สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา พูดถึงการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกีฬาในการพัฒนาความมั่นคง เสริมส่งความมั่งคั่ง และสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในชาติ และเสนอแผนปฏิรูปการกีฬา โดยเน้นย้ำถึงการปฏิรูปการกีฬาให้เป็นรูปธรรมและเป็นสัญญาประชาคม เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ใคร่ขอเรียนเสนอต่อที่ประชุมให้ทราบถึงวิธีการปฏิรูปประเทศในวาระการปฏิรูปประเทศ ด้านการกีฬา ตามมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ด้านอื่น ๆ ซึ่งก่อนที่กระผมจะนําเสนอวาระการปฏิรูปการกีฬา ต่อที่ประชุม กระผมใคร่ขอเรียนเชิญท่านสมาชิกทุกท่านได้กรุณาชมวีทีอาร์ (VTR) ใช้เวลาประมาณ ๔ นาที ขอเชิญชมครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดวีทีอาร์ (VTR))

ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ เสียงประชาชนคือเสียงปฏิรูปการกีฬา เพื่อพัฒนาความมั่นคง เสริมส่งความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนว่าการกีฬา ถือเป็นหลักพื้นฐานของชีวิตคน มีผลต่อการสร้างวินัย จิตสํานึก ความสามัคคี น้ําใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตลอดจนสร้างสุขภาพ คุณค่า และคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน การกีฬา จึงมีส่วนสําคัญในการดําเนินกิจกรรมของประชาชนในสังคม และเป็นเครื่องมือสําคัญในการ ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ อาจกล่าวได้ว่าการกีฬาคือรากฐานสําคัญ ทางสังคมและมีส่วนสําคัญต่อชีวิตของมวลมนุษยชาติเป็นอย่างยิ่ง มีความเกี่ยวข้องกับชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย โดยรัฐบาลของนานาชาติต่างให้ความสําคัญต่อการส่งเสริมการกีฬา และมีนโยบายด้านการพัฒนาการกีฬาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้กีฬายังมีประโยชน์ในการสร้าง ภาพลักษณ์ สร้างความสัมพันธ์อันดีงามของคนในประเทศและระหว่างประเทศ การพัฒนาการกีฬา เพื่อความเป็นเลิศยังเป็นการยกระดับความเป็นชาตินิยมและเกียรติภูมิของประเทศ เพื่อสร้าง ความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในชาติ อันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาความมั่นคง ความสามัคคี ปรองดองของประเทศ และยังเป็นพื้นฐานสําคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬา ดังนั้นการพัฒนาการกีฬาจึงถือเป็นกลไกสําคัญประการหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ กระผมจึงใคร่ขอเรียนให้ที่ประชุมได้กรุณาทราบเสียก่อนว่าการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องที่ สําคัญยิ่ง และไม่ใช่จะเป็นเรื่องที่กระทําได้โดยง่าย การปฏิรูปนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง ขนานใหญ่ เพื่อให้เราสามารถที่จะก้าวทันการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของประเทศต่าง ๆ ในโลก ซึ่งในประเทศไทยมีการปฏิรูปครั้งแรกคือการปฏิรูประบบราชการไทยในรัชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๓๕ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินของไทยสามารถที่จะพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ถือได้ว่าเป็นรากฐานของการปฏิรูปประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรัชสมัยรัตนโกสินทร์

สําหรับวาระการปฏิรูปประเทศด้านการกีฬา ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬา สภาปฏิรูปแห่งชาติ รับผิดชอบนั้น ถือเป็นเรื่องสําคัญต่อประชาชนของประเทศ เป็นอย่างยิ่ง เพราะการกีฬาคือรากฐานสําคัญทางสังคมของมวลมนุษยชาติในการสร้าง สุขภาพพลานามัยทางร่างกายและจิตใจ มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายดังที่กระผม ได้กล่าวมาแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าการพัฒนาและการปฏิรูปการกีฬาจึงเป็นกลไกสําคัญ ประการหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ภารกิจสําคัญที่จะต้องเร่งดําเนินการ เพื่อวางรากฐานในการสร้างความแข็งแรงทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เพื่อให้ประชาชนในประเทศ ก็คือการปฏิรูปการกีฬาให้เป็นรูปธรรม และเป็นสัญญาประชาคม ที่ทุกรัฐบาลจะต้องดําเนินการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปการกีฬาอย่างจริงจังและเป็นระบบ ซึ่งหากการปฏิรูป การกีฬาของประเทศได้เป็นผลสําเร็จ สิ่งสําคัญที่เกิดตามมาก็คือความมั่นคงของชาติ

- ๓๖/๑   ซึ่งรวมทั้งด้านสังคมและด้านเศรษฐกิจด้วย ในเวลาต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป. ได้แต่งตั้งคณะทํางานเตรียมการ ปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้กับคนในชาติ เพื่อศึกษาปัญหาเรื่องการกีฬาแล้วก็พบว่ามีปัญหา เรื่องโครงสร้างองค์กรกีฬาและการบริหารจัดการยังไม่มีประสิทธิภาพ ทําให้การกีฬา ไม่ได้ช่วยพัฒนาคน ไม่ช่วยสร้างความสามัคคีเท่าที่ควร ไม่สร้างโอกาสและรายได้ จึงได้เสนอ แนวทางแก้ไขไว้ ๖ หลัก กล่าวคือ

ด้านที่ ๑ ต้องแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ด้านที่ ๒ พิจารณาตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ

