วินัย ดะห์ลัน หารือเรื่องประชากรศาสตร์ โดยเน้นย้ำว่าประชากรแต่ละกลุ่มมีความพร้อมและความแตกต่างกัน และควรรองรับการเพิ่มประชากรในลักษณะที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาสังคม ทรานเซ็กส์ และเสนอให้นำศักยภาพของประชากรในภาคศาสนาให้เป็นทรัพยากรในการช่วยเหลือชุมชน
ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมเช่นเดียวกับทางคณะกรรมการท่านอื่นนะครับ ได้เห็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านประชากรศาสตร์นั่งอยู่บนเวทีหลายท่านนะครับ เห็นแล้วก็อบอุ่นนะครับ ผมโชคดีอย่างหนึ่งก็คือในช่วงเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วได้ไปเรียนในยุโรป ในช่วงนั้นเขามีปัญหา เรื่องของประชากรลด ตัวเลขของประชากรขณะนั้นการเพิ่มขึ้นของประชากร ๐.๕ กว่า ถ้าเรามาดูแล้วของเราขณะนี้ ๐.๓๕ แต่ในขณะนั้นทางยุโรปเขาก็ค่อนข้างจะซีเรียส (Serious) กับเรื่องนี้มากนะครับ แล้วก็ได้มีการทํามาตรการอยู่หลายอย่างในการที่จะ แก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต วันนี้ปัญหาเขาสมบูรณ์แบบแล้วนะครับ แล้วเราก็ควร จะต้องเรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้นจากที่ในยุโรปนะครับ สิ่งที่ทางนั้นเขาพยายามนั้นก็คือเรื่อง ของการที่จะเพิ่มประชากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทดแทนประชากรจากการนําเอา ประชากรจากที่อื่นเข้าไปหรือการเพิ่มการเกิดของประชากรในประเทศของเขา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ค่อนข้างจะทําได้ยากนะครับ ในกรณีของการทําให้ประชากรของเขานั้นเพิ่มขึ้น ถ้าเรามาดู ผมก็อยากจะเสนอ ๒-๓ ประเด็นนะครับ ขอเสนอเป็นในลักษณะที่เราแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งกันและกัน คงไม่กล้าที่จะบอกว่าเรามีประสบการณ์มากกว่า เพราะท่านที่อยู่ข้างหน้านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้นนะครับ สิ่งที่อยากจะให้ทาง คณะกรรมาธิการได้เห็นก็คือว่าการประเมินตัวเลขของเราอาจจะคลาดเคลื่อนไปได้มาก เนื่องจากว่าขณะนี้นั้นปัญหามันจะกระทบเข้ามาอย่างรุนแรงนะครับ ผมยกตัวอย่าง ๓๐ ปีที่แล้วนั้นการเพิ่มประชากรของเรา ๓.๐ ตอนนี้มันลดลงมาเหลือ ๐.๓ ภายในเวลา ๓๐ ปีนั้นลดลงไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราย้อนหลังกลับไป ๒ ปีที่ผ่านมา ๐.๕๗ ตอนนี้ ๐.๓๕ ลดลงไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในช่วงหลังนี้จะลดลงหนักหน่วงกว่า นั่นหมายความว่าเรากําลังจะเผชิญปัญหาอย่างรุนแรงแล้วก็รวดเร็วอย่างที่มีท่านบอกว่า เป็นสึนามินั้นเห็นภาพเลยนะครับ
อันที่ ๒ ที่ผมอยากจะขอแลกเปลี่ยนก็คือถ้าเราจะต้องทํานั้นอาจจะต้องมอง ไปใน ๒ มิติ อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของการดูแลภาวะของผู้สูงอายุ แต่อีกอันหนึ่งที่อยากจะให้ มองไปด้วยพร้อม ๆ กันก็คือการเพิ่มประชากร ขณะนี้เราคุยกันในเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย ในส่วนของการรองรับผู้สูงอายุในเรื่องของการจัดหารายได้ของผู้สูงอายุ เราเห็นด้วยว่า ในอนาคตนั้นประเทศไทยคงไม่มีเงิน เราอยู่ในภาวะที่เป็นไทยแลนด์ พาราดอกซ์ (Thailand paradox) ก็คือว่าเรามีประชาชนกรลดในขณะที่เรายากจน คนอื่นนั้น เขาประชากรลดนั้นเขารวยแล้ว เขาถึงได้ประชากรลด ของเรามีปัญหา สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ เราหาหนทางในการที่จะพัฒนาอย่างมาก เพราะว่าจะมีส่วนในการที่จะพัฒนาอาชีพของ ผู้สูงอายุก็คือเรื่องของเอสเอมอี (SME) เราพูดกันในเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย การทําหน้าที่ การทํางานในอาชีพของเอสเอมอีนั้นก็จะทําให้เขาสามารถที่จะไม่ต้องเกษียณอายุ ถ้าสมมุติว่าเราสามารถที่จะพัฒนาในเรื่องนี้ ในประเทศมาเลเซียประกาศไว้ชัดเจน ปี ๒๐๒๐ เขาจะทําให้เอสเอมอีมีรายได้อย่างน้อยที่สุด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เพื่อที่จะเตรียมการ รองรับของสังคมผู้สูงอายุเขาประกาศไว้ชัดเจน
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของชุมชนบําบัด สังคมบําบัด ซึ่งท่านคุรุจิตขออภัย ที่เอ่ยนามนะครับ ท่านพูดในเรื่องนี้ไว้ผมคิดว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง ขณะนี้ถ้าเราดูเรื่องของ ศักยภาพของประชากรที่อยู่ในภาคศาสนา ยกตัวอย่างเช่น ๒๐๐,๐๐๐ รูปของพระสงฆ์ ๖๐,๐๐๐ คนของคณะกรรมการอิสลาม ๑๐,๐๐๐ คนของคณะกรรมการโบสถ์ ในทั้ง ๓ ศาสนาหลัก คนเหล่านี้ถ้าสามารถที่จะนํามาใช้ให้เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพเนื่องจาก ผู้สูงอายุนั้นเขาจะติดวัด ติดโบสถ์ ติดสุเหร่ามากขึ้น ทําให้คนเหล่านั้นมีส่วนในการที่จะ เข้ามาทํางานทางด้านชุมชนบําบัดก็จะมีส่วนที่จะช่วยนะครับ
ในเรื่องของการเพิ่มประชากร ผมก็ยังไม่อยากให้เราคิดเฉพาะในเรื่องของการ เพิ่มประชากรในกลุ่มที่มีความพร้อม เพราะว่ายุโรป อเมริกาล้มเหลวจากกรณีในการทํางาน เช่นนั้นมาแล้ว ถ้าเราดูนั้นเราจะเห็นได้ว่าการเพิ่มของประชากรในแต่ละกลุ่มของประชากรนั้น ไม่เท่ากันนะครับ ยกตัวอย่างเช่นประชากรในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างซึ่งเป็นมุสลิม ในภาคอีสานตอนล่างซึ่งเป็นคนกลุ่มชนที่มีเชื้อสายเขมร คนพวกนี้มีสัดส่วนของการเพิ่ม ประชากรสูงกว่าคนกลุ่มอื่น อย่างเช่นในกลุ่มของมุสลิมนั้นเพิ่มมากกว่าค่าเฉลี่ยของ ประชากร ๔ เท่า ในขณะที่คนในกลุ่มที่เป็นอีสานใต้นั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า ๒ เท่า กรณีอย่างนี้นั้น เราควรจะต้องรองรับว่าคนเหล่านี้จะกลายมาเป็นอนาคตของประชากรไทยเรา เขาเป็นคนไทย เพราะฉะนั้นอยากจะให้มองในเรื่องของการพัฒนาประชากรกลุ่มนี้ในลักษณะที่เอื้อ ต่อการดํารงชีวิต ต่อวัฒนธรรม ต่อประเพณีของเขาเพื่อที่จะทําให้เขาเข้ามามีส่วนในการที่ จะแก้ปัญหาเรื่องของสังคมในบ้านเรานะครับ
เรื่องของการแก้ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของปัญหาสังคม ทรานเซ็กส์ (Transex) งานวิจัยจากคณะทํางานด้านชีววิทยาที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่ผ่านมา เดอะ ควอเทอร์ลี รีวิว ออฟ ไบรโอโลจี (The Quarterly Review of Biology) สรุปออกมา ชัดเจนจากหลายมหาวิทยาลัยว่าคําว่า เกย์ยีนนั้นไม่มี (Gay Gene) มันจะเป็นปัญหาของเอพิเจเนติกส์ (Epigenetics) ก็คือเรื่องของสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ดีใจที่กระทรวงสาธารณสุขได้ยกเลิกสารบีพีเอ (BPA) หรือไบฟีนีล เอ (Biphenyl A) ไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะต้องรออีกสักปี หรือปีครึ่ง เพื่อให้บังคับใช้อย่างสมบูรณ์ แต่ว่ากรณี ของบิสฟินีล เอ นั้น มีรายงานว่ามีส่วนอย่างสําคัญในการที่จะทําให้เด็ก ๆ นั้นเกิดภาวะ ทราน เซ็กส์ชวล (Tran sexual) หรือการเบี่ยงเบนทางเพศ อันนั้นเป็นเรื่องหนึ่งของการ สารเคมี แต่มีเอพิเจเนติกส์อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่งานวิจัยออกมา