สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๓ · ๗ เมษายน ๒๕๕๘

คุรุจิต นาครทรรพ หารือเรื่องการปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัย โดยแสดงความเห็นชอบต่อข้อเสนอของรายงานและเสนอแนะให้จัดลำดับความสำคัญด้านสังคมและสุขภาพ และให้เอกชนทำงานบางเรื่องแทนรัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องบทบาทของศาสนาและวัฒนธรรมไทย และเสนอแนะให้พิจารณาจ้างแรงงานสูงอายุให้ทำงานในงานที่เหมาะสม

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมกับรายงานของคณะกรรมการปฏิรูประบบรองรับ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย และข้อเสนอการปฏิรูประบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัยของคณะกรรมาธิการนะครับ ผมได้รับ เอกสารนี้เมื่อวันศุกร์ก็มีความหนามากเพราะมีทั้ง ๒ วันรวมกันมา เผอิญเป็นวันหยุดยาว ก็เลยมีเวลาได้อ่านอย่างเต็มที่ อ่านแล้วก็รู้สึกวางไม่ลง เพราะรู้สึกว่ามีเนื้อหาที่มีคุณภาพมาก เต็มไปด้วยสถิติการวิเคราะห์ที่มีเหตุมีผล แล้วก็ตั้งอยู่บนความพอดี พอเพียงแบบไทย ๆ เมื่อเช้านี้เปิดทีวีมาฟังข่าวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็กําลัง โปรโมท (Promote) เปิดตัวโครงการเชิดชูผู้สูงอายุแห่งชาติ วันพรุ่งนี้วันที่ ๘ เมษายน เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ผมก็อยากจะเรียนว่ารายงานของคณะกรรมการชุดนี้ผมอ่านดูแล้ว แทบจะไม่มีข้อติมีแต่ข้อชม แล้วก็อาจจะมีข้อสังเกตฝากท่านกรรมาธิการไปในบางประเด็นนะครับ ท่านได้นําเสนอแล้วก็สรุปไว้อย่างดีมาก ดูตารางแนบท้ายของรายงานก็สามารถจะอ่าน และได้เข้าใจง่ายว่าข้อเสนอของท่านมีอะไร แล้วการที่ท่านมีครอส ฟังก์ชั่น (Cross function) จากกรรมาธิการหลาย ๆ คณะก็ทําให้รายงานออกมาค่อนข้างจะบาลานซ์ (Balance) ในเรื่องเศรษฐกิจผมก็เห็นด้วยที่ท่านสมชัยพูดว่าทําอย่างไรที่เราจะดูแลผู้สูงอายุ จัดระบบสวัสดิการทั้งหลาย แต่ก็ไม่ให้เป็นภาระกับระบบการเงินการคลังของประเทศ รายงานของท่านได้เขียนว่าเมื่อ ๔๐ ปี ๕๐ ปีก่อนคนไทยทํางาน ๕ คน สนับสนุนคนสูงอายุ ๑ คน เปลี่ยนมาเป็น ๓ คน ตอนนี้จะเหลือ ๒ คนแล้ว และไม่ช้าโครงสร้างเราคงเปลี่ยนจาก ระบบเจดีย์ ปิรามิด เป็นระบบคนโท หรืออาจจะเป็นเหมือนในสภานี้ซึ่งตอนนี้เป็นระบบเห็ดแล้ว เพราะว่าในสภานี้ผมไม่ทราบว่าอภิปรายถือว่ามีส่วนได้เสียได้หรือเปล่า เพราะว่าปีนี้ก็จะอายุ ๖๐ ปีไม่รู้ว่าจะวางระบบเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์หรือเปล่าแต่คิดว่าไม่ใช่ ประเด็นนี้ เป็นปัญหาของประเทศชาติ จริง ๆ แล้วเป็นปัญหาของคนหนุ่มสาวมากกว่าว่าทําอย่างไร เขาถึงจะต้องแบกภาระคนอีกจํานวนมากซึ่งตอนนี้ก็มีเป็นหลายล้านคน ผมก็อยากจะฝาก ประเด็นในเวลาที่เหลือน้อยว่าข้อเสนอด้านสังคมของท่านและด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสภาพแวดล้อม หนังสือนี้ก็ดีมาก ผมคงจะไปอ่านที่หัวนอนหรือในห้องน้ํา เพื่อว่าผมจะปรับปรุงห้องน้ําในอนาคตเมื่อผมแก่ตัวจะทําอย่างไร หรือว่าห้องนอน จะปรับปรุงอย่างไร ก็คิดว่าจะต้องไปเผยแพร่คงไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ แต่ข้อเสนอ หลาย ๆ ด้านของท่าน ด้านสังคมและด้านสุขภาพก็อยากให้ท่านต้องจัดไพรออริตี้ (Priority) ลําดับความสําคัญด้วย เพราะว่าประเทศเรามีเงินจํากัด เพราะฉะนั้นควรจะดูว่าอะไรสําคัญ ควรจะทําก่อน ทําหลัง เราคงทําทุกอย่างพร้อมกันไม่ได้ในรายงานของท่านนะครับ แล้วผมเห็นด้วยที่จะทําให้ระบบเบี้ยหวัด ท่านเรียกว่าอะไร เบี้ยหวัดยังชีพอะไรนี่ เปลี่ยนเป็น ระบบบํานาญพื้นฐานแห่งชาติ แล้วก็แยกอันนี้ออกมาเป็นพระราชบัญญัติเพื่อไม่ให้มีการหาเสียง ประชานิยมแข่งกันว่าพรรคไหนจะให้เบี้ยบํานาญสูงกว่ากันและในที่สุดประเทศก็แบงก์รัพท์ (Bankrupt) เอาเงินของอนาคต ของคนในอนาคตอีกเจนเนอเรชันมาใช้เสียก่อนตอนนี้ ก็ทําให้มันถูก แล้วก็ยึดโยงกับมาตรฐานเช่นสภาพยากจนทางอาหารที่ท่านดีไฟน์ (Define) ไว้ว่าสภาพัฒน์กําหนดว่า ๑,๓๐๐ บาทต่อเดือน อันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะครับ ผมอยากจะ ฝากว่าเรื่องที่ท่านเสนอบางเรื่องรัฐไม่จําเป็นต้องทําเอง บางครั้งรัฐเข้าไปทําเองมันจะยุ่ง แล้วก็เปลืองไม่มีประสิทธิภาพ บางเรื่องที่เอกชนทําได้ก็ควรให้เขาทํา ผมนึกได้ตอนนี้ก็เรื่อง ของการออมเพื่อประกันสุขภาพ ประชากรที่มีกําลังมีสถานะสูง มีความโชคดีกว่าก็ไม่ควร จะต้องให้ไปพึ่งพารัฐมาก ควรจะพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด ระบบการออม ระบบประกันภัย ระบบประกันสุขภาพ ท่านควรจะส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้า ถ้ามีแพร่หลายมากขึ้น เขาจะแข่งขันและเบี้ยประกันก็จะถูกลงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือบทบาทของศาสนา ผมคิดว่าวัฒนธรรมไทยอย่างที่ ท่านสมชัยพูดเรามีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี และต้องดูแลพ่อแม่ อยากให้วัฒนธรรมนี้ ยังคงอยู่ต่อไป ทําอย่างไร ไม่ใช่ว่ารัฐเข้าไปจัดการหมดแล้วคนไทยก็เป็นแบบคนฝรั่ง เขาไม่ดูแลพ่อแม่ บทบาทของศาสนา วัด มัสยิด หรือแม้แต่โบสถ์ เป็นที่พึ่งพาทางใจ ของคนนะครับ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ท้องถิ่นอาจจะช่วยได้ก็คือทําให้มีสวนสาธารณะที่ร่มรื่นมากขึ้น เพราะคนแก่ อยากจะไปออกกําลังกาย ไปเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ กรุงเทพมหานครนี้มีน้อยเหลือเกิน ท่านไปที่สวนลุมพินีจะเห็นว่าคนแก่เต็มไปหมด เขาไม่มีที่จะไป แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขอเวลานิดหนึ่งท่านประธานนะครับ เรื่องแรงงานที่ท่านเสนอว่าอาจจะพิจารณาให้สัญชาติไทย กับแรงงานต่างด้าว อันนี้ผมอยากจะให้ท่านดูให้ดีหน่อยนะครับ ผมเองไปต่างประเทศมามากนะครับ เห็นเขาใช้คนสูงอายุในงานที่มีประโยชน์ เช่น อยู่ในสวนสนุก สวนสาธารณะก็เป็นผู้จัดคิว ให้เข้าคิวให้เป็นระเบียบ หรือบางทีเดี๋ยวนี้เรามีกล้องซีซีทีวี (CCTV) เยอะนะครับ อันนี้จ้างคนสูงอายุจะมีความรอบคอบไปดูกล้องซีซีทีวีว่ามีขโมยขโจรตรงไหน เฝ้าดูแล สวนสาธารณะหรือที่ที่ล่อแหลมหรือในต่างประเทศเขาใช้คนสูงอายุจ้างไปเขียนใบสั่งนะครับ ไม่จําเป็นต้องเป็นตํารวจพกปืนไปเขียนใบสั่ง ส่วนผู้ที่ไปเก็บเงินหรือไปดูว่าท่านทําผิด ท่านพกปืนได้ แต่ไปเขียนใบสั่งไม่จําเป็นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากด้วยนะครับ อย่างที่กราบเรียน นะครับ ต้องขอชมเชยและชื่นชมรายงานของท่านกรรมการชุดนี้ แล้วก็ขอสนับสนุน อย่างเต็มที่ครับ ขอบพระคุณครับ