จําลอง โพธิ์สุข อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความพอใจกับการแก้ไขบางส่วน และเสนอแนะเพื่อให้เหมาะสมกับบรรทัดฐานของรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบการเมืองและการเงิน โดยเรียกร้องให้ปรับปรุงคำพูดเพื่อให้ครอบคลุมและสมบูรณ์ และหารือเรื่องหน้าที่ของคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ โดยเสนอให้ยกฐานะขึ้นเป็นหมวดที่แยกจากกัน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จําลอง โพธิ์สุข สปช. ลําดับที่ ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาทครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็น ที่จะอภิปรายและตั้งเป็นข้อสังเกตแล้วก็เสนอความเห็นผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แต่บังเอิญว่าประเด็นที่ผมจะพูด เมื่อสัก ๕ นาทีที่ผ่านมานี้ ผมได้รับใบแก้ไขคําผิด คําตก ก็คือว่าชื่อภาค ๒ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่บัญญัติว่า ผู้นําการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี แก้ไขเป็น ผู้นําการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ผมก็แทบจะไม่มีประเด็นที่จะต้องพูดครับท่านประธาน
แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ก็ยังมีส่วนรายละเอียดปลีกย่อยในประเด็นที่ผมจะได้ ขออภิปรายไว้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยนะครับ ก็คือว่าในภาค ๒ นี้เป็นภาคที่มีเนื้อหาสาระมากที่สุด ในจํานวนทั้งหมด ๔ ภาค มีอยู่ด้วยกันถึง ๗ หมวด แล้วก็เป็นเรื่องสําคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหลายทั้งปวงนะครับ แต่ว่าในจั่วหัวของภาคเดิมที่บอกว่า ผู้นําการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดีมันไม่ได้สะท้อนถึงเนื้อหาสาระที่อยู่ในภาคนี้ทั้งหมดนะครับ แต่เมื่อได้มีการปรับแก้ไขแล้วก็ตรงใจกับผมที่ผมคิดไว้พอดีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็ถือว่า ผ่านไปนะครับตรงนี้ แต่ว่าในประเด็นเดียวกันนี้ก็ยังมีส่วนที่น่าจะได้รับการพิจารณาปรับแก้ไข ให้เหมาะสม ให้ดูดี โดยยึดบรรทัดฐานจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ อย่างเช่นฉบับปี ๒๕๕๐ คือการจัดเรียงลําดับหรือขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษก็คือการจัดซีเควนท์ (Sequent) ของเรื่อง ในภาคนี้นะครับ น่าจะเริ่มต้นจากเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐแล้วก็ตามด้วยสถาบัน ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีไล่เลียงกันลงไปตามเนื้อหาที่ได้จัดวางไว้ แต่เดิมก็จะเป็นการเหมาะสมยิ่งขึ้นนะครับ
ในอีกประเด็นถัดมาครับ ท่านประธานครับ ก็คือในเนื้อหาที่อยู่ในหมวดนี้ เรื่องของผู้นําการเมืองที่ดีและระบบการเมืองที่ดีนะครับ ก็ได้พูดถึงผู้นําการเมือง โดยในเจตนารมณ์เท่าที่ผมอ่านดูนี่นะครับ ก็พูดไปถึงว่าหมายความรวมไปถึงผู้นําในท้องถิ่น ท้องที่ โดยเฉพาะผู้นําท้องที่ที่ท่านยกตัวอย่างกันไว้ก็คือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้นํา ในภาคของราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ปลัดกระทรวง อธิบดี ทั้งหลายทั้งปวงนี่นะครับ ผมคิดว่า ตรงนี้ถ้าหากว่าจะได้รับการพิจารณาปรับแก้ไขโดยมีถ้อยคําเพิ่มเติม อย่างสมมุตินะครับ เป็นต้นว่า คําว่า หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้นําชุมชน ผู้นําท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่น แล้วก็ผู้นําการเมือง อย่างนี้ก็จะทําให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้นนะครับ
ในประการต่อไปนะครับ ก็คือในส่วนที่อยู่ในหมวด ๕ ไม่ทราบว่า คําว่า การเงิน หายไปไหน มีแต่พูดถึงเรื่องของการคลังและการงบประมาณ ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับก่อน อย่างเช่นฉบับปี ๒๕๕๐ ก็พูดถึงเรื่องการเงินไว้ด้วยอยู่ในหมวดเดียวกันนี้ และนอกจากนั้นถ้าหากเราจะพิจารณาตามบัญญัติในมาตรา ๒๐๐ มาตรา ๒๐๔ ก็จะมีพูดถึง เรื่องการเงินคือเงินรายได้ของหน่วยงานก็ดี ตามมาตรา ๒๐๔ หรือตามมาตรา ๒๐๐ พูดถึง เรื่องเงินของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงนี้ไปถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ช่วยพิจารณาเพื่อให้เกิดความเหมาะสมยิ่งขึ้นด้วยนะครับ
ในประการสุดท้าย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗๗ พูดถึงเรื่องของ คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ เป็นมาตราที่ติ่งอยู่ในหมวดนี้ ในภาคนี้ มาตราเดียว มาตราสุดท้าย แต่ถ้าหากว่าเรามาพิจารณาถึงภาพโดยรวมของอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ก็จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการชุดนี้ที่เรากําลังจะให้เกิด มีขึ้น มีอํานาจหน้าที่ในการที่จะประเมินผลของหน่วยงานองค์กรสถาบันทั้งที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. หรือที่จะมีเกิดขึ้นใหม่ตามกรอบแนวความคิดของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้มากมายมหาศาล แต่ท่านบอกว่าให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กําหนด ในความคิดของผมถ้าหากว่าจะไปให้มันใหญ่โตเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้นก็น่าจะ กําหนดขึ้น ยกฐานะขึ้นมาไว้เป็นอีก ๑ หมวดจะได้ไหม แล้วก็ว่ากันในรายละเอียด เป็นหลักการเบื้องต้นไม่ต้องถึงลงในรายละเอียดก็ได้ว่าองค์กรนี้ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วก็ไปว่ากันรายละเอียดในกฎหมายที่จะออกตามมาภายหลัง นี่คือประเด็นในเรื่องของคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ผมก็คงมีประเด็นที่จะกราบเรียน ต่อท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ช่วยพิจารณาต่อไปด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