สุชาติ นวกวงษ์ มองมุมมองของคนชนบทที่มีปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงิน และเรียกร้องการปรับปรุงระบบกองทุนหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็งและเชื่อมั่น เชื่อถือได้ เพื่อให้คนชนบทสามารถเข้าถึงเงินได้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุชาติ นวกวงษ์ ผมขออนุญาตมองไปที่คนชนบท เพราะว่าบ้านผมอยู่บ้านนอกครับ อยู่ชนบท ที่บ้านก็ทำไร่ แล้วก็มีร้านอาหารเล็ก ๆ สำหรับบริการประชาชนในพื้นที่นั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า มองประชาชน ผมเองก็จะมองว่าพี่สาวที่ทำงานอยู่ที่นั้น ทำอยู่ที่นั้น อยู่พื้นที่นั้น เข้าถึง แหล่งเงินยาก ถึงแม้ว่าจะมีที่ดินก็เข้าถึงแหล่งเงินยาก กรณีที่ ๑ ทีนี้เมื่อเข้าถึงแหล่งเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์เข้าถึงแหล่งยากแล้ว ก็มองไปที่สหกรณ์ สหกรณ์ในพื้นที่ก็ไม่มี จะไปหา สหกรณ์ที่ไหน สหกรณ์ทั่วไปก็เป็นสหกรณ์ครูบ้าง เป็นสหกรณ์อะไรที่มันเป็นเรื่องของคนทำ ราชการ เพราะฉะนั้นไม่มีสหกรณ์ชาวนาอยู่ที่นั่น ไม่มีสหกรณ์ชาวไร่อยู่ที่นั่น ฉะนั้นแหล่งเงิน นี้ก็เข้าถึงยากอีก เพราะฉะนั้นเมื่อเข้าถึงไม่ได้ก็มองไปถึงกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านก็มา จากฐานการเมืองให้กองทุนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อหารไปหารมาแล้วก็เหลือคนกู้ได้ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท มองไปมองมาก็ยังทำอะไรไม่ได้ สมมุติว่ามีคน อยากจะขอกู้เงินสัก ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปสร้างทำโรงซ่อมจักรยาน ซ่อมมอเตอร์ไซค์ใน พื้นที่ เพราะฉะนั้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทก็ทำอะไรไม่ได้ กรณีนี้ก็อยากจะให้กรรมาธิการ ช่วยพิจารณาดูว่ายอดเงินเท่าไรจึงจะเหมาะสมในการที่จะให้คนที่อยู่ในพื้นที่ ให้คนที่อยู่ ในชนบท ให้คนที่อยู่ในหมู่บ้านมียอดเงินที่จะทำอะไรได้ ใครจะเป็นผู้ประเมินว่ายอดเงิน ที่เหมาะสมควรจะให้เขาเท่าไร สมมุติว่าให้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องมีกติกาว่าให้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทีนี้การให้เงินหรือการให้เงินกู้เงินกองทุนหมู่บ้านนี่ครับ ส่วนมากแล้วก็อยู่ ในความดูแลของผู้ใหญ่บ้าน หากได้ผู้ใหญ่บ้านดีก็ดีครับ ได้ผู้ใหญ่บ้านไม่ดี ผู้ใหญ่บ้านก็เอา เงินส่วนหนึ่งไปใช้คนของตัวเอง คำว่า ใช้ ไม่ได้หมายความว่าใช้ส่วนตัว ไปใช้ซื้อวัวส่วนตัว แล้วเอามาเลี้ยง โดยใช้กู้เงินจากกองทุนเหล่านี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นตามชนบท ตามหมู่บ้าน บ้านนอกนี้ครับก็จะมีวัวเลี้ยง โดยใช้เงินจากกองทุนหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่บ้านก็จะมีวัว เยอะกว่าใคร ส่วนผมไปขอกู้ได้ไหม พี่สาวไปขอกู้ได้ไหม ยาก