สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๓ · ๗ เมษายน ๒๕๕๘

ณรงค์ พุทธิชีวิน เสนอแนวคิดการเปลี่ยนแปลงมุมมองของสังคมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ให้มองว่าเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา โดยเสนอแผนการจัดตั้งสถาบันคลังปัญญาแห่งชาติและสถาบันหลักประกันชีวิตแห่งชาติ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการดูแลตลอดชีวิต และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการเกษียณอายุราชการให้เป็น 65 ปี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ด้านการศึกษา หมายเลข ๗๔ ผมอยากจะเรียนท่านกรรมาธิการที่เคารพว่า เอกสารที่ท่านทําให้อ่านนั้น เท่าที่ผมดูแล้วเป็นเอกสารที่ดีมาก ๆ ยอดเยี่ยมมาก ๆ ดีที่สุด ฉบับหนึ่งที่สภาแห่งนี้ได้ทํานะครับ ด้วยความชื่นชมจริง ๆ นอกจากเนื้อหาสาระที่นําเสนอแล้ว กระผมมีประเด็นที่อยากจะแลกเปลี่ยนด้วย ๕-๖ ประเด็นครับท่านประธานครับ สิ่งแรกที่เรา จะต้องทําและต้องทําเดี๋ยวนี้เลยก็คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ ในมุมมองที่เรามีต่อ ผู้สูงอายุครับ ต้องไม่มองว่าผู้สูงอายุคือสิ่งชํารุดทางประวัติศาสตร์ ซึ่งนับวันจะร่วงโรยไป แต่ต้องมองว่านี่คือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่คนรุ่นหลังจะต้องนําให้เกิดประโยชน์ให้ได้

ส่วนที่ ๒ เมื่อเราเชื่อว่าเขาเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาแล้ว ยืดเวลาการทํางาน ของขุมทรัพย์ไปสัก ๔-๕ ปีครับ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมาธิการอย่างยิ่ง ถ้าเผื่อว่า จะมีการแก้กฎหมายการเกษียณอายุราชการ ไปที่ ๖๕ ปีนะครับ ให้กําลังใจครับ แล้วก็หนุน ช่วยว่ารีบทําและทําทันทีครับ

อันที่ ๓ ผมคิดว่าเราควรจะต้องมีสถาบันคลังปัญญาแห่งชาติอย่างที่หลายคน พูดถึง สมเด็จพระบรมราชินีนาถตอนที่พระองค์ท่านมีพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ก็พูดถึงเรื่องนี้ ก็ตรัสถึงเรื่องนี้ว่าอยากจะให้เรียกคนที่สูงอายุเหล่านี้ว่าคลังปัญญา เพราะฉะนั้นการตั้ง สถาบันคลังปัญญาแห่งชาติขึ้นมาจะโดย พ.ร.บ. ก็ตาม หรือโดยกฎหมายใดก็ตามเป็นเรื่องที่ อยากจะให้ทํา บทบาทของคนหรือสถาบันแห่งนี้จะเป็นที่รวมของคนที่มีความสําเร็จในชีวิต เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้เผยแพร่ประสบการณ์ดี ๆ ที่เขามีให้กับคนรุ่นหลัง เป็นส่วนที่จะผลิต บุคลากรสําหรับดูแลผู้สูงวัย เป็นส่วนที่จัดกิจกรรมดี ๆ สร้างสรรค์ให้กับสังคม ให้กับผู้สูงวัย เหล่านี้ และที่สําคัญที่สุดก็คือเราสามารถที่จะแตกลูกของสถาบันคลังปัญญาแห่งนี้ไปยัง ทุกจังหวัดได้ ท่านประธานครับเราจัดการศึกษาสําหรับคน ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน มีโรงเรียน เยอะแยะไปหมด ถ้าเราจะทําให้ทุกจังหวัดมีที่อยู่หรือมีสถาบันคลังปัญญาแห่งชาติในแต่ละ จังหวัดเพื่อที่จะให้ผู้สูงวัยเหล่านี้เขาได้ใช้ประโยชน์บ้าง เรียนรู้บ้าง ร่วมกันทํากิจกรรม ร่วมกันบ้าง ผมเข้าใจว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเกินพอ ผมมองว่าผู้สูงวัยควรจะได้รับโอกาส ในการเรียนรู้ใหม่ กรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาได้เน้นย้ําแล้วว่าการจัดการศึกษานั้น มิใช่คนเพียง ๙,๐๐๐,๐๐๐ คนเท่านั้นที่รับประโยชน์ แต่คนทั้งประเทศต้องได้รับประโยชน์ จากการจัดการศึกษาด้วย ผมเชื่อว่ากระบวนการในการให้ความรู้ใหม่กับผู้สูงอายุ เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งในภาวะที่เราอยู่ในสังคมสูงวัย ผมมองว่าถึงเวลาจะต้องมีสถาบัน ที่เรียกว่าสถาบันหลักประกันแห่งชาติ หลักประกันแห่งชาตินี้อาจจะต้องบังคับโดยกฎหมาย ให้ทุกคนที่มีรายได้ต้องทําประกันพื้นฐานเพื่อสําหรับดูแลเขาไปได้ตลอดชีวิต ท่านประธานครับ เราบังคับให้มีกฎหมายทําประกันรถยนต์ทุกคันเพื่อที่จะให้มันอยู่ได้ในท้องถนนอย่างไม่เกิดปัญหา ในสังคมในท้องถนน ทําไมเราจะทําให้มีหลักประกันชีวิตแห่งชาติเพื่อสําหรับการดูแลคน ตลอดชีวิตเท่าที่เขาจะมีชีวิตอยู่รอดได้ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มีความจําเป็นและสําคัญที่จะต้องทํา ท่านประธานก็เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป วันนี้ถึงเวลาหนึ่งแล้วเราก็ต้องหาหลักประกันที่สําคัญ สําหรับชีวิต มีครอบครัวก็ดีไป ไม่มีครอบครัวก็ดีไป แต่ถึงเวลานั้นใครจะเป็นคนดูแลเรา เมื่อเราต้องการที่จะให้มีคนดูแล ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นคําตอบได้ถ้าเรามี สถาบันหลักประกันชีวิตแห่งชาติ เสนอมาตั้งเยอะท่านประธานครับเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วก็ขอพูดถึงครอส คัทติงต้องมีกลไกหลายกลไกที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วม อย่างแรกก็คือ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ต้องมีกฎหมายที่เอื้อให้ทําสิ่งเหล่านี้ สถาบันการศึกษาต้องไม่ใช่ จัดการศึกษาสําหรับคนในระบบเท่านั้น ต้องดูแลคนเหล่านี้ด้วย สถาบันทางสังคมที่จะต้อง จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทําให้คนเหล่านี้มีที่ยืนในสังคม สื่อต้องมีบทบาทอย่างยิ่งในการที่จะให้ กระบวนการเรียนรู้แก่ผู้สูงวัยที่จะทําให้เขาสามารถที่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับเปลี่ยน วิสัยทัศน์ได้ และที่สําคัญที่สุดก็คือโรงเรียนขนาดเล็กที่บอกว่าจะยุบหรือไม่ยุบขอให้ ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนแล้วให้การเรียนรู้กับผู้สูงวัยเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อย่างตลอดชีวิต และทําให้เขามีความหมายในสังคมเราครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