สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘

ทัศนา บุญทอง หารือเรื่องการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดการแบ่งเวลาอภิปรายทั้งหมด 79 ชั่วโมง การจัดลำดับอภิปรายของคณะกรรมาธิการและสมาชิก และเวลาอภิปรายของแต่ละบุคคล

นางสาวทัศนา บุญทอง

กราบเรียนท่านประธาน ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบในแนวทางการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันจันทร์ที่ ๒๐ เมษายน ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ นั้น มีรายละเอียด ที่จะเรียนต่อที่ประชุมทราบดังนี้ คือ เวลาการอภิปรายจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ นาฬิกาทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๘ ซึ่งจะเริ่มเวลา ๑๔.๐๐-๒๑.๐๐ นาฬิกา ดังนั้น จึงรวมเวลาการอภิปรายทั้งหมด ๗๙ ชั่วโมง สำหรับการแบ่งเวลาอภิปรายจะแบ่งเวลาอภิปรายเป็นของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ ๑๕ ชั่วโมง ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ร่วมประชุม และเสนอว่าจะใช้เวลาประมาณ ๑๕ ชั่วโมง โดยวันแรกจะใช้เวลานำเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงต้น ๒ ชั่วโมง แล้วเวลาในการชี้แจงในระหว่างวันอีก ๑ ชั่วโมง สำหรับวันต่อ ๆ ไป จะใช้เวลาในการชี้แจงวันละประมาณ ๒ ชั่วโมง สำหรับเวลาที่เหลือเป็นของสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจะใช้เวลาทั้งหมด ๗๙ ชั่วโมง หักออก ๑๕ ชั่วโมง ก็เหลือ ๖๔ ชั่วโมง สำหรับเวลาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๖๔ ชั่วโมงนี้ จะแบ่งเวลาการอภิปรายเป็นเฉพาะของ คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๒ ชั่วโมง รวม ๓๖ ชั่วโมง ซึ่งสำหรับ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ประธานกรรมาธิการแต่ละคณะจะพิจารณาให้มี ผู้อภิปรายในนามของคณะกรรมาธิการคณะนั้น ๆ ไม่เกินคณะละ ๕ คน ซึ่งอาจจะเป็นของ ประธานกรรมาธิการ ๑ คน แล้วก็ท่านสมาชิกอีกไม่เกิน ๔ คน ใช้เวลาทั้งหมดเมื่อรวมแล้ว ทั้งของประธานและสมาชิกที่จะอภิปรายในนามของกรรมาธิการไม่เกิน ๒ ชั่วโมง สำหรับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติท่านอื่น ๆ ก็จะเหลือเวลาทั้งหมด ๖๔ ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลา ของสมาชิกทั้งหมด หัก ๓๖ ชั่วโมงของกรรมาธิการแต่ละคณะออกก็จะเหลือทั้งหมด ๒๘ ชั่วโมง สำหรับเวลาของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๘ ชั่วโมงนี้จะให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ยัง ไม่ได้อภิปรายเท่านั้น คือสมาชิกที่ไม่ได้อภิปรายในนามของกรรมาธิการ ๑๘ คณะ ดังได้ กราบเรียนแล้ว ซึ่งสมาชิกที่จะมีสิทธิขออภิปรายได้เมื่อหักจำนวนผู้ที่จะไม่ได้ใช้สิทธิ อาทิเช่น ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งต้องทำหน้าที่ ประธานในการประชุม รวมทั้งสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐ ท่าน แล้วก็ สมาชิกที่ได้อภิปรายในนามของคณะกรรมาธิการแต่ละชุดแล้ว ซึ่งถ้าเผื่อว่า ๑๘ ชุด ๆ ละ ๕ ท่าน รวมทั้งหมดแล้วเป็น ๙๐ ท่าน ดังนั้นจึงเหลือสมาชิกที่จะขอใช้สิทธิอภิปรายได้จริง ๆ ก็คือ ๒๔๙ ท่านของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้งหมด ลบด้วยจำนวนสมาชิกที่ได้อภิปรายแล้ว ในนามของกรรมาธิการ ๙๐ ท่าน แล้วก็ลบด้วยจำนวนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้แทนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๐ ท่าน และรวมประธานและรองประธานอีก ๒ คน ก็จะเหลือทั้งหมดเป็นสมาชิก ๑๓๗ ท่านด้วยกันที่จะมีสิทธิเสนอที่จะอภิปราย ดังนั้น สมาชิก ๑๓๗ คน ใช้เวลาในการอภิปราย ๒๘ ชั่วโมง ก็จะคิดเป็นนาที ๑,๖๘๐ นาที หารด้วย ๑๓๗ คน ของสมาชิกที่มีสิทธิอภิปราย ดังนั้น สมาชิกมีสิทธิอภิปรายได้เฉลี่ยคนละ ๑๒.