ไม่ได้อยู่ในส่วนนั้นของเขา เพราะฉะนั้นกรณีนี้อาจจะต้อง สมมุติว่ายอดเงินที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร สมมุติว่าเรา อัพเกรด (Upgrade) เจ้าตัวกองทุนหมู่บ้านขึ้นเป็นวิสาหกิจ เป็นกองทุนที่มีการจดทะเบียน ตรงนี้ผมก็อยากจะเรียนถามกรรมาธิการว่าใครจะช่วยเขาจดทะเบียน แล้วถ้าหากว่า จดทะเบียนแล้ว คนจน ๆ อย่างที่ผมเรียนเมื่อครู่ยังมีสิทธิเข้าถึงไหม ยังมีสิทธิที่จะไปขอเงินกู้ จำนวนหนึ่งได้ไหม ยกเว้น ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่ง ๒๐,๐๐๐ บาทนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้ หรือไม่ เพราะว่าไม่มีหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ของคนที่อยู่ในชนบทมีพื้นที่มีที่ดินอยู่ประมาณ ๒ ไร่ ๒ ไร่ บางทีก็ไม่ใช่ราคาเป็นล้านบาท ราคาแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นไม่เพียงพอที่จะ ค้ำประกัน กรณีนี้ถ้าหากว่าต้องการเงินค้ำประกัน ธนาคารพาณิชย์ต้องการค้ำประกัน หรือไม่กองทุนหมู่บ้านต้องการค้ำประกัน หรือสหกรณ์ต้องการค้ำประกัน ทำอย่างไรครับ ให้คนในหมู่บ้านช่วยกันค้ำประกัน ๕ คนตามกติกาของกองทุนหมู่บ้านใช้ได้หรือไม่ กรณีนี้ ต้องนึกถึงเขาด้วยครับ เพราะว่าความต้องการเงินนั้นไม่มีข้อจำกัด แต่ที่แน่ ๆ คือว่าเรา อยากจะให้เขาออม แต่การออมนั้นต้องเกิดมาจากการที่เขาใช้จ่ายแล้วเหลือ ขณะที่เขายังมี รายได้ไม่พอกับรายจ่ายจะให้เขาออมอย่างไร มันต้องมีกติกา ต้องช่วยเขาด้วยครับ ทำให้เขา เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นผมถามไปถึงข้อสุดท้าย สมมุติว่ากองทุนหมู่บ้านหรืออะไรก็ตาม สหกรณ์ เราไปช่วยเขาให้เข้มแข็งแล้วนี่ครับ เขาต้อง เสียภาษีไหม สหกรณ์ต้องเสียภาษีไหม แต่ว่าสหกรณ์ตรงนี้มันยังไม่ใช่สหกรณ์ในลักษณะของ สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นสหกรณ์ประจำหมู่บ้าน เขาต้องเสียภาษีไหม แล้วถ้าเสียภาษี ควรจะต้องเสียอย่างไร เราจะได้ส่งเสริมให้คนรู้จักออม แล้วถ้าหากว่าเขาออมแล้ว คำถาม ก็กลับมาที่เดิม ต้องเสียภาษีไหม เป็นคำถามที่ชาวบ้านเขาถามอยู่เหมือนกัน เขาซื้อวัว ขายวัว อย่างนี้ต้องเสียภาษีไหม ความจริงก็เป็นเรื่องที่ต้องเสียครับ แต่ว่าเราจะให้เขาเสีย ภาษีแบบไหน ฐานการเงินอย่างนี้ควรจะต้องตอบได้เหมือนกันล่ะครับ ท่านประธานครับ ผมมองในลักษณะความเห็นใจให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชนบท เขาไม่มีแหล่งเงินที่จะขอได้ เขาไม่สามารถเข้าถึงธนาคารพาณิชย์ เขาเข้าถึงยาก เขาเข้าถึงสหกรณ์ยาก เพราะฉะนั้น แหล่งเงินที่อยู่ในพื้นที่บ้านเขานี่ครับ เป็นเรื่องที่เขาอยากได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นต้องทำให้ เงินที่เรียกว่า เงินกองทุนหมู่บ้าน มีความเข้มแข็งและต้องมีความเชื่อมั่น เชื่อถือได้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