สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

ทินพันธุ์ นาคะตะ เสนอแผนปฏิรูปประเทศตามแผนของคณะรัฐมนตรี และขอให้ทุกฝ่ายสนับสนุนและปรับแก้แผนให้เหมาะสม โดยระบุว่า ระบบราชการไทยควรปรับปรุงแก้ไขงานเดิมที่มีอยู่และริเริ่มงานใหม่ เพื่อสานต่องานในระยะยาว 20 ปี

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

อนึ่ง ในคราวต่อไปเมื่อ ครม. มีมติให้ส่งเรื่องกลับคืนมาเรื่องใด ด้านใด ผมก็จะขอส่งเอกสารนั้นให้คณะกรรมาธิการด้านนั้น ๆ โดยตรง โดยไม่จําเป็นต้องให้ถึงท่าน ทุกคนอีกต่อไปเพื่อประหยัดงานธุรการดังกล่าวแล้วก็กระดาษด้วย

สําหรับเรื่องที่จะแจ้งที่ประชุมทราบเรื่อง ๑.๒ อันนี้สําคัญมากเลยนะครับ เป็นเรื่องงานหลักของเราโดยตรง เนื่องจากการปฏิรูปเป็นเรื่องของวิธีการแก้ปัญหาไม่ว่าจะ อยู่ในรูปของรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. พระราชกําหนด กฤษฎีกา ระเบียบ ข้อบังคับ คําสั่ง เช่น คําสั่ง คสช. หรือมาตรา ๔๔ หรือมติ ครม. หรือกฎกระทรวง แผน มาตรการ หรือกิจกรรม ของราชการบริหารส่วนกลาง เช่น ๒๐ กระทรวง ๑๔๕ กรม ส่วนภูมิภาค เช่น ๗๗ จังหวัด อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน ส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาล รัฐวิสาหกิจ ๗๐ แห่ง บวก ลบ องค์กรมหาชน ๔๐ แห่งบวก ลบ รวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคม และภาคประชารัฐ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งโดยรวมหรือโดยย่อคือรูปแบบของการปฏิรูปนั้น จะออกมาในรูปกฎหมาย หรือมาตรา ๔๔ หรือมติ ครม. เป็นต้น ซึ่งเกี่ยวกับข้อบัญญัติ ของสังคม ไม่ว่าจะในเรื่องการกําหนดข้อบัญญัติเช่นฝ่ายกฎหมาย หรือว่าบังคับใช้กฎหมาย เช่นฝ่ายบริหาร หรือตีความในข้อบัญญัติเช่นฝ่ายตุลาการ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น แผนการปฏิรูปจึงต้องขึ้นอยู่กับการศึกษา วิจัย หรือที่ทหารใช้คําว่า สตาฟสตัดดี (Staff study) ที่ผมเรียนให้ทราบตั้งแต่วันแรก ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลสําคัญมาก ประสบการณ์ ก็สําคัญมาก ทีนี้ผมก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ขณะนี้ที่ท่านสมาชิกทุกท่านได้รับเอกสาร ก็คือเป็นแผนปฏิรูปประเทศ อันนี้เป็นของ ครม. ซึ่งได้มาจากการประชุมแม่น้ํา ๕ สาย เวลาบ่ายสามโมงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นแผนปฏิรูปประเทศของ ครม. ซึ่ง ครม. ก็จะ ใช้แผนปฏิรูปประเทศตั้งแต่ คสช. เข้ามารับหน้าที่ และรัฐบาลนี้เข้ามารับหน้าที่จนถึงปี ๒๕๖๐ แล้วจากปี ๒๕๖๐ ก็จะมีการวางแผนปฏิรูปประเทศไปอีก ๒๐ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติใน ๒๐ ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ ๒๐ ปีข้างหน้าหลังจากมีรัฐบาลเลือกตั้งมาแล้ว นั่นอันหนึ่ง อีกอันหนึ่งก็คือเราได้ร่าง แผนปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศของ ครม. ไปด้วย เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่เราประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น บางครั้งผมก็จําเป็นต้องออกไปพูดกับรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่องขอให้ทําร่างแผนนี้ ไปส่งในวันประชุมแม่น้ํา ๕ สายด้วย อันนี้ก็เป็นร่างนะครับ ขอกราบเรียนให้ท่านสมาชิก สปท. ได้ทราบว่าเป็นเพียงร่างเฉย ๆ เมื่อเป็นร่างก็สามารถปรับแก้ได้ตลอดเวลา