๒ นาที คือประมาณ ๑๒ นาที เพราะในกรณีที่สมาชิกจำนวน ๑๓๗ คนที่มีสิทธิที่จะเสนอลงนาม เพื่อจะยื่นความจำนงอภิปรายไม่ได้เสนอที่จะแจ้งความจำนงที่จะอภิปรายทั้งหมด เวลาที่จะแบ่งกันก็จะมากขึ้นกว่าจำนวนเวลาที่เสนอไว้ คือจาก ๑๒ นาทีอาจจะเป็น ๑๓ นาที ๑๔ นาที หรือ ๑๕ นาทีก็แล้วแต่ตามแต่จำนวนตัวหารนะคะ เพราะว่าตัวตั้งนั้นคงที่ การจัดลำดับสำหรับการอภิปรายที่ประชุมได้พิจารณาเห็นว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะจะได้สิทธิอภิปรายก่อน ก่อนสมาชิกแต่ละรายบุคคล คณะกรรมาธิการชุดใดจะได้ อภิปรายลำดับก่อนหลังจะใช้วิธีการจับสลาก ซึ่งสำหรับการอภิปรายของกรรมาธิการแต่ละชุด จะเริ่มจากประธานคณะกรรมาธิการ หรือผู้ที่ประธานกรรมาธิการมอบหมาย หากว่า ท่านประธานไม่ประสงค์จะอภิปรายด้วยตัวท่านเอง ท่านก็สามารถจะมอบหมายสมาชิก ในคณะกรรมาธิการของท่านให้เป็นผู้อภิปรายแทนได้อยู่แล้ว แล้วก็ตามด้วยสมาชิก ในคณะกรรมาธิการซึ่งได้ตกลงกันไว้ในคณะกรรมาธิการชุดนั้น ๆ ก็คือเริ่มด้วยท่านประธาน แล้วก็ตามด้วยสมาชิกอีก ๔ ท่าน สำหรับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่ละบุคคลซึ่งมีสิทธิ อภิปราย แล้วก็ได้แจ้งความจำนงไว้แล้วจะได้จัดให้อภิปรายตามลำดับภาคและหมวด ที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญค่ะ ดังนั้นก็คือว่าในร่างรัฐธรรมนูญก็จะประกอบด้วย ๔ ภาค ภาค ๑ ก่อน ภาค ๒ ภาค ๓ ภาค ๔ อย่างนี้ค่ะ ในกรณีที่สมาชิกแจ้งความจำนงในภาคใด หมวดใดเป็นจำนวนหลายท่านก็จะจัดลำดับการอภิปรายก่อนหลังโดยการจับสลาก เช่นเดียวกันนะคะ เพราะฉะนั้นเนื้อหาในการอภิปรายผู้อภิปรายทั้งกรรมาธิการและสมาชิก แต่ละบุคคลที่ประสงค์จะอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งในภาพรวมและเนื้อหาในรายภาค เฉพาะหมวดหรือเฉพาะมาตราให้อภิปรายภาพรวมก่อน แล้วค่อยตามด้วยสาระในรายภาค เฉพาะหมวด เฉพาะมาตรา อันนี้เพื่อจะกราบเรียนชี้แจงเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่า ในแต่ละท่าน ที่ประสงค์จะอภิปราย ท่านมีสิทธิจะอภิปรายในภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้อยู่แล้ว แล้วก็ในหมวดใดที่ท่านต้องการจะอภิปรายเป็นการเฉพาะท่านก็แจ้งไว้ เพราะฉะนั้นจะขอให้ ท่านอภิปรายในภาพรวมก่อน แล้วตามด้วยหมวดเฉพาะหรือมาตราเฉพาะที่ท่านประสงค์ จะอภิปรายเป็นการเน้นในแต่ละหมวดนั้นตามที่ท่านประสงค์นะคะ เพราะฉะนั้นเงื่อนไข เราได้ตกลงกันในเงื่อนไขด้วยว่า เพื่อให้การดำเนินการในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญเป็นไป อย่างเรียบร้อย กรรมาธิการและสมาชิกไม่สามารถโอนเวลาการอภิปรายได้ ท่านเสนอ จองเวลาหรือว่าจองสิทธิไว้ในการอภิปรายนั้นท่านกรุณาอภิปรายค่ะ ถ้าเผื่อว่าท่านเปลี่ยนใจแล้ว ท่านคิดว่ามีคนอื่นอภิปรายแล้วท่านก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องอภิปรายแล้ว ท่านก็ขอสละสิทธิ การอภิปรายเวลามันจะกลับไปเป็นของส่วนรวมนะคะ แต่ท่านยกเวลาโอนให้กับใคร เป็นการเฉพาะนั้นมิได้นะคะ แล้วก็ไม่สามารถแลกลำดับการอภิปรายได้ เว้นแต่จะมีความจำเป็น จึงจะสามารถให้แลกลำดับการอภิปราย แต่ว่าทั้งนี้ต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาต จากประธานที่ประชุมค่ะ แล้วหากเมื่อถึงลำดับการอภิปรายแล้วผู้ที่ลงชื่อไว้แล้ว แล้วก็ได้รับ การจับสลากเป็นลำดับต้น แต่ว่าท่านไม่อยู่ในขณะนั้น ท่านต้องไปอภิปรายเป็นลำดับต่อท้ายนะคะ อันนี้ก็เป็นข้อตกลงซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาร่วมกันแล้วค่ะ แล้วก็เห็นว่าน่าจะเป็นแนวปฏิบัติซึ่งจะนำมาใช้ในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วยค่ะ จึงขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพค่ะ