายท่านที่มีการอภิปรายแล้ว แต่ละจุดแต่ละประเด็นนั้นผมว่า เป็นมุมมองของแต่ละท่าน ซึ่งแต่ละจุดนั้นผมว่ามีทั้งจุดดี จุดด้อยที่สามารถถกแถลงกันได้ แต่ก็ อย่างที่กราบเรียน ดอกไม้ที่งามที่สุดยังไม่ได้บาน ที่อาจารย์ประสารบอกไว้ แต่สำหรับผมครับ ท่านประธาน เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รับได้เป็นส่วนใหญ่ แต่มีอยู่จุดหนึ่งประเด็นหนึ่งที่ผม รับไม่ได้และไม่เห็นด้วยอย่างแรง ก็คือ มาตรา ๑๒๑ ที่มาของ ส.ว. ผมขอเรียนต่อท่านประธานว่า ที่พูดทั้งหมดไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ผมเองนั้นยอมรับว่าเคยเป็น ส.ว. สรรหา แล้วก็ที่พูดครั้งนี้ เอาบทเรียนเอาประสบการณ์จากเคยเป็น ส.ว. สรรหาอยู่กับ ส.ว. เลือกตั้งมา เพราะฉะนั้นมีประสบการณ์ตรงที่จะกราบเรียนต่อ ท่านประธานและประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับตัวผมเองนั้นยืนยันว่าไม่ว่า จะเป็นสนามเลือกตั้งหรือสนามสรรหา สนามแบบใดก็สามารถที่จะเล่นได้ แต่วันนี้ขอเรียน ต่อประธานว่าพูดกันด้วยเหตุด้วยผลบนข้อเท็จจริงและเหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านมาหมาด ๆ กราบเรียนได้ว่าเลือดเพิ่งซิบ ๆ เห็นกันอยู่หลัด ๆ นี่ละครับ ผมจะยกมาเป็นตัวอย่างในการ ให้ท่านทั้งหลายที่เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องการแก้ปัญหาของประเทศ แล้วก็เอาข้อผิดพลาด ในอดีต เอาปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นมาเป็นตัวตั้ง แล้วก็แก้ปัญหาโดยร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ขึ้นมา อย่างที่ท่านชี้แจงแล้วว่าที่มานายกรัฐมนตรีท่านก็แก้ เรื่องการเลือกตั้ง เรื่องเผด็จการสภา เรื่องการผูกขาดอำนาจ การใช้อำนาจที่ฉ้อฉล การแต่งตั้งโยกย้าย การทุจริตโกงกินคอร์รัปชัน ท่านแก้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยอมรับว่าท่านสร้างกลไกใหม่ ๆ ขึ้นมาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้อะไรที่ไม่ดีท่านแก้ให้ดี อะไรที่ดีอยู่แล้วผมเห็นว่าท่านทำให้ดียิ่งขึ้น ผมเห็นว่าหลายเรื่องหลายประเด็นนั้นท่านทำแล้วผมยอมรับว่าผมชื่นชม แล้วก็ชื่นใจ เพราะท่านอุดรูรั่วของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา แต่แปลกมากครับ ท่านประธานกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่งเข้ามา เรื่องบางเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะที่มา ส.ว. ท่านกลับไม่แก้ครับ ท่านประธาน หรือไม่อย่างนั้นก็แย่ไปกว่าเดิม ย่ำเท้าอยู่กับที่ยังอยู่ในวังวนเดิม พูดกันแบบตรง ๆ เลยนะ แทบจะไม่ได้แก้อะไรเลย ยังมีเลือกตั้ง ๗๗ จังหวัด แล้วก็มีสรรหารวมแล้ว ๒๐๐ คน เพิ่มกัน บวกกันแล้วรวม แก้โน้นนิดหนึ่ง เติมนี่หน่อยหนึ่ง แต่งนั่นนิดหน่อย สาระสำคัญ อยู่เหมือนเดิม ต่างกันแต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่าระบบ เลือกตั้งกับสรรหานั้นมันเหมือนปลา ๒ น้ำ ท่านกำลังจะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นปลาหลายน้ำ มีอดีต ส.ว. สรรหาที่นั่งอยู่กับท่านนั้นอย่างน้อย ๓ คนอยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ รู้ปัญหาดีว่ามันอยู่ด้วยกันยาก ทำงานลำบาก แต่ไม่เข้าใจครับท่านประธาน ที่เคารพ ร่างทำไม ทำทำไม ผมจะลดเสียงลงไม่ให้ดังเหมือนคุณนิรันดร์ ท่านประธานคงทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านคงทราบว่าวิกฤติการเมือง ที่เกิดขึ้นจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ส่วนหนึ่งมาจาก ส.ว. ของเรา เริ่มจากการแก้รัฐธรรมนูญกันแล้วก็นำไปสู่กฎหมายนิรโทษกรรม มันเริ่มจากพวกผมนี่ละครับ แต่ไม่ได้หมายถึงตัวผม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่าให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดครับ ผมอยากให้ท่านฟังช้า ๆ ชัด ๆ เลยจะเห็นว่าเราทำทำไม ทำไมต้องร่างแบบนี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ร่างให้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งหมด ๒๐๐ คน แล้วเป็นอย่างไรครับ ถูกต้อนเข้าคอก กลายเป็นสภาทาส พอปี ๒๕๕๐ ท่านบอกว่าเอามาเลือกตั้งส่วนหนึ่ง สรรหาส่วนหนึ่ง เป็นอย่างไรครับ เลือกตั้งส่วนหนึ่ง ก็ถูกต้อนเข้าคอก ไป ๆ มา ๆ นั้นก็เข้าอีหรอบเดิม ขัดแย้งกันเองแล้วก็ทำงานไม่ได้ นี่เรื่องจริงอาจารย์ อย่าเพิ่งพยักหน้า นี่เรื่องจริง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้ปัญหาของประเทศ แต่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออภัย ท่านประธาน ที่ใช้คำว่า ชักเข้าชักออก แรก ๆ ก็บอกสรรหาแล้วก็ให้เลือกตั้งทางอ้อม ผมพอรับได้ ผมพอรับได้ ไป ๆ มา ๆ กลับบ้านเก่าครับ ผมแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานบวรศักดิ์ เป็นคนธรรมะธรรมโม คงรู้จักคำว่า มุโขโลกนะ อย่าทำงานเพราะเห็นแก่หน้ากัน พวกกัน เราต้องเอาประเทศและพลเมืองเป็นตัวตั้ง และอาจารย์บวรศักดิ์ก็ยึดหลักธรรมะ ผมก็รู้ว่า ต้องทำงานโดยปราศจากอคติ ๔ กลัวว่ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านแล้วร่างออกมาแบบนี้ไม่ได้ เป็นภยาคติครับ เอาล่ะ เอาแค่นี้พอสังเขป เอาล่ะ ผมจะเอาหลักการ

กราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ ถามว่าเราจำเป็นต้องมี ส.ว. หรือเปล่า ถ้าตอบกันว่าจำเป็นต้องมี ถามว่ามีแล้วเรามีทำไม แล้วเอามาทำอะไร แล้วควรจะเอาคน แบบไหนมาเป็น ส.ว. แน่นอนครับ เท่าที่ดูจากท่านร่างมา ต้องการเอามาทำการกลั่นกรอง ตรวจสอบ แต่งตั้ง ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ และที่สำคัญที่ท่านร่างไว้ ต้องการให้เป็น กลาง มีวุฒิภาวะ หลักมีอยู่แค่นี้ เห็นไหมว่าเมื่อมันเป็นอย่างนี้ ต้องไม่เหมือน ส.ส. เพราะเป็น เครื่องกรอง อาจารย์เนาวรัตน์บอกแล้ว หรือเป็นตะแกรง มันไม่ใช่จอบ ไม่ใช่เสียม ไม่ใช่ แทรกเตอร์ มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นคนที่จะมากลั่นกรอง ตรวจสอบ แต่งตั้ง ถอดถอนคนอื่นนั้น ผมว่าต้องมีวุฒิภาวะเหนือกว่าคนอื่นแน่นอน ท่านปรีชานั่งอยู่ตรงนี้ครับ เอ่ยชื่อ เวลาเราเป็นกรรมการสอบสวนคนอื่น เราต้องเหนือกว่าคนอื่นไหม เมื่อเราเป็น กรรมการตรวจสอบ เราต้องเหนือกว่าคนที่เราจะต้องตรวจสอบไหม ใช่ไหมครับ ใช่ ท่านอยู่ ก.พ. มา แม้แต่ท่านจะเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์ ท่านยังต้องเหนือกว่าคนที่ท่านจะต้อง สัมภาษณ์เลย แล้วนี่ท่านเป็นกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นจะต้องมีวุฒิภาวะ เหนือกว่าเขา นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ที่มาต้องต่างกัน วิธีการ ต้องต่างกัน เลือกตั้งแบบ ส.ส. จะเป็นอย่างไรครับ ชัดเจนเป็นคำตอบอยู่แล้วว่าก็ได้คนแบบ ส.