สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๓ · ๗ เมษายน ๒๕๕๘

สุชาติ นวกวงษ์ หารือเรื่องความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุ และเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการรองรับและดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการสร้างแหล่งพักผ่อนและศูนย์เรียนรู้ที่สามารถให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีสํานักงานผู้สูงอายุ ระบบฐานข้อมูลลงทะเบียนผู้สูงวัย การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีงานทํา และสถานที่รองรับผู้สูงวัยในชนบท

นายสุชาติ นวกวงษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุชาติ นวกวงษ์ ท่านประธานครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ที่นําเสนอเรื่องปฏิรูปการรองรับระบบเข้าสู่ผู้สูงอายุนะครับ ขอบคุณที่คิดถึงผู้สูงอายุ ทั้ง ๆ ที่คนคิดก็อาจจะเป็นผู้สูงอายุ แล้วก็ในห้องนี้ก็มีผู้สูงอายุ กว่าผมหลายคน ผมเรียกพี่เสมอ ผมก็ยินดีเป็นน้องเสมอครับ ท่านประธานครับ การอภิปรายตรงนี้ผมนึกถึงพื้นที่ ๒ ส่วนครับ ท่านประธานครับ พื้นที่ที่มีผู้สูงอายุมีพื้นที่ใน ชนบท แล้วก็มีพื้นที่ในเมือง ซึ่ง ๒ พื้นนี้นะครับ มีความแตกต่างกันในเชิงของสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ พื้นที่ชนบทมีความใกล้ชิดกันระหว่างประชาชน ระหว่างพี่น้อง แต่ขณะที่ ในเมืองมีความแตกต่างกัน ความใกล้ชิดกัน ความสนิทสนมกันของประชาชนหรือของพี่น้อง มีน้อย เพราะฉะนั้น ๒ พื้นที่นี้ก็มีความแตกต่างกันในเชิงของผู้สูงอายุ ผมมองเรื่องของ ผู้สูงอายุเป็น ๔ เรื่องด้วยกันนะครับ

อันที่ ๑ สถานการณ์ของผู้สูงอายุนะครับ เห็นด้วยว่าผู้สูงอายุตอนนี้มาเร็ว และมาแรง มาเร็วจริง ๆ ครับ เมื่อ ๔๐ ปีก่อนที่แล้วผมก็เป็นเด็กครับ แล้วก็หลาย ๆ คนในนี้ ก็เป็นเด็กเช่นเดียวกัน แต่พอมาถึงปีนี้ก็กลายเป็นผู้สูงอายุไปแล้ว เพราะฉะนั้นปิรามิด ประชากรในเชิงของสามเหลี่ยมปิรามิดประชากรคงไม่มีอีก เพราะว่าขณะนี้การเกิดนี้ ลดน้อยลง เราเดินไปในที่สาธารณะเราจะพบสุภาพสตรีที่อุ้มท้องเดินผ่านมานี่น้อยมาก อันนี้เป็นการยืนยันได้ว่าการเกิดน้อยลงจริง ๆ

ทีนี้เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องที่ท้าทาย เมื่อเราเห็นว่าสังคมผู้สูงอายุมาจริง ๆ มันท้าทายครับ ท้าทายอย่างไรครับ ท้าทายว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของผู้สูงอายุในอนาคตจะมีจริงหรือเปล่า จะทําได้หรือไม่ ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงในการที่จะ ยืนอยู่ในสังคมอย่างไร แล้วก็ภาครัฐจะสามารถดูแลคุ้มครองผู้สูงอายุได้จริงหรือไม่ ในอีก ๑๐ ปี ๑๕ ปีข้างหน้า ภาระงบประมาณอาจจะต้องสูงถึง ๑๘ ล้านล้านบาท อย่างที่ท่านกรรมาธิการได้นําเสนอ เราจะเอาเงินมาจากไหน ภาระทางด้านภาษีที่ประชาชน ส่วนหนึ่งจะต้องจ่ายให้กับรัฐจะเพียงพอหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วนี่นะครับ เราจะต้องทําอย่างไรจึงจะรองรับ สังคมผู้สูงอายุได้ กระผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ การทําให้ผู้สูงอายุมีความเข้มแข็ง มีสุขภาพดี เป็นเรื่องสําคัญ ถ้ามองในเมืองก็คือต้องสร้างแหล่งพักผ่อนที่สามารถออกกําลังกายได้ แต่ถ้าหากว่ามองในพื้นที่ชนบท ผมมองว่าโรงพยาบาลสุขภาพตําบลนี่เป็นศูนย์ ที่ทําการศึกษาศูนย์ที่สามารถให้ความรู้กับประชาชนรวมทั้งผู้สูงอายุด้วย เพราะฉะนั้น ผู้สูงอายุควรจะมีที่ยืนในจุดที่เป็นโรงพยาบาลสุขภาพตําบล ทําอย่างไรละครับ เพราะฉะนั้น โรงพยาบาลสุขภาพตําบลต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นการที่ไปครอส คัทติง กับกรรมาธิการด้านสาธารณสุขโดยให้โรงพยาบาลสุขภาพตําบล มีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุเป็นสิ่งจําเป็นมากครับ แล้วก็เรื่องของสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้น ๆ ควรจะต้องดูแลให้ครบถ้วน

ข้อที่ ๔ ครับท่านประธานครับ ผมดูเวลาของผมก็จะเหลือน้อยลงไปนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมองไปข้างหน้าว่าเราจะรองรับสังคมผู้สูงวัยอย่างไรนะครับ ก่อนอื่นผมคิดว่าเราต้องมีสํานักงานผู้สูงอายุ จะตั้งขึ้นอย่างไรใน สปสช. หรือจะตั้งขึ้นเป็น เอกเทศก็ตามใจนะครับ แต่ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามตัวเลขผู้สูงวัยคงจะต้องเปลี่ยนนะครับ จาก ๖๐ ปี เป็น ๖๕ ปีได้ไหมครับ จึงจะบอกว่าเป็นผู้สูงวัย อันนี้คือตัวเลขที่อาจจะต้อง เปลี่ยนไป เพราะว่าคน ๖๐ ปียังทํางานได้เข้มแข็ง อย่างเช่นท่านประธานของผมเป็นต้นนะครับ ท่านก็เข้มแข็งนะครับ นอกจากนั้นเรื่องของระบบฐานข้อมูลต้องมีการลงทะเบียนนะครับ ลงทะเบียนทําไมครับท่านประธานครับ ลงทะเบียนยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้สูงวัยนะครับ ผมมีอีก ๒ ข้อ นิดเดียวครับ

ทีนี้การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีงานทํา ทําอย่างไรครับ บทบาทของศาสนา ในชนบท วัด ยังเป็นเรื่องที่ผู้สูงวัยเข้าไปทํากิจกรรมได้นะครับ ผมเห็นว่าตรงนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาให้ผู้สูงวัยเป็นผู้นํา ต้องส่งเสริมต่อไปนะครับ

อีกประการหนึ่งครับ สถานที่ต่าง ๆ ที่สามารถสํารวจแล้วก็วางโครงสร้าง พื้นฐานทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีเพื่อรองรับผู้สูงวัยในพื้นที่ชนบทนะครับ อบต. ต้องเข้าไป มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ขอขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพครับ