ปรีชา บุตรศรี หารือเรื่องความเสื่อมถอยทางศีลธรรม จริยธรรมและศาสนาในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ศีลธรรมและจริยธรรมจากพระพุทธศาสนา และเรียกร้องการปฏิรูปพิธีกรรมในการบวชเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดการทำลายล้างสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างโรงเรียนปริยัติธรรมในตำบลและจัดการพระให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมการ ตลอดจนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ กระผม ปรีชา บุตรศรี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดเลย ก่อนอื่นผมก็ขอให้กำลังใจคณะกรรมการชุดนี้ที่ได้ทำเรื่องนี้อย่างกล้าหาญ ผมก็พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้ ก็เป็นที่ทราบว่าถ้าเราจะยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า สังคมไทยเรา ณ ปัจจุบันนี้มีความเสื่อมถอยทางศีลธรรม จริยธรรม แม้แต่ศีล ๕ ผมคิดว่า หลายคนก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าปัญหาเรื่องคนกับปัญหาเรื่องพระเป็นของคู่กัน ศาสนาทุกวันนี้เขาดูเหมือนว่าจะกำลังเสื่อมลง มีผู้ทำนายไว้ว่าปี ๒๕๐๐ ศาสนาจะเรียวลง ผมก็คิดว่าก็น่าจะจริง เพราะว่ามองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่เป็นปัญหาไปหมด เป็นปัญหา ที่ล้วนแล้วแต่สร้างปัญหาให้กับภาระให้กับสังคมทั้งสิ้น ผมอยากจะยกปัญหาบางเรื่อง บางอย่างมานำเสนอในที่ประชุมนี้
ประการที่ ๑ ถ้าท่านไปดูที่ชนบทท่านก็จะพบว่าเวลาท่านจะทำบุญบ้าน ต้องไปถึง ๔-๕ วัด กว่าจะนิมนต์พระมาได้ครบ ๙ รูป เมื่อครู่ท่านจำลองบอกว่า มีพระพุทธศาสนาอยู่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ องค์ แต่เรามี ๗๔,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ผมหารดูแล้ว หมู่บ้านละ ๔ องค์เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงพระจะไปอยู่กับวัดที่เจริญ วัดที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ชนบทบางวัดเป็นวัดร้างครับ เพราะฉะนั้นอันนี้คือปัญหาที่สำคัญอันหนึ่ง ทำอย่างไรที่จะ ให้มีวัด มีพระ แล้วเป็นที่พึ่งทางใจให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมคิดว่าการบริหาร จัดการของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอก็น่าจะหมุนเวียนพระต่าง ๆ เข้าไปแก้ปัญหา ในวัดที่ไม่มีพระอยู่ให้ได้
ประการที่ ๒ เราควรจะต้องส่งเสริมการลาในการบวช ความจริงแล้วคนที่เป็น ข้าราชการเขาให้ลาได้ถึง ๓ เดือน แต่บางคนก็ลา ๗ วัน ๑๕ วันก็สุดแล้วแต่ แต่ว่าหาน้อย ที่จะหาโอกาสลาครบได้ ๓ เดือน ก็ทำให้การบวชเรียนมันน้อยลง และที่สำคัญก็คือ จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้มีเหมือนกองทุนที่เกิดจากศรัทธาในการที่จะเป็นคนอุปถัมภ์ ให้พระได้บวช แล้วก็ควรจะส่งเสริมให้เด็กนักเรียนในช่วงปิดเทอมได้มีการบวชเรียนให้มากขึ้น แล้วก็อาศัยพวกชาวบ้านทุกคนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพราะฉะนั้นการที่จะทำอย่างไรที่จะให้มี พระในพระพุทธศาสนาให้มากขึ้นเป็นโจทย์สำคัญที่เราจะต้องคิดช่วยกัน
