สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

ชาญวิทย์ ผลชีวิน เสนอการปฏิรูปการกีฬา โดยมี 2 ด้านใหญ่ๆ คือ โครงสร้างและบริหารจัดการ โดยมี 5 เรื่องที่ต้องขับเคลื่อน รวมถึงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ และการปฏิรูปกฎหมายด้านการกีฬา เพื่อพัฒนาการกีฬาในประเทศ

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะ สปช. ที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๓๗ ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านโครงสร้างกีฬา ดังที่ ท่านประธานยุทธศักดิ์ได้นําเสนอไปแล้วว่าในกรอบของการปฏิรูปกีฬานั้นมีอยู่ ๒ ด้าน ใหญ่ ๆ ก็คือด้านโครงสร้าง แล้วก็ด้านการบริหารจัดการกีฬา ผมเองจะขอนําเสนอในเรื่องของด้านโครงสร้างการกีฬานะครับ ซึ่งจะมีทั้งหมด ๕ เรื่องใหญ่ ๆ ที่จะต้องขับเคลื่อนไปในรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็ สปท. ชุดนี้

เรื่องแรกเลย คือเรื่องของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ซึ่ง ณ วันนี้ การกีฬาของเราคนที่อยู่ในวงการกีฬาของเราน่าจะเป็นเรื่องใหม่ที่สุดแล้วก็เร่งด่วนที่สุด ซึ่งจะนําเสนอต่อไป แนวคิด กรอบแนวคิดทั้งหลายที่ทางผู้ใหญ่แล้วก็ทางผู้ที่ต้องการ เห็นวงการกีฬาเราพัฒนาก้าวไปอีกระดับหนึ่งทัดเทียมกับในอาเซียน (ASEAN) ทัดเทียม กับเอเชีย แล้วก็ทัดเทียมกับระดับโลก เรายังไม่มีมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติของเรา เป็นที่ยอมรับนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ อันนี้จะเป็น ลักษณะของการกํากับนโยบาย ดูแล กําหนดทิศทางของการกีฬาของชาติทั้งระบบนะครับ เพราะว่าการกีฬาของเรานั้นมีหน่วยงาน มีกระทรวง ทบวง กรมที่ทํางานดูแลทางด้านนี้ ที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เชิญมาหารือแล้วก็ประชุมร่วมกันทั้งหมด ๑๔ กระทรวง กับอีกประมาณ ๑๐ กว่าหน่วยงาน ซึ่งกํากับดูแลในเรื่องของการกีฬา เมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติแล้วจะทําให้การกําหนดทิศทาง การกําหนดนโยบายของประเทศนั้นชัดเจนขึ้นแล้วก็ไปในทิศทางเดียวกันครับ

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย คงเป็นที่ยอมรับนะครับว่าคนทั้งประเทศ ๖๗ ล้านคนคงจะใช้สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา ในการที่จะศึกษา ค้นคว้า แล้วก็ดูแลสุขภาพพลานามัยของร่างกาย รวมถึงนักกีฬาที่ไปสู่ ความเป็นเลิศกับอาชีพที่ต้องอาศัยสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยนั้น เป็นศูนย์รวมในการขับเคลื่อน ในการพัฒนาวงการกีฬาต่อไปในอนาคตเช่นเดียวกัน

เรื่องที่ ๔ คือการปฏิรูปกฎหมายด้านการกีฬา มีทั้งหมด ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... เรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... เรื่องที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันนี้คือโครงสร้างที่จะต้องกํากับแล้วก็ดูแล ในการปฏิรูปครั้งนี้นะครับ

