สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระศาสนา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันพระศาสนาและผลกระทบต่อชุมชน พร้อมกับเรียกร้องให้มีการปฏิรูปทรัพย์สินของวัดและพระสงฆ์ที่มีการบริหารจัดการไม่เหมาะสม และการดำเนินคดีกับพระสงฆ์ที่มีการประพฤติผิด นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมนี่โตมาจากวัด กินข้าวบูดก้นบาตรมา แล้วก็เป็น มหาเปรียญ เพราะฉะนั้นเข้าใจเรื่องวัดได้ดี สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานเสริม ต่อการรายงานนั้น อยากเรียนว่าเป็นสิ่งที่เห็น รู้ รวมทั้งเป็นทนายความที่ว่าความเกี่ยวกับคดี ให้วัดมามากพอสมควร เพราะฉะนั้นย่อมเข้าใจในสิ่งที่คณะกรรมการได้ดำเนินการมา อย่างถ่องแท้ ท่านประธานครับ สถาบันหลักของบ้านเรา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเห็นได้ว่าสถาบันของศาสนานั้น พุทธศาสนานั้นก็อยู่ในสถาบันหลักก็คือศาสนาตรงนี้ ถ้าสถาบันหลักของเราผุกร่อนเสียแล้ว ถามว่าบ้านนี้ เมืองนี้ อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่คณะกรรมการได้ดำเนินการมานั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกทางแล้ว ผมเองแม้เป็น คนวัดแท้ ๆ แล้วก็อยู่วัดมาโดยตลอดนั้น ไม่ได้มองเลยว่าเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติม พระพุทธศาสนาแต่ประการใด แต่เพียงแต่การกระทำบางเรื่อง บางสิ่งนั้นเป็นสายล่อฟ้า เกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวประธานคณะกรรมการ แต่การดำเนินการของท่านประธานเอง ก็ต้องยอมรับว่าท่านกล้าเสี่ยง กล้าดำเนินการ กล้าพูดจา แล้วก่อให้เกิดการตื่นตัวมากมาย ในศาสนาครับ แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าเองก็ตื่นตัวที่จะปฏิรูป แม้แต่วัดดัง ๆ บางวัดที่เราเห็น เป็นข่าวครึกโครม ความจริงแล้วเรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมันมีมา ๒-๓ ปีแล้ว ผมเองตั้งแต่เป็นสมาชิกวุฒิสภาคนก็ร้องเรียนเรื่องนี้มา แต่ไม่มีใครขยับเขยื้อนครับ ท่านประธาน แต่พอคณะกรรมการชุดนี้หยิบขึ้นมาบางส่วนเท่านั้นเอง โอ้โหออกมาเป็นชุด ๆ เป็นตับขยับเขยื้อน มีการคืนเงินคืนทอง มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการต่าง ๆ ทั้งหมด และการดำเนินคดี นี่ถือว่าเป็นผลงานแม้ว่าในระยะเวลาค่อนข้างจำกัดก็อยากจะเรียน ในภารกิจ ๔ ประการที่ท่านได้สรุปมาในการปฏิรูปกิจการพระศาสนา ผมขออย่างนี้ครับ ท่านประธาน วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัด ผลัดกันช่วยก็อวยชัย ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง ความจริงน่าจะสรุปเป็นสุดท้าย แต่ผม โหมโรงเพื่อให้เห็นว่า นี่เป็นบทอันสำคัญที่เกี่ยวกับการปฏิรูปกิจการพระศาสนาต้องช่วยกัน อย่างนี้ครับท่านประธานครับ