ประการที่ ๒ ก็จะต้องสอดคล้องกับของแม่น้ํา ๕ สาย ซึ่งได้แก่ คสช. และรัฐบาล สนช. กรธ. รวมทั้ง สปท. เราเอง ซึ่งที่เรายกร่างขึ้นมาก็สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในรอบ ๒๐ ปี ข้างหน้าหลังจากมีรัฐบาลเลือกตั้งแล้ว เช่น ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ จากปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๙ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔ ปี ๒๕๗๐ ถึงปี ๒๕๗๔ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๕ ปี ๒๕๗๕ ถึงปี ๒๕๗๙ อย่างนี้เป็นต้น ส่วนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ ก็ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ คือปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ อย่างนี้เป็นต้น เราจะได้มองไปไกลถึงขั้นนั้น เราไม่หยุดเพียงแค่นี้หน้าที่ของเรา

สําหรับแผนการปฏิรูปประเทศนั้นก็เป็นเรื่องของการวางแผนปฏิรูป ๑ ปีครึ่ง ของรัฐบาลปัจจุบัน บวกด้วย ๒๐ ปีข้างหน้า เช่น เราพูดถึงการปฏิรูปคนเราต้องพูดถึง เราจะปฏิรูปคนสร้างคนใหม่มา ๒๐ ปีข้างหน้าเลย ตั้งแต่ ๒ ขวบ ตั้งแต่เขาก่อนเข้าเรียน จนกระทั่งประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา อะไรต่าง ๆ เราต้องวางแผนไป ๒๐ ปีข้างหน้าเพื่อสร้างคนใหม่ขึ้นมาอย่างนี้