เรื่องที่ ๕ ก็คือการจัดตั้งกระทรวงการกีฬา อันนี้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องนําขึ้นมานําเสนอในการขับเคลื่อนการปฏิรูปครั้งนี้ เพราะว่านี่คือ ๕ ข้อหลัก ๆ ๕ เรื่องหลัก ๆ ที่ประชาชน ที่ทางคณะ สปช. ที่มีท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ได้ทําการสํารวจสอบถามทั้ง ๔ ภาค แล้วก็กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีก ๕ ครั้ง ทั้งหมด ๙ ครั้ง ตอบโจทย์ออกมาค่อนข้างจะเหมือนกันในด้านของโครงสร้างการปฏิรูป เรื่องของกีฬาทั้งหมด ๕ เรื่องนะครับ เรามีกรอบเวลาในการทํางานทั้งหมด ๑๘ เดือน เพราะฉะนั้นคณะอนุกรรมาธิการเองได้พิจารณาแล้วเห็นว่าสิ่งแรกเลยเรื่องแรกที่เร่งด่วน ที่สุดที่จะตอบโจทย์คณะ คสช. และคณะรัฐบาล โดยเฉพาะท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เพราะว่าท่านมีนโยบายชัดเจนที่อยากจะเห็นวงการกีฬา ของประเทศนั้นก้าวหน้าแล้วก็เดินไปได้อย่างสง่างาม แล้วก็มีการมอบนโยบายมาที่กระทรวง มอบนโยบายมาที่ สปช. ช่วงแรกนะครับ อยากเห็นครับ ท่านอยากเห็นมหาวิทยาลัยกีฬา เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ ฉะนั้นในการนําเสนอในวันนี้ผมจะขออนุญาตนําเสนอเรื่องเดียว ซึ่งเป็นไฮไลท์ (Highlight) ของคณะโครงสร้างก็คือมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ จากกรอบแนวคิด จากนโยบาย คณะอนุกรรมาธิการได้ประชุมกันทั้งหมด ๕ ครั้ง ได้นําร่างพระราชบัญญัติ ของทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จัดทําไว้ ร่างพระราชบัญญัติของ สปช. ที่จัดทําไว้ คณะอนุกรรมาธิการของเราได้นํามาศึกษาแล้วก็กําหนดกรอบแนวคิดออกมาว่า มหาวิทยาลัยกีฬานั้นถ้าตั้งขึ้นมาแล้วสิ่งแรกเลยต้องแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป ไม่อย่างนั้นมันตอบโจทย์ไม่ได้ ๒. คือต้องแตกต่างจากโครงการช้างเผือกที่ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็มหาวิทยาลัยเอกชน อีกหลาย ๆ แห่ง ณ วันนี้มีโครงการช้างเผือกอยู่หมดครับ รับนักกีฬาเข้ามาเรียนโดยไม่มีเงื่อนไข แต่มีอยู่นิดเดียวคือต้องสอบเอง ในขณะที่เขาเข้ามาเรียนนั้นจะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น คือเรื่องของเวลาเรียน เด็กหลายคน นักกีฬาหลายคนระดับชาติพอเข้าสู่ในระบบโครงการ ช้างเผือก ทุกท่านทุกคนจะได้ยินว่ามันเป็นช้างพังมากกว่าช้างเผือก เพราะฉะนั้นนี่คือแนวคิด อันหนึ่งที่ทําอย่างไรเราจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติขึ้นมาให้ตอบโจทย์คนทั้งประเทศได้ เพราะฉะนั้นกรอบแนวคิดจึงมีวิธีแล้วก็แนวทางในการที่จะยุบรวมสถาบันการพลศึกษาทั่วประเทศ มีทั้งหมด ๑๗ แห่ง ซึ่งสมัยก่อนนั้นท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์บุญสม มาร์ติน ท่านได้จัดทําไว้ จัดตั้งไว้ เพื่ออะไรครับ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วประชาชนชาวไทยกระทรวงศึกษาธิการต้องการมากที่สุด คือครูพลศึกษาครับ เพื่อที่จะไปเรียนรู้เรื่องของอะไรครับวิชาพลานามัย วิชานันทนาการ แล้วก็วิชาสุขศึกษา เพื่อที่จะไปสอนเพื่อจะไปให้ความรู้ในโรงเรียน ในสถานศึกษา เพื่อให้ทุกคน มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง แต่โจทย์เหล่านั้นผ่านมา ๒๐-๓๐ กว่าปี สถาบันการพลศึกษา หรือวิทยาลัยพลศึกษาเดิมได้ถูกเปลี่ยนเป็นสถาบันการพลศึกษา จากสถาบันการพลศึกษา ณ วันนี้เรากําลังจะปรับแล้วก็ยุบรวมเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ผมขออนุญาตนํา กรอบแนวคิดกรอบที่ ๑ มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ เราจะมีสถาบันการพลศึกษาภาคเหนือ อยู่ทั้งหมด ๔ แห่ง มีจังหวัดเชียงใหม่ มีจังหวัดลําปาง มีจังหวัดสุโขทัย แล้วก็มีจังหวัดเพชรบูรณ์ ๔ แห่งนั้นยังมีโรงเรียนกีฬาที่อยู่ในสังกัด ยังมีโรงเรียนกีฬาของเทศบาล ยังมีโรงเรียนกีฬา ของ อบจ. อบต. อีกนะครับ และยังมีโรงเรียนการศึกษานอกระบบอีก เรายังมี กศน. เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านั้น นักเรียนเหล่านั้น เยาวชนเหล่านั้น จะได้มีทิศทางที่ชัดเจนว่าถ้าเขา สนใจกีฬาเขาสนใจเรื่องนี้เขาไม่ต้องมาเรียนในกรุงเทพฯ ครับ เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยโครงการ ช้างเผือกทั้งหลายอย่างที่ผมได้เอ่ยนามไปแล้ว เขาจะได้มีทางเลือกที่เสมอภาคกัน แล้วทุกอย่าง จะได้ไม่กระจุกที่กรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นแนวคิดอาจจะเป็นสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ที่พร้อมที่สุด ซึ่งเราจะทํางานศึกษาต่อไปในอนาคตว่าระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดสุโขทัย แล้วก็จังหวัดเพชรบูรณ์ แห่งไหนพร้อมที่สุด ที่เหลือจะเป็นวิทยาเขตนะครับ ภาคที่ ๒ ก็คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเรามีทั้งหมด ๔ แห่งเช่นเดียวกัน มีตั้งแต่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดมหาสารคาม และยังมีโรงเรียนกีฬา ตามที่ท่านเห็นอีก ๓ โรงเรียน ก็คือจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็จังหวัดขอนแก่น เช่นเดียวกันเราก็จะบูรณาการกับโรงเรียนกีฬาของเทศบาล โรงเรียนกีฬาของ อบต. อบจ. โรงเรียนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาที่เราสามารถบูรณาการที่จะรับนักกีฬา ที่ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติได้เช่นเดียวกัน เราก็จะคัดเลือก ๑ แห่งเช่นเดียวกัน ที่เหลือก็จะเป็นวิทยาเขตไปนะครับ ภาคกลางมีทั้งหมด ๕ แห่ง ตั้งแต่จังหวัดชลบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดอ่างทอง แล้วก็กรุงเทพฯ แต่ว่ากรุงเทพฯ นั้น จัดตั้งอยู่ที่คลอง ๑๓ จังหวัดปทุมธานี เพราะฉะนั้นนี่คือภาคกลางเราจะเลือก ๑ ภาค เช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งมีโรงเรียนกีฬาอยู่ในสังกัด ๔ โรงเรียน แล้วเราจะเชื่อมต่อกับโรงเรียน อย่างที่กราบเรียนไปแล้วทุกภาค ภาคใต้ภาคสุดท้ายมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติภาคใต้ มีตั้งแต่จังหวัดชุมพร จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง แล้วก็จังหวัดยะลา มีโรงเรียนกีฬาในสังกัด ๓ โรงเรียน โรงเรียนอื่นเช่นเดียวกัน จะเป็นลักษณะแนวเดียวกัน นี่คือกรอบแนวคิดในการที่เราจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติทั้ง ๔ ภาค หลายท่านถามว่า ทําไมไม่ตั้งในกรุงเทพมหานครอย่างที่สมาชิก สปท. หลายท่านเคยพูดถึงตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ไม่อยากให้ทุกอย่างมากระจุกอยู่ในกรุงเทพมหานคร เด็ก ประชาชน เยาวชน จะได้มีกรอบแนวคิด จะได้มีเคเอ็ม (KM) จะได้มีทุกสิ่งทุกอย่างทางด้านการกีฬา ให้เขาได้มีโอกาสเสมอภาคกัน เด็กหลายคนเขามีความฝันว่าวันหนึ่งเขาจะเข้ามหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ เขาอยากจะ เป็นนักกีฬาทีมชาติ เขาอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์การกีฬา เขาอยากจะเป็นอะไร อีกหลาย ๆ อย่างในเรื่องของการกีฬา และสิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ของเขาได้เกือบหมด ส่วนคณะต่าง ๆ อาจารย์คณาจารย์เดิมจะปรับเปลี่ยนอย่างไร รายละเอียดจะค่อย ๆ นําเสนอต่อที่ประชุมต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นนี่คือกรอบแนวคิดในการที่จะทํางาน ด้านมหาวิทยาลัยกีฬา ๑. ก็คือวิเคราะห์แล้วก็ระดมสมอง กําหนดทิศทางในการประเมิน ทางเลือก ๒. ก็คือจัดทําโครงการจัดตั้ง ๓. เผยแพร่ความเข้าใจ ประสานงานกับหน่วยงาน ๔. สิ่งที่จะต้องทําเลยคือฟีซิบิลิตีสตัดดี (Feasibility study) ก็คือศึกษาความเหมาะสม