ส. ครับ ท่านอาจารย์กระแสก็ยืนยัน ถ้าเลือกตั้งแบบ ส.ส. ก็จะได้คนแบบ ส.ส. ถามว่า แล้วเราจะไปกลั่นกรองตรวจสอบอะไรกันได้ ถ้าต้องการให้มีเลือกตั้ง ผมว่ามีสภาเดียวดีกว่าครับ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ เปลืองข้าว เปลืองน้ำ เปลืองไฟ มันตรวจสอบ อะไรกันไม่ได้ครับ แม้แต่ครึ่งหนึ่ง สรรหากับเลือกตั้งยังตรวจสอบกันไม่ได้เลยครับ แล้วในที่สุดถ้าเราทำแบบนั้นเราก็จะไม่ได้คนที่มีวุฒิภาวะในลักษณะที่แบบหลากหลาย ตามที่เราต้องการได้ เรารู้อยู่แล้วว่าที่มาของ ส.ว. นี้ ๒ วิธีการที่ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เคยใช้มาแล้วนั้นมีปัญหา ไม่สามารถกลั่นกรองตรวจสอบได้ ไม่สามารถเป็นคนที่มี ความเป็นกลางได้ ขอเรียนด้วยความเคารพครับ เราก็ต้องหาวิธีใหม่ใช่ไหมครับ ผมว่า เป็นคำตอบชัดเจนครับท่านประธาน ต้องหาวิธีใหม่เพราะมีหลายเรื่องในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมฟังจากท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหาวิธีใหม่ ๆ อุดรูรั่ว แต่งตั้งเพียวร์ เพียวร์ (Pure pure) เคยใช้มาแล้วใช่ไหมครับ น่าเกลียด เป็นตรายาง สภาตรายาง เลือกตั้ง เพียวร์ เพียวร์ ล้มเหลวกลายเป็นสภาทาส เลือกตั้งบวกสรรหา เข้าคอกบางส่วนล้มเหลว ขัดแย้งกันหมาด ๆ นี่ล่ะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้ทำไมเราไม่หาวิธีใหม่ ท่านฟัง ผมด้วย ลองตั้งใจฟังจริง ๆ ทุกอย่างที่ผมกราบเรียนมานั้นเป็นความล้มเหลวและเราเห็นมา อย่างเลือดสด ๆ สรรหาเพียวฺร์ เพียวร์ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเคยใช้ ไหมครับ ยังไม่เคยใช้เลย สรรหาไม่ใช่แต่งตั้ง เรายังไม่เคยใช้เลย แต่เลือกตั้งทั้งหมดเราเคยใช้ ทำไมท่านไม่ลองใช้วิธีสรรหาทั้งหมด แล้วลองดูสิว่ากระบวนการมันบกพร่องตรงไหน กรรมการสรรหาไม่ครบถ้วน ไม่รอบด้าน ไม่ครบมุม ไม่โปร่งใส ไม่ชัดเจน ผมเห็นในหลาย องค์กรครับที่อาจารย์บรรเจิดท่านเพิ่มกรรมการสรรหาเข้ามา ทำไมท่านไม่ลองพิจารณาเพิ่ม กรรมการสรรหาและทำวิธีการสรรหาให้มันโปร่งใส ชัดเจน เปิดเผย นายคนนี้ได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุผลกลใด ให้สื่อมองกัน ให้โฟกัส (Focus) กันให้แรงไปเลย นี่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ผม ขอเสนอ เอ้า ท่านบอกว่าสรรหาเพียวร์ เพียวร์นั้นมันไม่ยึดโยงกับประชาชน ผมขอเสนอ อีกทางหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เอาทั้ง ๒ อย่าง ทั้งเลือกตั้งเหมือนคล้าย ๆ กับสรรหา มาอยู่ในวิธีเดียวกัน ก็เลือกตั้งแบบสาขาอาชีพ ดูไหมครับ ผมเห็นท่านเขียนไว้ในมาตรา ๑๒๑ (๔) ก็เอาสัก ๑๕๐ พอครับท่านประธานครับ จัดกลุ่มไปเลยครับ ครูบาอาจารย์ แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข นักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ นักการศาสนา ผู้ใช้แรงงาน ชาวนาชาวไร่ พ่อค้า อุตสาหกรรม แล้ว กกต. เป็นเจ้าภาพในการจัดการเลือกตั้ง ผมคิดว่าเราจะได้คนหลากหลาย และเป็นคนที่มีวุฒิภาวะและเหมาะในการที่จะมาทำหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบจริง ๆ ครับ เขาก็จะไม่มีใครมาดูถูกว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่เขามาจากการเลือกตั้งจากสาขาอาชีพ ของเขา เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าน่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแบบเดิมเพราะมันล้มเหลว ที่ท่าน ร่างมานั้นใช้ของล้มเหลวแล้วเอามาทำอีก แปลกมากครับ และอำนาจของ ส.