อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปการสอบสวน โดยเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการสอบสวน เพื่อให้สถิติคดีอาญาที่สถานีตํารวจตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเสนอแนะวิธีการในการปรับปรุงกระบวนการสอบสวนให้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ขอบคุณมากครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ามีผู้แสดงความจํานงที่จะอภิปราย เพิ่มเติมขึ้นมา เผอิญว่าบางท่านอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้อยู่แล้วก็มิควรที่จะต้องมาอภิปราย เพราะว่าได้จัดทําตัวข้อเสนอมา แต่ว่าอันนี้เป็นเพียงแนวเท่านั้นนะครับ ท่านต่อไปคือ พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ครับ ท่านที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร อดีตผู้บังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี เชิญครับ
พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ สปท. ๑๐๙ ครับ ขออนุญาตมีข้อเสนอแนะฝากไปยัง กรรมาธิการในเรื่องการปฏิรูปกิจการตํารวจ ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ เรื่องงานสอบสวน ที่ทางกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะในการที่จะ ปรับปรุงปฏิรูป ผมมีข้อเสนอแนะ ในเรื่องกระบวนการสอบสวนอยากจะให้พิจารณาในเรื่อง คดีที่ไม่รู้ตัวผู้กระทําความผิด ตรงนี้เป็นปัญหาซึ่งเป็นปัญหากับพนักงานสอบสวน ค่อนข้างมาก คดีอาญาที่เกิดขึ้นในสถานีตํารวจทุกแห่งนะครับ เป็นคดีที่ไม่รู้ตัวผู้กระทํา ความผิดมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นพนักงานสอบสวนก็จะไปเสียเวลากับสํานวน การสอบสวนเหล่านี้ ถ้าเราแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้พนักงานสอบสวนมีประสิทธิภาพในการทํา สํานวนการสอบสวนคดีอาญา ให้ตัดภาระในเรื่องสํานวนการสอบสวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทํา ความผิด โดยอาจจะต้องมีในลักษณะของการมาร้องทุกข์ ใช้เอกสารประกอบไม่กี่แผ่น ในอดีตที่ผ่านมาถึงปัจจุบันนี้สํานวนการสอบสวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทําความผิดกับรู้ตัวผู้กระทํา ความผิดที่มีตัวต้องส่งฟ้องศาล การใช้เอกสาร การใช้เวลา ใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเราตัด ภาระตรงนี้ออกไป พนักงานสอบสวนก็จะมีประสิทธิภาพในการที่จะไปทําสํานวน การสอบสวนที่มีตัวผู้กระทําความผิด ข้อเสนอแนะนะครับ ก็คือ
๑. ลดภาระในเรื่องกระบวนการในการทําสํานวนการสอบสวน คือเป็นไป ได้ไหมที่จะใช้เป็นเอกสารในการร้องทุกข์แค่ ๑ แผ่น หรือ ๒ แผ่น โดยอาจจะต้องไปแก้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในเรื่องคดีที่งดการสอบสวน ผลพวงตามมาก็คือ เราคงต้องยอมรับความจริงว่าสถิติคดีอาญาในสถานีตํารวจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มาร้องทุกข์ที่สถานีตํารวจว่าถูกกระทําความผิดอาญา พนักงานสอบสวน เลขคดีอาญาในสถานีตํารวจจะไม่ตรงกับสถิติที่เกิดขึ้นจริง รายละเอียดผมคงไม่ลงลึกมากว่า เพราะเหตุใดถึงไม่ตรง ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาในเรื่องสํานวนการสอบสวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทํา ความผิดแล้วรับทุกเรื่อง สถิติคดีอาญาก็จะตรงกับสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็เป็นผลพวง ทําให้เราสามารถวิเคราะห์ปริมาณงานและวิเคราะห์จํานวนพนักงานสอบสวนที่พึงจะต้องมี ในอัตราของหน่วยงานนั้น ๆ ปัญหาว่าพนักงานสอบสวนมีไม่เพียงพอตรงนี้ก็จะหมดไป
๒. ในเรื่องการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับตํารวจโดยตรงให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะตรงนี้เป็นการสร้างภาระให้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่จะเอาเวลาไปดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน อยากจะขอเสนอแนะว่าวิธีการในการถ่ายโอนก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไปในลักษณะของ หน่วยงานที่มีภารกิจรองรับหน่วยงานเฉพาะทาง เช่น ตํารวจน้ํา ตํารวจรถไฟ ตํารวจเทคโนโลยี อะไรทํานองนี้ สิ่งที่แก้ไขปัญหาในขั้นต้นก็คือในการให้หน่วยงานตํารวจเป็นหน่วยงานรองรับ ภารกิจของหน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรงนะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ กองบังคับการ ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยี ถ้ายังอยู่กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติตั้งมา ๕ ปี ถ้ายังอยู่กับตํารวจผมว่าความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีการปฏิบัติงานก็คงไม่ไปไหน เนื่องจากตํารวจผมยกตัวอย่างว่าเป็นเหมือนพ่อแม่ที่ยากจนแต่ลูกดก แต่กระทรวงไอซีที (ICT) เป็นพ่อแม่ที่ร่ํารวยลูกน้อย เราจะทําอย่างไรที่เราขอไปเป็นพ่อแม่ที่ร่ํารวยและลูกน้อย งบประมาณที่ได้รับก็จะเพียงพอที่จะดําเนินการกิจการในหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพก็ต้องทํา เป็นลักษณะเดียวกันว่าหน่วยงานที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรม ก็ให้เป็น หน่วยงานรองรับ ในขั้นต้นนะครับให้เป็นหน่วยงานที่รองรับภารกิจ แล้วก็ให้หน่วยงานศึกษา เรียนรู้ภารกิจแล้วค่อยถ่ายโอนไปยังหน่วยงานนั้นภายหลังอาจจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดก็อนุญาตให้พูด คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ครับ