พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร แสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความชื่นชมคณะกรรมาธิการที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับมนุษย์ และเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิของคนด้อยโอกาส นอกจากนี้ เธอยังเสนอแก้ไขมาตรา 34 เพื่อให้ครอบคลุมบุคคลในทุกเพศสภาพ และสนับสนุนให้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปครั้งนี้มีความเป็นธรรมและไม่แบ่งแยกบุคคลที่มีปัญหาในการรับรองเพศสภาพตามธรรมชาติ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อนสมาชิกแล้วก็ประชาชนที่ติดตามฟังนะคะ สําหรับ ๑๐ นาทีหลังซึ่งดิฉันจะต้องทํา หน้าที่ก็คือจะมีความเห็นเกี่ยวกับหมวด ๒ ในเรื่องเกี่ยวกับประชาชน ซึ่งดิฉันจะแยกออกเป็น ๓ ประการสําคัญเช่นกันนะคะ
ในประการแรก ดิฉันชักไม่กล้าแสดงความชื่นชมแต่ก็ต้องชื่นชมว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับมนุษย์หรือคนในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏตัวบนแผ่นดินไทย ซึ่งดิฉันจะมีข้อเสนอแนะเล็กน้อยในการจัดการสิทธิที่ เหมาะสมมากขึ้นสําหรับคนด้อยโอกาสอย่างร้ายแรงในบางสถานการณ์ ดิฉันตระหนักว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคงมีแนวคิดมนุษย์นิยมอย่างมากทีเดียว บทบัญญัติ จํานวนหนึ่งจึงระบุถึงความด้อยโอกาสในหลายสถานการณ์และเป็นสถานการณ์ที่เกิดจริง ในประเทศไทยและไม่ค่อยมีกฎหมายไทยลายลักษณ์อักษรกล่าวถึงในสถานการณ์ผู้ทรงสิทธิ ของบุคคลดังกล่าวมากนัก หลายเรื่องเป็นเรื่องที่รู้กันดีทั่วโลกในประชาคมระหว่างประเทศ และท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้กล่าวถึง ดิฉันยกตัวอย่างใน ๓ สถานการณ์ ด้วยกันเป็นตัวอย่างที่สําคัญและควรชื่นชม
สถานการณ์แรก ก็คือสถานการณ์ของคนไร้สัญชาติ ดิฉันอาจจะมีมุมมอง อีกแบบหนึ่งเกี่ยวกับมาตรา ๔๗ วรรคสาม ดิฉันดีใจมากที่เห็นคําว่า คนไร้สัญชาติ ปรากฏ ในร่างรัฐธรรมนูญ แม้แนวคิดเพื่อจัดการในเรื่องนี้อย่างชัดเจนรอบด้านจะไม่ปรากฏ ในร่างรัฐธรรมนูญเลยก็ตาม และแม้ถ้อยคําในวรรคนี้จะต้องปรับให้ชัดเจนมากขึ้น แต่เมื่ออ่านแล้ว ก็เข้าใจได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ไม่ยอมให้การสิ้นสุดของสิทธิในสัญชาติไทยของ บุคคลใดทําให้บุคคลนั้นตกเป็นคนไร้สัญชาติ ดิฉันไม่อยากเห็นการออกกฎหมายมาถอนสิทธิ ในสัญชาติไทยของบุคคลอันก่อให้เกิดคนไร้สัญชาติดังที่เคยมีมาในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกิดโศกนาฏกรรมกับชาวเขาจํานวนมากในประเทศไทยและในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ เป็น ๒ สถานการณ์ที่กฎหมายไทยทําให้คนที่มีจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิด กับแผ่นดินไทยและเป็นคนยากจนตกเป็นคนไร้สัญชาติ มาตรา ๔๗ วรรคสาม จึงเป็นกลไก ประสิทธิภาพเพื่อป้องกันเหตุร้ายดังที่เคยเกิดมา ดิฉันจึงขอสดุดีให้ความดีงามอันนี้ของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่งดงามมากที่สุดค่ะ