ว. นั้นผมกราบ เรียนต่อท่านประธานครับ ควรเป็นไปตามรัฐธรรมนูญเดิม แต่งตั้งใครก็ควรถอดถอนคนนั้น ที่เป็นนักการเมืองเขา มาจากการเลือกตั้งเราไม่ได้แต่งตั้งเขาก็อย่าไปถอดถอนเขา แล้วก็ ไม่ควรจะออกกฎหมายได้ แล้วก็ไม่ควรจะตรวจสอบประวัติคณะรัฐมนตรี ไม่จำเป็นเลยครับ ผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องแก้ปัญหาของประเทศ ไม่ใช่สร้างปัญหา ต้องคำนึงถึงประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทำเพื่อนักการเมืองหรือเพื่อเอาอกเอาใจใคร คนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้แต่สภาขับเคลื่อน ผมก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย ที่ท่านบอกว่ามี สปช. ๖๐ มี สนช. ๓๐ ท่านประธานครับ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ตั้งลูก ตั้งเมีย ตั้งพี่ ตั้งน้อง ตั้งลูกเขย เขายังด่าเลย นี่ท่านร่างรัฐธรรมนูญ เขามาด่าตัวเรา เราตั้งเอง ผมยืนยันเลยว่าเรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะอะไรครับ เพราะคนเขาเห็นว่าเราตั้งพวกเรากันเอง ต้องการสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างดีหมด แต่มันมีอะไรละครับ ขี้แมลงสาบ ทำไมท่านไม่ร่างล่ะครับเขียนเป็นคุณสมบัติเขา แล้วก็บอกว่า ให้เอางานที่สภาปฏิรูปนี้ไปทำต่อ ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกว่ามาจาก สปช. ๖๐ คน เขาบอก อ้ายนี่มันชัดเจนไปแหง ๆ ส่วนคนในนี้จะได้รับเลือกไปก็แล้วแต่คุณสมบัติเขา ผมว่าอันนี้ น่าอายครับ ด้วยเคารพผมก็อายครับ ผมไม่ลงหรอกครับ รัฐธรรมนูญดีทั้งหมด แต่ถ้าคน เห็นรอยตำหนิ อย่างที่ท่านประธานได้เคยกล่าวไว้ คือท่านประธานเทียนฉาย แม้แต่ มีรอยตำหนินิดเดียว ส่วนเสียมันจะกลบรอยส่วนดีทั้งหมด จึงไม่ควรจะเขียนโดยเด็ดขาด มันจะทำให้รัฐธรรมนูญดี ๆ ของท่านอาจารย์บวรศักดิ์และคณะเสียของไปหมดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองกราบเรียนต่อท่านประธานจริง ๆ เลยครับว่า ผมเบื่อ การเลือกตั้งที่ทุจริต เบื่อการซื้อสิทธิขายเสียงแล้วมามีอำนาจ ผมเบื่อรัฐบาลที่ฉ้อฉล ทุจริตโกงกิน คอร์รัปชัน เล่นพรรคเล่นพวก เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ผมเบื่อการเมืองที่ล้มเหลว ทำให้ประเทศของผม ไม่เดินหน้า เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเบื่อครับ ฟังผมอีกนิดหนึ่งครับ ผมเบื่อ การปฏิวัติรัฐประหาร ผมไม่ชอบครับ เพราะการปฏิวัติรัฐประหารทำให้ประเทศผมถอยหลัง แล้วเราก็มาเริ่มนับหนึ่งใหม่แบบนี้ล่ะครับ ปฏิวัติรัฐประหารทีหนึ่งเอาประเทศเป็นตัวประกัน ลงทุนสูงมาก แล้วก็ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ แต่นั่นล่ะครับเขามีเหตุผลว่า เป็นการป้องกัน เป็นการปัดเป่าปัญหาของประเทศนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกอย่าง ในรัฐธรรมนูญและกลไกที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญดีเกือบทั้งหมด แต่มันถึงเวลาที่จะใช้ทั้งหมด ในรัฐธรรมนูญขณะนี้แล้วหรือยัง ช้า ๆ ชัด ๆ ฟังผมอีกครั้งครับ ถึงเวลาที่จะใช้ของดีทั้งหมด ในรัฐธรรมนูญขณะนี้ เดี๋ยวนี้หรือยังครับ ก่อนเลือกตั้ง นิดเดียวครับผมเกรงใจท่านประธาน ด้วยความเคารพ