ประการที่ ๒ ปัญหาที่บอกว่าพระที่บวชแล้วไม่ศึกษาไม่เรียน ผมก็เคยคุยกับ พระหลายรูป ท่านก็พูดบอกว่าจริง ๆ แล้วอยากจะเห็นโรงเรียนสอนปริยัติธรรมในทุกตำบล แต่ทำไม่ได้ เนื่องจากไม่มีงบ ไม่มีพระที่เป็นวิทยากร ขาดแคลนไปหมดเลย เพราะฉะนั้น จึงทำให้พระต่าง ๆ ขาดโอกาสที่จะศึกษา ขาดโอกาสที่จะเรียนรู้ แล้วจริง ๆ ก็มีเด็กชนบทหลายคน ที่พ่อแม่ยากจนที่อยากจะส่งลูกมาเรียนทางพระ ก็มีอยู่อีกจำนวนหนึ่ง แต่ว่าก็ยังขาด โรงเรียนพวกนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่านี่เป็นโอกาสหนึ่งที่อยากจะส่งเสริมให้โรงเรียนปริยัติธรรม ในตำบลเป็นที่เรียนรู้ของคนจริง ๆ
แล้วประการที่ ๓ ก็คือว่า คำว่า วัดเป็นศูนย์กลาง อย่างในอดีตเป็นแหล่ง เรียนรู้ศาสตราวุธ เป็นแหล่งเรียนรู้ความรู้ทั้งหลาย แต่ปัจจุบันนี้มันหายไปแล้ว ทำอย่างไร เราถึงจะให้สิ่งเหล่านี้ได้กลับมาให้วัดเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เราจะเห็นว่าบางที วันหยุด วันนักขัตฤกษ์ ผมเองเมื่อก่อนก็พยายามที่จะส่งเสริมให้มีการเข้าไปทำบุญในวัด ให้ผู้นำท้องถิ่น ให้นายกเทศมนตรี ให้นายอำเภอพาชาวบ้านเข้าวัดกันในวันพระ แต่วันพระ พระก็ฉันไม่ทันเพราะคนมันไปเยอะ แต่พอไม่ใช่วันพระคนก็ไม่ค่อยไปอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าวันสำคัญเท่านั้นที่มีคนไป วันไม่สำคัญคนก็ไม่ไป ทำไมเราถึง ไม่ส่งเสริมให้นักเรียนอย่างน้อย ๑ สัปดาห์ต้องไปไหว้พระไปเรียนในวัดเพื่อจะทำให้นักเรียน ได้มีศีลธรรม จริยธรรมมากขึ้น แล้วที่สำคัญผมอยากจะเรียนว่า คำสอนที่เป็นภาษาบาลี สันสกฤต เวลาเรานั่งฟังแล้วเราไม่ค่อยรู้เรื่อง เราเหมือนบางทีเสียเวลาไปเปล่า ๆ ทำอย่างไร ที่จะมีคำแปลสั้น ๆ ให้คนได้เข้าใจว่าที่ท่านเทศน์ไปหมายความว่าอย่างไร อันนี้ก็จะทำให้เรา ได้รู้ได้เข้าใจมากขึ้น นอกนั้นมีปัญหาอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ผมอยากจะเรียนสั้น ๆ ว่าในวัด บางทีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มากมาย ไม่มีมาสเตอร์ แพลน (Master plan) ไม่มีกรมการศาสนา เข้าไปควบคุมทำให้สิ่งงดงามในวัดถูกบดบังไปหมดเลย พระท่านก็ใครอยากจะสร้างอะไรให้ท่าน ก็สร้างหมดจนไม่มีที่จะสร้างอยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่รกรุงรังวัดไปหมดเลย
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าไปสร้างสำนักสงฆ์ในป่าสงวนแห่งชาติเป็นหมื่น ๆ แห่ง แล้วก็ไม่สามารถจะจดทะเบียนวิสุงคามสีมาเป็นวัดได้ ก็เกิดจากที่ไปสร้างในที่ป่าสงวน ทั้งหลาย อันนี้เป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไขก็เป็นปัญหาหนึ่ง
เรื่องพิธีกรรมต่าง ๆ ในการบวชก็อยากจะให้ปฏิรูปเหมือนกัน พอบวชที ก็เลี้ยงโต๊ะจีนที ๒๐๐-๓๐๐ โต๊ะ มีการเลี้ยงสุรา ฆ่าไก่มาเลี้ยงกันก็เยอะแยะไปหมดเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดูแล้วแทนที่จะได้บุญกลับเป็นบาปเสียอีก ก็อยากจะให้มี การปฏิรูปด้วยเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตนำเสนอแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