แล้วก็ความเป็นไปได้ในการที่จะยุบรวมทั้ง ๔ ภาคให้เหลือภาคละ ๑ มหาวิทยาลัย ๕. พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องนําส่งคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเสนอผ่านทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๖. จัดทําแผนแม่บท ยุทธศาสตร์ และแนวทาง ในการปฏิบัติการแล้วก็สุดท้าย รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องจากท้องถิ่น เพื่อประเมินผลเบื้องต้น อันนี้ที่เราจะทําอย่างนั้นเพราะอะไรครับ เพราะว่าแต่ละภาคมีความถนัด ไม่เหมือนกันเพราะว่าอย่างภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นอาจจะถนัดกีฬา ๔-๕ อย่าง ภาคเหนืออาจจะถนัดกีฬา ๔-๕ อย่าง ภาคใต้ ภาคกลาง แล้วก็ปริมณฑลจะถนัดอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะดีไซน์ (Design) ไว้ให้เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น ๆ มากที่สุดเพื่อตอบโจทย์ ของประชาชนในภาคนั้น ๆ ด้วย ๘. กําหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจองค์กร และแปลงยุทธศาสตร์ สู่การปฏิบัติ กําหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจนว่าถ้าเราจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติขึ้นมา แล้วจําเป็นไหมในอนาคต เราอาจจะต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่ากีฬาในคณะกรรมการโอลิมปิก ๒๘ ชนิดกีฬานั้นอะไรบ้างที่ควรจะกําหนดว่าน่าจะได้เหรียญทองโอลิมปิกในอนาคต เราไม่ได้มอง แค่วันสองวันนี้ เรามอง ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยกีฬานี้จะต้องผลิตนักกีฬา ผลิตอาชีพที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการกีฬาทั้งระบบ ตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งก็คือเรื่องของเหรียญทอง อันนี้เราต้องตอบโจทย์ให้ได้เช่นเดียวกัน โอลิมปิกควรจะได้กี่เหรียญกีฬาประเภทอะไรบ้าง เอเชียนเกมส์ (Asian Games) ซีเกมส์ (SEA Games) ในระดับอาเซียน (ASEAN) ในระดับชาติ และตัวชี้วัดที่สําคัญอีกอันหนึ่งคือว่าคนแต่ละภาค ประชาชน เยาวชนแต่ละภาคมีตัวชี้วัด ที่ชัดเจนว่าสุขภาพพลานามัยและหันมาสนใจการออกกําลังกาย การเล่นกีฬามากขึ้น ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ตอบโจทย์เฉพาะความเป็นเลิศ แล้วก็อาชีพอย่างเดียว เราต้องตอบโจทย์ประชาชนทั้งประเทศ ๖๗ ล้านคนด้วยว่า ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนตั้งแต่อนุบาลจนถึงผู้สูงอายุเราต้องการเรื่องของสุขภาพพลานามัย อันนี้คือโจทย์ที่ใหญ่ตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเช่นเดียวกัน อันที่ ๙ จัดทําแผนควบคุม ติดตาม และประเมินผลตัวชี้วัด สุดท้ายครับ ขับเคลื่อน ลงมือปฏิบัติ ควบคุมและประเมินผลแผนกลยุทธ์ที่ได้ทําไว้ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะนําเสนอที่ประชุมว่า เรากําลังขับเคลื่อนนั้นเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด เร่งด่วนที่สุด คือมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ส่วนคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งชาติ พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับ และการจัดตั้งกระทรวงการกีฬานั้นเราจะขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันครับ แต่สิ่งที่เราจะนํามาขับเคลื่อนเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องของมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติครับ ขอบพระคุณครับ