ในด้านอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในแผนปฏิรูปประเทศของ ครม. ท่านสมาชิกก็เห็นแล้วนะครับ แล้วก็เป็นร่าง เป็นโรดแมป (Road map) เฉย ๆ ส่วน สปท. เอง ในกระดาษเอ ๓ (A3) และเอ ๔ (A4) ก็เหมือนกันนะครับ เอ ๓ (A3) เอ ๔ (A4) นี้ เอ ๓ (A3) ใหญ่ก็ทําให้อ่านออก เอ ๔ (A4) เหมาะแก่การเข้าแฟ้มแต่มันก็ตัวเล็กนะครับ ก็ได้แจก ความจริงนั้นร่างของ สปท. เราเองนี้ก็อาศัยผลงานของ สปช. นั่นเอง จึงได้กราบเรียน ท่านสมาชิกตั้งแต่วันแรกเลยว่าเราทํางานต่อจาก สปช. เดิม เราไม่ได้เริ่มจากจุดที่ ๐ ซึ่งเรา ได้แจกไดร์ฟ (Drive) ไปในวันแรกนะครับ แล้วก็ในไดร์ฟ (Drive) นั้นนี้เป็นบัญชีสรุปเอกสาร รายงานวาระต่าง ๆ ของ สปช. เกี่ยวกับการปฏิรูป เช่น ชุดที่ ๑ เป็นภาพรวม ชุดที่ ๒ เป็นวาระพิเศษ ๑๔ เรื่องด้วย ชุดที่ ๓ เป็นเรื่องของวาระปฏิรูป ๓๗ วาระ ชุดที่ ๔ เป็นวาระ พัฒนา ๑๘ วาระด้วยกัน ซึ่งวาระพัฒนานี้ในชุดที่แล้วก็ได้เสนอเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับของอาจารย์บวรศักดิ์ และชุดนี้ก็ได้เสนอเข้าไปในการร่างรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันก็สืบต่อ ซึ่งในกรณีของร่างรัฐธรรมนูญของอาจารย์บวรศักดิ์นั้นมีเป็น ๑ หมวดโดยเฉพาะเลย เรื่องหมวดการปฏิรูป ซึ่งอันนี้ผมก็ได้ส่งไปนอกจากนั้นก็ได้ส่งคําอภิปรายของสมาชิก แต่ละท่านให้ กรธ. เช่นเดียวกันไปแล้วเหมือนกันก็แบบเดียวกับที่เราถือปฏิบัติคราวก่อน แต่ว่าใน กรธ. ชุดก่อนนี้เขาก็มีคณะทํางานวิเคราะห์คําอภิปรายของเราจัดหมวดหมู่ด้วย ก็กราบเรียนให้ท่านสมาชิกทราบ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านสมาชิก สปท. ได้เห็นอย่างนั้นแล้วจะเห็นว่า เราจะต้องสานต่องาน คือระบบราชการไทยก็ต้องสานต่องานเดิมนะครับ เราไม่ได้ยกเลิกงานเก่า เพราะฉะนั้นเราสานต่องานเดิม แต่ขณะเดียวกันเราก็สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไข ถ้าเราไม่เห็นด้วย เราก็สามารถหยุดยั้งสิ่งนั้นได้ ถ้าเราจะปรับปรุงแก้ไขเราก็สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ หรือเรา จะริเริ่มงานใหม่เราก็สามารถริเริ่มงานใหม่ของเราได้อีกเหมือนกัน แต่ว่าขอความกรุณาให้เรา ใช้ของเก่าให้มีประโยชน์สูงสุดก็แล้วกัน ซึ่งพร้อมที่จะผลักดันให้ออกมาเป็นแผนการปฏิรูปได้ ตลอดเวลาเลยไม่ต้องรอ ยกตัวอย่างเช่น ณ ขณะนี้เราสามารถถ้าเราพร้อมจากผลการศึกษา ของเรา และถ้าเราพร้อมจากผลการศึกษาของเรา มีมาตรการในรูปของเป็นร่างกฎหมายที่จะส่งให้ คณะรัฐมนตรีได้ก็รีบส่งได้ทันทีเลยนะครับ ทั้งนี้ก่อนจะส่งเราก็ผ่านที่ประชุม สปท. ก่อน อย่างเช่นที่น่าจะส่งได้ การปฏิรูปกิจการตํารวจ ธนาคารที่ดิน อันนี้เป็นเศรษฐกิจรากหญ้า สํานักงานการแข่งขันการค้าเพื่อขจัดการผูกขาด องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่แบบราชการขณะนี้ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งที่กราบเรียนให้ ท่านสมาชิกทราบเมื่อสักครู่ว่าร่างแผนปฏิรูปของเรานั้นเป็นของชั่วคราว ท่านกรรมาธิการแต่ละคณะ แต่ละด้านสามารถที่จะจัดอะไรก่อนหลังได้ตลอดเวลา ปรับแผนได้ตลอด ถ้าท่านพร้อม เราสามารถส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งคราวที่แล้ว สปช. ได้ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีแต่ผู้เดียว อันนั้นตามสายการบังคับบัญชา เอกภาพของการบังคับบัญชาต้องส่งไปอย่างนั้น ส่วนถ้าเรา จะส่ง สนช. ด้วยก็เป็นการประสานกันเฉย ๆ แล้วเราส่ง กรธ. ก็เป็นการประสานงานเฉย ๆ แต่ว่าเรารับผิดชอบต่อท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านจะนําเข้าที่ประชุม ครม. เอง ซึ่งขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตั้งคณะกรรมการตามที่ท่านสมาชิก สปท. ได้ทราบแล้วว่าคณะกรรมการ ปฏิรูป ๖ ด้านด้วยกัน จากของเรา ๑๒ ด้าน ของท่านก็จัดเป็น ๖ ด้าน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศ ๖ ด้าน และรองนายกรัฐมนตรี ก็เป็นรองประธาน ๖ ด้าน เพราะฉะนั้นงานของเราถ้าเราพร้อมเมื่อไร สปท. สามารถจะส่ง นายกรัฐมนตรีให้นําเข้า ครม. ได้ทันที อาจจะออกมาในรูปกฎหมาย อาจจะออกมาในรูปของ มาตรา ๔๔ หรืออาจจะออกมาในรูปของมติ ครม. ก็สุดแท้แต่ ผมเคยได้ประสานงานกับ ท่านพรเพชรแล้วถามท่านว่ากฎหมาย ๑ ฉบับใช้เวลาเท่าไร ท่านบอกว่าไปตกลงกันนอกสภา ๔ เดือน และภายในสภา ๓ เดือน ๑ ฉบับใช้เวลา ๗ เดือนด้วยกัน เพราะฉะนั้นท่านสมาชิก ก็ได้เห็นแล้วนะครับว่ากระทรวง ทบวง กรม ได้ตอบปัญหาอุปสรรคอย่างไร อย่างเช่นผมเคย คุยกับท่านอาจารย์เทียนฉายบอกว่าสมมุติเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งระบบ สมมุติถ้าออก กฎหมายแก้ไปเดี๋ยวนั้น ทั้งกระทรวงหยุดทํางานเดี๋ยวนั้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องพิจารณาให้รอบคอบทั้งหมด ก็กราบเรียนให้ท่านสมาชิก สปท. ได้ทราบด้วยนะครับ เรียนเชิญท่านกษิตครับ