สยุมพร ลิ่มไทย เสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน โดยมีประสบการณ์เป็นรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 7 ปี และหารือเรื่องการบูรณาการกองทุนหมู่บ้านและกองทุนอื่น ๆ ในระดับตำบล โดยเสนอให้คณะกรรมาธิการสำรวจดูเพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการให้เป็นสถาบันทางการเงินในระดับตำบล และเน้นย้ำว่าควรพยายามรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวทางการเงินกับสปิริตดีๆ ของชุมชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สยุมพร ลิ่มไทย ผมเคยเป็น รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนอยู่ ๗ ปี ทั้ง ๗ ปี ทำอยู่ ๒-๓ เรื่อง เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องกองทุนหมู่บ้าน ก็อยากจะให้ข้อสังเกตกับคณะกรรมาธิการในบางประการ
สิ่งแรกก็คือทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปรีชา ซึ่งเป็นอดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พูดไปแล้ว อยากให้คณะกรรมาธิการลองสำรวจดูเอาตัวอย่างตำบลสักตำบลหนึ่งที่มีกองทุน ประเภทต่าง ๆ อยู่มากมาย เอามาดูว่าปรัชญาแนวคิด หลักการและวัตถุประสงค์ ของแต่ละกองทุนนั้นมันมีอะไรบ้างที่เหมือนกันและต่างกัน กองทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ ระดับหมู่บ้านและตำบล ไม่ใช่มีหลักการเหมือนกันทุกกองทุน มันมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ และมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่บางประการ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านปรัชญา ก็คือเน้นการให้กู้ เพราะว่านโยบายของรัฐบาลต้องการใช้เงินกองทุนหมู่บ้านเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระดับฐานราก เพราะฉะนั้นกิจกรรมหรือตัวชี้วัดสำคัญของกองทุนหมู่บ้านก็คือ จำนวนครั้ง ของการปล่อยเงินกู้ ถ้าหากว่าคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านไหนใช้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปล่อยหมุนออกไปได้ให้กู้ไปได้ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง ถือว่ามีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่า เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นกองทุนหมู่บ้านจะไม่เน้นเรื่อง การออม เพราะวัตถุประสงค์ไม่ใช่เรื่องการออม ในขณะที่กลุ่มออมทรัพย์สัจจะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชาวบ้าน เก็บเงินกันเองไม่ใช่เงินภาครัฐ อันนั้นเน้นการออม แล้วก็เป็นการออมเพื่อที่จะมาช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ใครเดือดร้อนแบ่งปันกันเอื้ออาทรกัน ไม่เน้นเรื่องการแสวงหากำไร การบริหารจัดการก็คือเน้นเรื่องของความมีสัจจะ ความเชื่อถือไว้วางใจซึ่งกันและกัน เขาถึงใช้คำว่า กลุ่มออมทรัพย์สัจจะ กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ไปดูมีเยอะ เน้นเรื่องการช่วยเหลือ เรื่องเผาศพ ทำศพ กลุ่มฟื้นฟูเกษตรกร กองทุนฟื้นฟูเกษตรกรก็เน้นเรื่องการเอาเงินมาช่วยบรรเทาเยียวยา ปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มกองทุนผู้ใช้น้ำ ในบางพื้นที่มีกองทุนของผู้ใช้น้ำ ก็ไปช่วยเหลือเฉพาะในวัตถุประสงค์ของการแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้น้ำ เพราะฉะนั้น ผมถึงเรียนว่า ข้อสังเกตประการแรกก็คือว่าควรจะไปสำรวจดู แล้วก็ไปดูว่าปรัชญา หลักการ แนวคิดของแต่ละกองทุนมันคล้ายกันและต่างกันอย่างไร ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์ในการที่ท่าน จะมาเชื่อมโยงหรือบูรณาการกันให้เป็นสถาบันทางการเงินในระดับตำบล อันนี้ประการแรก
ประการที่ ๒ ก็คือว่าในพื้นที่ในระดับตำบล หมู่บ้าน กองทุนบางประเภทตั้งขึ้น ปรัชญาเน้นเรื่องของการช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ก็คือเป็นกองทุน ที่เดินตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้น ในหมู่บ้าน ให้เกิดการช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของปรัชญาพวกนี้ มันกลายเป็นสปิริต (Spirit) ของคนในชุมชนของคนในหมู่บ้าน ผมเห็นด้วยว่ากองทุนต่าง ๆ ถ้าหากพัฒนาขึ้นไปเป็นสถาบันทางการเงินแล้ว ประโยชน์ในเรื่องของการที่จะนำเงินจำนวนมาก ขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม มาช่วยสมาชิกให้สามารถกู้ยืมได้มากขึ้น เกิดความเชี่ยวชาญสำหรับคนที่ บริหารจัดการ ผมเห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมขอเป็นข้อสังเกตก็คือว่าระวังอย่าให้สปิริตบางอย่างที่ดี ของชุมชน ตำบล หมู่บ้านที่ผมเรียนมาแล้วนั้นมันหายไปจากการขยายตัวไปสู่ความเป็น สถาบันทางการเงิน ก็คือต้องพยายามรักษาสมดุลให้ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องของการพุ่งไปสู่ การเป็นสถาบันทางการเงินหรือธนาคาร ไม่ควรจะไปเน้นเรื่องปริมาณเงินหรือการขยายตัว ทางการเงินที่จะเข้ามาสู่ระบบมากเกินไป กองทุนบางกองทุนอาจจะเป็นกองทุนที่มีเงินน้อยมาก เล็ก ๆ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่โปร่งใส ไม่เคยโกง ไม่เคยทุจริต มีการแบ่งปันกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าในแง่นี้แล้วผมถือว่าเป็นกองทุนชั้นเยี่ยม เป็นกองทุนที่ดีเยี่ยมในความหมายของธนาคารหรือว่าสถาบันทางการเงิน
อีกเรื่องหนึ่งผมเรียนเป็นประการสุดท้ายก็คือว่า มีเรื่องดี ๆ อยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่มีการทำอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางราชการ ถ้าหากว่า คณะกรรมาธิการหยิบขึ้นมามันจะช่วยเชื่อมต่อ นั่นก็คือเรื่องของบัญชีครัวเรือน คนเราจะออมได้ ไม่ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามีเงินเหลือหรือไม่เหลือมากน้อยแค่ไหนในชีวิตประจำวัน ทุกวันนี้ไม่รู้ ใช้ไปเท่าไร เดือนหนึ่งกำไรขาดทุน เกษตรกรที่จังหวัดระยอง ที่ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ สวนมังคุดปีหนึ่งขายได้ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ดีใจมากเลยครับ พอลองให้ไปตรวจสอบดูว่า แล้วใช้จ่ายไปเท่าไร ใช้ไปแสนกว่าบาท แต่ไม่ได้จด แต่รู้ว่าได้มาเท่าไร ฉะนั้นเรื่องบัญชี ครัวเรือนผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่กรรมาธิการน่าจะให้ความสนใจเพื่อที่จะเชื่อมต่อกับ เรื่องของการออม ขอบคุณมากครับ