สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หารือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างจิตสํานึกในการป้องกันการทุจริต ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาเอก และเสนอแนะวิธีแก้ปัญหาที่จะช่วยลดการทุจริตและเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนที่ผมจะอภิปราย ท่านประธานครับ ท่านประธานไปเยอรมันมา หนาวไหมครับ แต่วันนี้ท่านประธานเหมือนคนเยอรมันเลยนะครับ น่ารักมากเลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เรื่องทุจริตคอร์รัปชันทุกคนต้องยอมรับว่ามีทุกองค์กร ท่านกล้าปฏิเสธไหมครับ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ที่ไปตรวจสอบเขานั้นนะมีการทุจริต คอร์รัปชัน หลายท่านพูดถึงคดีต่าง ๆ ที่เกิดมาในอดีตไม่เคยสําเร็จสักเรื่อง ล่าสุดเขาก็บอก แล้วว่าเรื่องปุ๋ยใส่ดินไปให้เกษตรกร ท่านครับ ล่าสุดสนามฟุตซอล โรงพักทั่วประเทศ เรื่องเงียบ ป.ป.ท. ป.ป.ช. ปปง. ไปไหมครับ ผมถามท่านครับ ท่านตอบผมหน่อยครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าพวกท่านรับเงิน ไม่ได้กล่าวหาพวกท่านเหล่านั้นว่าทุจริตคอร์รัปชัน หรือไม่ ก่อนที่เราจะปฏิรูปท่านประธานครับ ผมอยากให้ทุกท่าน ทุกองค์กรต้องหันดูตัวเองก่อน ปฏิรูปตัวเองก่อนท่านประธานครับ เหมือนผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เป็นนายกสมาคมสันนิบาต เทศบาลแห่งประเทศไทย ดูแลเทศบาล ๒,๔๔๐ แห่ง ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ผมกําลังจะปฏิรูป ท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ ซึ่งสํานักงานวิจัยวิจัยออกมาแล้วว่าประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ท้องถิ่นทั้งประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ประมาณ ๓๐๐ แห่ง แต่ทุกท่าน พยายามเหมารวมเอาท้องถิ่นมาพูดกันเหลือเกินท่านประธานครับ ผมจะบอกขยายความ ให้ฟัง การทุจริตคอร์รัปชันนั้นต้องมีองค์ประกอบ

