สมชัย ฤชุพันธุ์ หารือเรื่องการจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภา เพื่อช่วยให้รัฐสภาสามารถวิเคราะห์งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างทันกาล โดยมีหน้าที่วิเคราะห์งบประมาณ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ทํางบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ วาระนี้เป็นเรื่องการจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภานะครับ กระบวนการงบประมาณของประเทศไทยกําหนดว่า การใช้จ่ายเงินแผ่นดินต้องทําเป็น กฎหมายงบประมาณ และต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา เพราะฉะนั้นรัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่กํากับดูแลและตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีการ ถ่วงดุลอํานาจกันนะครับ เมื่อมีการกําหนดอย่างนี้ก็หมายความว่ารัฐสภาก็จะมีหน้าที่ พิจารณาและอนุมัติงบประมาณ ในการที่จะอนุมัติงบประมาณรัฐสภาก็ต้องทําการวิเคราะห์ แผนการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยวิเคราะห์ถึงประโยชน์ที่ได้รับ ผลกระทบและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ของการใช้งบประมาณตามโครงการนั้น ๆ นะครับ รวมทั้งต้อง วิเคราะห์ว่าโครงการที่จะใช้เงินงบประมาณนั้นใช้คุ้มค่าหรือไม่ แล้วก็มีวิธีการป้องกัน การรั่วไหลหรือการทุจริตอย่างไร นอกจากนั้นก็ต้องวิเคราะห์ว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจมีมากน้อยเพียงไรนะครับ เพื่อที่จะให้สภาสามารถ ที่จะวิเคราะห์งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างทันกาลต่อความสลับซับซ้อน ของงบประมาณซึ่งมีมากขึ้นทุกวัน รัฐสภาก็ควรจะได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง ในทางวิชาการและทางเทคนิคของการวิเคราะห์ เพื่อให้รัฐสภามีความสามารถที่จะเคราะห์ ได้อย่างมีความหมาย แล้วก็อย่างลึกซึ้ง นานาชาติจึงได้จัดตั้งสิ่งที่เรียกว่า สํานักงบประมาณ ประจําสภา ขึ้น เช่น ในสหรัฐอเมริกาเขาจะมีสิ่งที่เรียก ซีบีโอ (CBO) คือคองเกรชันนอล บัดเจท ออฟฟิศ (Congressional Budget Office) หรือในแคนาดาก็จะมีพีบีโอ พาร์เลียเมนทารี บัดเจ็ท ออฟฟิศ ขณะนี้ในเอเชียและในแอฟริกาหลายประเทศก็ได้เริ่มจัดตั้งขึ้นแล้ว สําหรับรัฐสภาไทยเราก็คงจะมีความจําเป็นเหมือนกันที่จะต้องทําให้ฝ่ายนิติบัญญัติ มีความเข้มแข็งและสามารถวิเคราะห์งบประมาณได้อย่างจริงจัง แล้วก็สามารถที่จะให้ความเห็น ไม่ใช่เฉพาะว่าการใช้เงินในรายการใดคุ้มค่าหรือไม่ จ่ายแพงไปหรือไม่ ซึ่งความเห็นเอง ของการวิเคราะห์งบประมาณของเราจะเป็นไปในลักษณะเป็นรายไอเท็ม (Item) คือไปดูเป็นรายการ ๆ และไปดูว่ารายการนั้นซื้อแพงไปหรือเปล่า ตั้งงบมากเกินไปหรือเปล่า แต่ความจริงสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือว่าผลของงบประมาณโดยรวมต่อภาวะเศรษฐกิจ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผลของงบประมาณโดยรวมต่อการกระจายรายได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการที่เราต้องการจะเห็นสังคมไทยที่มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น มีการลดความเหลื่อมล้ําให้เหลือน้อยลง ทีนี้การที่จะทําอย่างนั้นได้จําเป็นที่จะต้องมีการ วิเคราะห์อย่างเป็นวิชาการ ฝ่ายบริหารจะมีกําลังสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง มีสํานักงบประมาณ แล้วก็มีหน่วยงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรมมาคอยให้ข้อมูล ให้เหตุให้ผลให้หลักการ แต่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติเรายังไม่มีการสนับสนุนอย่างนี้ ก็ต้องอาศัย ผู้ช่วย ส.ส. ซึ่งมีจํานวนจํากัด และอาศัยเจ้าหน้าที่สภาซึ่งมีภารกิจมาก จํานวนคนก็น้อย ทีนี้เพื่อให้การวิเคราะห์งบประมาณของ ส.ส. สามารถพัฒนาได้สู่ระดับที่สามารถวิเคราะห์ ในเชิงลึกในเชิงแมคโคร (Macro) แล้วก็ในเชิงอิมแพค (Impact) ผลกระทบแล้วก็ดูถึง สิ่งแวดล้อมดูถึงผลกระทบต่อสังคม ต่อวัฒนธรรม แล้วต่อการกระจายรายได้ ก็เห็นว่า ควรจะต้องจัดตั้งหน่วยงานขึ้นในรัฐสภา เป็นหน่วยงานอิสระสังกัดรัฐสภา เรียกว่า สถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจําสภา สถาบันนี้จะมีหน้าที่วิเคราะห์งบประมาณ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ทํางบประมาณ การทํางบประมาณเป็นหน้าที่ของสํานักงบประมาณ สํานักงบประมาณก็คงยังทํางบประมาณอย่างเดิม แต่ผู้ที่จะทําการวิเคราะห์งบประมาณ ซึ่งบทบาทสําคัญก็จะอยู่ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ตรงนี้ก็จะได้รับ การสนับสนุนจากหน่วยวิเคราะห์หน่วยใหม่นี้ ซึ่งจะประกอบด้วยบุคคลจํานวนไม่มาก แต่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีความรู้ระดับสูง มีฝีมือและมีความสามารถจากการวิเคราะห์ และมีความเป็นกลาง สามารถให้การสนับสนุนต่อฝ่ายนิติบัญญัติได้ คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าแนวคิดนี้ซึ่งได้เริ่มดําเนินการจริง ๆ แล้วทํากันในหลาย ประเทศแล้วก็เวิรล์ดแบงก์ (World Bank) เป็นผู้สนับสนุนในหลาย ๆ เวทีนะครับ คราวนี้ สถาบันพระปกเกล้าก็ได้จ้างทีดีอาร์ไอให้ทําวิจัยในเรื่องนี้ แล้วก็ได้ทําไปได้เยอะ รวมทั้งได้มี การร่างกฎหมายขึ้นเป็นโครงร่างแล้ว คณะกรรมาธิการพิจารณาเห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็น ประโยชน์ควรจะได้เสนอให้สภาพิจารณาเพื่อจะได้นําเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาทําเป็นกฎหมายต่อไปครับ ผมจะขออนุญาตให้อาจารย์พรายพลซึ่งเป็นผู้ศึกษา ในเรื่องนี้มาโดยละเอียดได้นําเสนอในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบคุณครับ เชิญอาจารย์ พรายพลครับ