สถานการณ์ที่ ๒ ก็คือสถานการณ์ของคนยากไร้หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลําบาก ๒ คํานี้ปรากฏในมาตรา ๔๔ ในเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมสําหรับมนุษย์ทุกคน อันนี้ สุดยอดค่ะ มาตรา ๕๒ ความเท่าเทียมกันในการรับการศึกษา แม้ว่ามาตรา ๕๒ จะให้ แก่พลเมืองก็ตามก็ยังเป็นสิ่งที่ยังงดงามอยู่ดี แต่ถ้าเกิดสิทธิทางการศึกษาจะเป็น เอดูเคชัน ฟอร์ ออร์ (Education for all) ดิฉันก็ว่าน่าจะดีมากกว่า
ในสถานการณ์ที่ ๓ ดิฉันเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านว่ามาตรา ๓๔ วรรคสาม ก็ยิ่งใหญ่นะคะ เป็นมาตราที่กล้าพูดถึงปัญหาจริงในสังคมไทย ปัญหาซึ่งคนที่มี ถิ่นกําเนิดแตกต่างกัน เชื้อชาติแตกต่างกัน เพศสภาพแตกต่างกัน แล้วก็สถานะบุคคล ที่แตกต่างกัน ดิฉันขอบคุณที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอธิบายว่าสถานะบุคคลนั้น หมายถึงคนชาติพันธุ์ แน่นอนท่านคงหมายถึงชาวเขา ชาวเล ชาวป่าอย่างมานิ ซาไก ดิฉัน ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันคิดว่ามันมีดอกไม้ที่งดงามมากมายอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ ดิฉันภาวนาให้ท่านไปตลอดรอดฝั่ง อันนี้เป็นเรื่องแรกที่ดิฉันจะเรียนว่าดิฉันอาจจะ ไม่เรียกร้องท่านมากเกินไป แต่ดิฉันอยากจะให้ท่านเริ่มต้นแล้วท่านได้เริ่มต้นแล้วดิฉัน ขอบคุณอย่างสูงค่ะ
ในความเห็นประการที่ ๒ ดิฉันเสนอให้เพิ่มคําว่าบุคคลในทุกเพศสภาพ ในวรรคสองของมาตรา ๓๔ ซึ่งบัญญัติไว้อย่างที่เคยบัญญัติมาหลายสิบปีว่าชายและหญิง มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ณ วันนี้โดยวิทยาศาสตร์ชีวภาพเราก็รู้อยู่แล้วว่าเพศไม่ได้มีแค่ ๒ เพศซึ่งเป็นเพศที่ชัดเจน ยังมีเพศที่ไม่ชัดเจนอีกหลายลักษณะและกฎหมายครอบครัว ทั่วโลกกําลังปรับตัวสําหรับที่จะเอื้อต่อสุขภาวะของคนที่มีปัญหาเพศสภาพตามธรรมชาติ ดังนั้นดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าใจปัญหาวิทยาศาสตร์ชีวภาพตรงนี้ดี ถ้าหากพิจารณามาตรา ๓๔ วรรคสาม ท่านก็พูดถึงเพศสภาพอยู่แล้ว ดิฉันจึงอยากจะสนับสนุน ให้ท่านเพิ่มคําว่า บุคคลในทุกเพศสภาพ ลงไปในการรับรองความเท่าเทียมกันในการเข้าถึง สิทธิเสรีภาพในวรรคสอง ดิฉันคิดว่าคนที่มีปัญหาการรับรองเพศสภาพตามธรรมชาตินั้น มีความทุกข์ยาก มีความทุกข์ทรมานมาหลายปีดีดักอยู่แล้วด้วยความไม่เข้าใจของสังคมไทย ในวันนี้เมื่อมีความเข้าใจกันมากขึ้น ดิฉันคิดว่าตรงนี้น่าจะไปให้ถึงที่สุด การเริ่มต้นที่ชัดเจน ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปครั้งนี้ย่อมจะทําให้ความไม่เป็นธรรมที่บุคคลที่มีปัญหา การรับรองเพศสภาพที่เป็นมายาวนานนั้นคงจะเริ่มต้นได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ให้หมดไปในไม่ช้า ดิฉันขอสนับสนุนให้ท่านยืนหยัดเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม กับบุคคลในสถานการณ์นี้ อันนี้เป็นความเห็นประการที่ ๒