เรื่องทรัพย์สินของวัดและของพระสงฆ์ เรื่องของพระผมไม่เท่าไรครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ที่เคารพ แต่ผมเห็นว่าศาสนสมบัติหรือทรัพย์สินที่ญาติโยมจบมือ แล้วถวายวัดในพระศาสนานี้มีมากมายมหาศาลครับท่านประธาน กรุงเทพฯ นี่ถ้า ท่านประธานแตะเข้าไปเจอเป็นที่วัดทั้งนั้น สำเพ็งนี่แหล่งเงินแหล่งทองอย่างนี้ หลายจุด ถ้าจะชี้ไปแม้แต่ประตูน้ำ หลายที่หลายแห่ง รามคำแหง เดอะมอลล์อะไรโน่นเยอะแยะ ที่วัด ทั้งนั้นละครับ ญาติโยมศรัทธา ปสาทะ แล้วก็จบมือยกถวายครับ แล้วถามว่าวัดได้ค่าเช่า เท่าไร ใกล้ ๆ กันวัดมกุฏกษัตริยารามก็ที่เยอะ ท่านประธานทราบไหม สุดท้ายแล้วครับ ขอเยอะ ๆ หน่อยก็ได้นะครับ ท่านประธานคงอนุโมทนากับผมด้วย นาน ๆ คนวัดจะพูดที เพิ่งเรื่องแรกเท่านั้นท่านประธาน ท่านประธานรู้ไหมครับ วัดได้ไม่กี่สตางค์หรอก พระนครศรีอยุธยา ท่านประธานที่เคารพ วัดร้างมากมายมหาศาล พรรคพวกเอาไปทำ รีสอร์ท ไปทำผับ ไปทำบาร์ ไปทำสถานบันเทิง วัดได้ไม่กี่สตางค์หรอกครับ วัดในกรุงเทพฯ บางแห่งตารางวาเป็นสิบ ๆ บาท เป็นร้อยบาท เอาไปเซ้ง เอาไปประมูลกัน กินเป็นล้านล้านบาท เป็นสิบล้านบาท ใครได้ประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ ฆราวาสทั้งสิ้น เกาะหลังทำมาหา กินบนทรัพย์สินของศาสนา และยิ่งเจ้าอาวาสบางองค์ที่ท่านปล่อยปละละเลย หรือ ขออภัย ชราภาพ ก็จะมีฆราวาสแบบนี้ละครับท่านประธาน แล้วถามว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของท่านหรือเปล่า เปล่าเลยครับ วัดโสธรวรารามวรวิหาร วันเสาร์ วันอาทิตย์ ท่านประธานรู้ไหมมีรายได้เท่าไร เงินนั้นก็อยู่กับวัดวาอารามถามว่ากระจายไปที่ไหนหรือเปล่า พิษณุโลก สารพัด วัดดัง ๆ เยอะแยะนั้นแย่งกันเป็นเจ้าอาวาส ฆ่าเจ้าอาวาส ฆราวาสหากินเยอะแยะมาก วัดพระพุทธบาท วัดอะไรต่อมิอะไร ผมเองมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในหลายเรื่อง หลายที่หลายแห่งที่ไป เป็นทนายให้เจ้าอาวาส และเจ้าอาวาสโดนฆ่าก็มี ทั้งหมดเกิดขึ้นจากทรัพย์สินของวัดทั้งสิ้น ถ้าไม่มีการบริหารจัดการกันอย่างเป็นระบบ ฆราวาสนั่นละตัวแสบ ยิ่งสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านประธานครับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแย่งกันเป็น ผอ. ว่าที่ไหนมีที่ร้างเยอะเป็นทำเลทอง ตัว ผอ. นั่นละครับเป็นตัวทำมาหากิน ผอ. สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติแต่ละจังหวัด ไม่ใช่ตัว ผอ. สำนักใหญ่ แต่ใหญ่จะเกี่ยวหรือไม่ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเองมีข้อมูลบางที่บางแห่งไปสร้างเมรุแต่ละที่ แต่ละที่ สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ได้ประโยชน์เอาเงินของพวกเรานี่แหละครับไปบริจาคบอกว่า ไปสร้างเมรุ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ให้เจ้าอาวาสเซ็นแค่ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่วัดจริง ๆ สร้าง ๙๐๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นเข้ากระเป๋าครับ เขาร้องเรียนมา ๓๐ กว่าวัด ได้ไป ๓๐ กว่าล้านบาท นี่ยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน นิดเดียวครับท่านประธานครับ อันนี้เป็นตัวอย่างพอสังเขป แต่ชี้ให้เห็นว่าเรื่องอย่างนี้น่าจะมีการบริหารจัดการกันอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ ของศาสนาโดยรวม จะต้องมีการบริหารจัดการเสียใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้วัดไหนที่รวยก็รวย วัดจนก็ไม่มีสตางค์ ไม่มีเงิน ไม่มีทองที่จะบริหารจัดการ

ประการที่ ๒ ครับ อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องทำให้พระวินัยวิปริต การประพฤติผิดจากพระธรรมวินัย ท่านประธานเวลาเห็นพระมั่วสีกา เสพเมถุนกับสีกา ท่านประธานสะเทือนใจไหมครับ แล้วก็จับสึก เผลอ ๆ มาบวชใหม่เราก็ไม่รู้ แต่ผู้หญิง ก็ลอยนวล ผู้หญิงบางคนก็หากินกับพระครับท่านประธาน ทำมาหากินกับพระ อยู่กับวัด แล้วพระเองก็ประพฤติอย่างนี้ กินเหล้า สูบบุหรี่ มั่วสีกา เปิดยาไอซ์ ยาบ้าอย่างนี้ แล้วเรา บอกว่าจับสึก จบ ผมว่าต้องเอาทั้งพระติดคุก สีกานี่ก็ต้องเอามาติดคุกด้วย ไม่ใช่ บอกว่าจบกัน พระกินเหล้าความจริงก็อาบัติเล็กน้อย แต่ก็ต้องจับสึกแล้วก็ดำเนินคดีด้วย มันเป็นเรื่องกระเทือนความรู้สึกเอาแค่นี้ย่อ ๆ

แต่เอาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องประเภทที่เมื่อครู่นี้ก็คือพระบางองค์นั้นพยายาม เอาคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่งตัวเหมือนพระในศาสนาพุทธ วางเนื้อวางตัว เอาหลัก คำสอนของศาสนาพุทธ แต่ทำตัวเป็นเจ้าสำนักผิดเพี้ยนวิปริตพิสดารวิตถาร ใส่เสื้อแขนยาวบ้าง ใส่รองเท้า ถุงเท้า อะไรต่ออะไรต่าง ๆ ทำตัวเป็นเจ้าสำนัก อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นพวกแอบ แล้วทำมาหากิน อย่างนี้อันตรายครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นควรจะมีศาลรัฐธรรมนูญของพระ ตั้งกันขึ้นมาเลยครับว่า สอนอย่างนี้ผิดนะ เพราะมีพระ เดี๋ยวนี้พระไตรปิฎกถ้าท่านประธาน ศึกษา บางคนบอกว่ามี ๑๕๐ ข้อเท่านั้น พระวินัยมีเท่านี้เท่านั้นแล้วก็ทำตัวเป็นเจ้าสำนัก ไม่อย่างนั้นเราก็จะเจอพระแบบพระเกษมนี่ละครับ

สุดท้ายก็คือเรื่องอาณาจักร ถ้าเราบอกว่า เมื่อครู่นี้หลายท่านพูดแล้ว ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ แล้วเราก็นั่งทำตาปริบ ๆ กันบอกว่าเป็นเรื่องของพระ ถ้าฝ่ายอาณาจักร ไม่เข้าไปเสริมเติมแต่ง ผมว่าเจตนารมณ์ของท่านประธานเทียนฉายนี่ละครับถูกต้องที่สุด ที่ท่านทำท่านอยากให้ฝ่ายอาณาจักรเข้าไปเสริม ไปปกป้องคุ้มครอง ไม่อย่างนั้นสถาบันชาติ ศาสนาของเราก็จะถูกผุกร่อนไปด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมการดำเนินการจึงเป็น การกระทำที่เหมาะสมเพียงแต่เสียดายทำน้อยไปหน่อย เวลาจำกัดเกินไปเกรงว่าพระจะมา เจริญพรท่านที่สภา ผมกราบขออภัยท่านประธานที่กินเวลาและขออภัยเพื่อนสมาชิกอย่าได้ ตำหนิเลย ก็ถือว่าเป็นการเทศน์กัณฑ์สุดท้ายก็แล้วกัน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