๑. ผู้บริหาร

๒. ข้าราชการประจํา

๓. ภาคเอกชน

ถ้าขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งไม่มีการทุจริตแน่นอน ท่านกลับไปคิดครับ สิ่งที่ผมพูดว่าจริงหรือไม่ ท่านครับ ท่านรู้ไหมว่านายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสมาชิก สภาท้องถิ่นเราถูกตรวจสอบเข้ม ทุกองค์กรที่ท่านเขียนในนี้ตรวจสอบเราทั้งสิ้นแต่ผมถามว่า องค์กรอิสระเหล่านี้ที่ท่านเขียนกระทําผิดใครตรวจสอบ ใครลงโทษ ท่านย้อนยุคกลับไปสิครับ อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจัดประชุมสัมมนาแต่ไปทอดผ้าป่า จําได้ไหมครับ มีใคร ตรวจสอบครับ ไม่มี ตรงนี้ต่างหากครับ ท่านจะเอา ปปง. ป.ป.ท. ขึ้นมาองค์กรอิสระอีก เงินเดือนก็เยอะ ขึ้นเงินเดือนตัวเองก็เยอะ ท่านครับ ไปกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอีกสัดส่วน เปอร์เซ็นต์อย่าเลยครับท่าน เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน ท่านอย่าเห็นแก่องค์กร ตัวเอง ท่านครับ สิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้นั่นก็คือ ท่านครับ วิธีแก้ปัญหา ผมเป็นนายกบ้านนอกอาจจะไม่รู้วิธีแก้ปัญหาเหมือนนักวิชาการใหญ่ ๆ ผมอยากเห็นอีก ๓๐ ปี แม้แต่ผมตายไปแล้ว ผมอยากเห็นประเทศชาติปลอดทุจริตครับ ท่านบรรจุสิครับ วิชาป้องกันการทุจริตตั้งแต่อนุบาลยันปริญญาโท ปริญญาเอก ต้องมีทุกชั้นเรียน ไม่ว่าจะ เป็นเอกชนหรือรัฐบาล ท่านต้องเริ่มตั้งแต่เล็กจนโตครับ บางอย่างแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แล้วก็ควบคู่กันไป ในเล่มนี้ที่ท่านเขียนดี แต่ถามกลับไปว่าท่านทําได้สัมฤทธิผลหรือไม่ ท่านครับ ผมบอกองค์ประกอบไปแล้ว ถ้าท่านสร้างจิตสํานึก ปลูกจิตสํานึก ท่านชอบว่า นักการเมืองไม่ดี ถ้านักการเมืองทุจริตซื้อเสียง ท่านครับ ท่านกลับดูตัวเองบ้าง ดูพวกท่านบ้าง พฤติกรรมที่ท่านเกิดอยู่นั้นมีการทุจริตบ้างหรือไม่ แม้แต่เวลาท่านก็ทุจริตเวลาครับ เขาเรียก ทุจริตเหมือนกัน ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นการที่จะกล่าวหาใครคนใดคนหนึ่งนั้นมันต้องมี ข้อมูลหลักฐาน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดมันเป็นเรื่องจริง นักการเมืองส่วนท้องถิ่นที่ผม เป็นนายกสมาคมยื่นบัญชีทรัพย์สินวันแรกที่เข้ารับตําแหน่ง ภายใน ๓๐ วันต้องยื่นบัญชี ทรัพย์สินครับ หลังจากนั้นหลังจากครบวาระ ๔ ปี ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินภายใน ๓๐ วัน เช่นกัน แต่เมื่อพ้นวาระไปแล้วสอบตกหรือเป็นต่อก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินอีก ๑ ปี ต้องยื่น อีกครั้งหนึ่ง วิธีแก้ปัญหาที่ผมพูดตรงนี้ ถามกลับไปว่าข้าราชการประจําล่ะครับ มีบ้างไหม ยื่นบัญชีทรัพย์สิน เดี๋ยวนี้เพิ่งมีระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด ในอดีตที่ผ่านมา ข้าราชการซี ๗ ซี ๘ หรือซี ๕ ซี ๖ ขับเบนซ์ส่งลูกเรียนเมืองนอก ท่านดูสิครับ เงินเดือนแค่ ๔๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท หรือญาติโกโหติกาบรรพบุรุษรวย ผมก็ไม่ทราบ ยื่นบัญชี ทรัพย์สินตรวจสอบกันทุกปีสิครับ ท่านครับ ตรวจสอบทุกปี ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการประจํา อย่า ๒ มาตรฐานครับ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากตรงนี้ว่าเอาตั้งแต่ ระดับ ๕ ระดับ ๖ ขึ้นไปก็ได้ ถ้าเด็ก ๆ ซี ๒ ซี ๓ ตรวจกันทุกปี แล้วอย่างท่านตั้งศาล เดี๋ยวนี้ ศาลในเมืองไทยท่านดูสิครับ เกือบ ๑๐ ศาล ประชาชนสับสนมาโดยตลอด ประชาชนก็ตกเป็น เครื่องมือของนักกฎหมาย ไม่รู้จะยื่นไปศาลไหน ไปศาลไหน บางทียื่นไป ระดับชาติยื่นไป ศาลนี้บอกไม่รับ ท่านต้องไปยื่นอีกศาลหนึ่ง งงกันหมดทั้งประเทศครับ นี่ไม่ใช่เอะอะอะไร จะตั้งศาล ตั้งศาล ท่านลองเอาศาลเหล่านี้ ศาลอาญา ศาลชั้นต้น ศาลที่มีอยู่ทั้งหมด ลองไป ตั้งต่างจังหวัดทุกจังหวัดสิครับ ลองขยายออกไปดู แล้วกําหนดว่าผู้พิพากษาต้องตัดสิน คดีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ๓๐ วัน ต้องมีกําหนดบ้างครับ ผู้พิพากษาก็ต้องมีบทลงโทษ ผู้พิพากษา ก็มนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนพวกเรานี่ล่ะครับ แต่ท่านครับ ทุกองค์กร องค์กรอิสระทุกองค์กรผมเห็นด้วย แต่ที่มาขององค์กรอิสระทั้งหมด เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเรา ต้องการคนดี มีองค์กรเดียวที่น่าเชื่อและมั่นคงที่สุดนั่นคือตุลาการศาลยุติธรรมเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมอยากให้องค์กรเหล่านี้มาจากตุลาการศาลทุกที่ที่เกษียณอายุ หรือไม่ เกษียณอายุ ถ้าอยากมาอยู่อยากมาเป็น มันจะช่วยแก้ปัญหาลดเพรสเชอร์ (Pressure) หลายเรื่องลง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากฝากไปทางกรรมาธิการที่ผมพูดไปทั้งหมดอาจจะ เป็นข้อคิดสักเล็กน้อย เพียงนักการเมืองตัวเล็ก ๆ เป็นนายกเทศมนตรีตําบลครับ แต่ฝากสัก นิดหนึ่งว่ากลับเอานําคําพูดของทุกคนที่พูดในที่นี้ไปไต่ตรอง ไปแก้ไขปรับปรุงเพื่อประโยชน์ ของชาติบ้านเมืองและลูกหลานต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