ในประการที่ ๓ ก็คงเหมือนเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่สนใจมาตรา ๔๕ ซึ่งบัญญัติ ถึงบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยจะมีสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเพียงใด ให้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติหรือตามที่รัฐจัดให้ อาจจะต้องมีเรื่อง ตกแต่งบทบัญญัตินี้ค่อนข้างมาก แต่ดิฉันใคร่จะทําความเข้าใจแทนคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญหรือเปล่าว่ามาตรา ๔๕ นั้น น่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้สังคมไทยได้จัดการ ปัญหาความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นแก่คนที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยโดยหลักดินแดน คนกลุ่มหนึ่งอาจจะมีพ่อไทยหรือแม่ไทย แต่การที่เขาเกิดในป่า เขาเกิดนอกโรงพยาบาล หลักฐานพยานตัวนั้นก็คงเป็นไปได้ยากลําบากพอสมควรแล้วก็มีราคาแพง ฉะนั้นการที่เขาตั้ง บ้านเรือนถาวรในประเทศไทยก็เท่ากับว่าเขามีภูมิลําเนาหลักในประเทศไทย กล่าวในทาง เศรษฐศาสตร์ก็คือเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบทางสังคม กล่าวคือมีโซเชียล คอนทริบิวชัน (Social contribution) ต่อประเทศไทย เขาเสียภาษีให้รัฐไทยทั้งทางตรง ทางอ้อม เขาเก็บ ทรัพย์สินไว้บนแผ่นดินไทย ความร่ํารวยของพวกเขาก็คือความร่ํารวยของประเทศไทย ดิฉันอยากจะเน้นอีกครั้งหนึ่งว่าคนในสถานการณ์นี้ก็คือต่างด้าวเทียม เขาอาจจะไม่มี ความสัมพันธ์กับรัฐต่างประเทศใดเลยบนโลก แต่โศกนาฏกรรมของเขาก็คือการที่เขาไม่มีบัตรใบนั้นคือบัตรประชาชน ในสถานการณ์ที่เขา ยังไม่มีบัตรประชาชน ดิฉันคิดว่าสิ่งที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทําถูกต้องก็คือการเปิด พื้นที่ที่จะให้ความเป็นธรรมกับเขา กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอาจจะวางไว้ในมาตรา ๔๕ เพราะอย่างน้อยเขาคงจะได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน แต่เราจะเห็นได้ว่าในกรณีที่เขา อาจจะทําได้ดีกว่านั้นหรือในกรณีที่ประเทศไทยกําลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัย เรามีกรอบปฏิรูป ที่จะต้องเพิ่มประชากรวัยทํางาน ดิฉันคิดว่าบางทีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จะมาจาก มาตรา ๔๕ นั้นก็น่าจะนําพวกเขาไปสู่การพัฒนาประเทศไทยและแก้ปัญหาสังคมสูงวัยได้ ดิฉันใคร่จะขอเสนอให้มาตรา ๔๕ นั้นมีวรรคท้ายที่ว่าการบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ย่อมจะต้องเป็นไปบนมาตรฐานที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตในประเทศไทยอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อนสมาชิกบางท่านก็เห็นได้ว่าคนในลักษณะนี้ไม่ควรจะถูกเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ดิฉัน ก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เป็นได้ก็ไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติกับคนสัญชาติไทย แต่ในสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ มาตรฐานที่พวกเขาได้รับอาจจะสูงกว่ามินิมัม สแตนดาร์ด (Minimum standard) นั่นก็คือมาตรฐานที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตในประเทศไทยอย่าง มีศักดิ์ศรีค่ะ ดิฉันขอบคุณกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ทําให้ดิฉันสบายใจมากขึ้นกับ มุมของมนุษย์นิยมที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดิฉันเอาใจช่วยท่านทั้งหลาย ดิฉันทราบว่า ท่านลําบาก เหนื่อยยาก ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ ขอบคุณค่ะ