ด้านที่ ๓ ปรับปรุงกฎหมายกีฬา

ด้านที่ ๔ ผลักดันแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

ด้านที่ ๕ ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬา

ด้านที่ ๖ ส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา

ในการดําเนินการตามโรดแมป (Road map) ที่ได้รับมาทั้ง ๖ แนวทางหลักเหล่านี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้น้อมนํากระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาเป็นหัวใจสําคัญในการปฏิรูปการกีฬาของประเทศ กล่าวคือ เข้าใจก็คือการสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการปฏิรูปการกีฬา เข้าถึง ก็คือการสร้างความคิดร่วม และการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปของทุกภาคส่วน และการพัฒนา ก็คือการดําเนินการปฏิรูปทําให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อรับผิดชอบในการวางแผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามวาระการปฏิรูปการกีฬา ให้ครอบคลุมในทุกมิติและบรรลุผลตามเป้าหมายตามที่ได้กําหนดไว้ รวม ๘ คณะ โดยมีรายละเอียดตามภาพฉาย ซึ่งประกอบด้วย

คณะที่ ๑ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงสร้างทางการกีฬา

คณะที่ ๒ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฎหมายการกีฬา

คณะที่ ๓ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการพัฒนาการกีฬา

คณะที่ ๔ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการด้านการกีฬา

คณะที่ ๕ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณายกร่างถ้อยคําเรื่องการกีฬาไว้ ในรัฐธรรมนูญ

คณะที่ ๖ คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนด้านปฏิรูปการกีฬา

คณะที่ ๗ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการใช้การกีฬาเพื่อ สร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

คณะที่ ๘ คณะอนุกรรมาธิการประสานการจัดทําและขับเคลื่อนแผนการปฏิรูป การกีฬาแห่งชาติ ตลอดจนได้จัดการประชุมและจัดการสัมมนาเพื่อการมีส่วนร่วม และรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ รวมทั้งบุคลากรทางการกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬา สามารถสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศได้รวม ๙ ประการ กล่าวคือ

ประการแรก จะต้องมีการบรรจุบัญญัติเรื่องการกีฬาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ

ประการที่ ๒ สมควรตั้งกระทรวงกีฬาขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อรับผิดชอบงาน ด้านกีฬาของประเทศ

ประการที่ ๓ สมควรตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

ประการที่ ๔ สมควรบัญญัติให้มีกฎหมายเฉพาะการกีฬาที่มีความชัดเจน และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ให้ครอบคลุมถึงการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม รวมทั้งรองรับ หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนการกีฬาให้ชัดเจน

ประการที่ ๕ เห็นว่าแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีความเหมาะสมดี แต่ควร ขับเคลื่อนกลไกซึ่งทําให้เกิดผลในการปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ประการที่ ๖ รัฐจะต้องสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการกีฬา ให้ครอบคลุมไปถึงการส่งเสริมการออกกําลังกายและการเล่นกีฬาอย่างทั่วถึง

ประการที่ ๗ ภาครัฐควรให้การสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม กีฬาของประเทศ โดยกําหนดสิทธิประโยชน์และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ

ประการที่ ๘ สมควรมีสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาในระดับชาติที่เป็นระบบ อย่างครบวงจร

ประการที่ ๙ สมควรให้มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการกีฬาคนพิการเพื่อเป็น การส่งเสริมด้านคุณภาพ สุขภาพ และอาชีพของคนพิการ

หลังจากนั้นจึงนําข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และมาสรุปเพื่อจัดทํา เป็นแผนปฏิรูปการกีฬาต่อไป สามารถกําหนดเป็นแนวทางตามวาระการปฏิรูปการกีฬา โดยมุ่งเน้นการกีฬาเป็นกลไกในมิติด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้ง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตั้งแต่ระดับท้องถิ่นสู่สากลอย่างยั่งยื่น โดยขจัดความเหลื่อมล้ํา สร้างสันติสุข พัฒนาสัมพันธ์ที่ดี สร้างเกียรติภูมิและความมีน้ําหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ โดยผลงานชิ้นแรกคือการเสนอบรรจุคําว่า กีฬา ในรัฐธรรมนูญ โดยบัญญัติให้เป็นเรื่องที่ เราจะต้องปฏิบัติไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยมีรายละเอียดตามภาพฉายนะครับ

“มาตรา ๙๔ รัฐต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน และต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ในทุกระดับ รวมทั้งจัดให้มีการบริหารจัดการด้านการกีฬาที่เป็นระบบ ทันสมัย และมี มาตรฐานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งนี้ โดยจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรบริหารท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดําเนินการตามมาตรานี้”

จึงนับว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การกีฬาไทย กล่าวได้ว่า ตลอดระยะเวลา ๘๓ ปีภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ประเทศไทย มีรัฐธรรมนูญรวม ๑๙ ฉบับ และยังไม่เคยมีการบรรจุเนื้อหาและสาระสําคัญที่เกี่ยวข้องกับ การกีฬาไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแม้แต่ฉบับเดียว จึงส่งผลให้ที่ยืน ของการกีฬาของประเทศไทยในเวลาที่ผ่านมาอยู่ในภาวะที่ย่ําอยู่กับที่ ไม่สามารถพัฒนา ศักยภาพประชาชนของประเทศได้อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพ สําหรับผลงาน ชิ้นสําคัญของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาคือการจัดทําแผนปฏิบัติการกีฬา โดยบรรจุไว้ ในวาระการปฏิรูปที่ ๑๙ การกีฬา ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ๓๗ แนวทาง ๑๐๐ โครงการ พร้อมกับร่างพระราชบัญญัติรวม ๓ ฉบับ กล่าวคือ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬา แห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมถึงการจัดตั้ง สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูป แห่งชาติแล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ โดยทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์มีรายละเอียดตามภาพฉายนะครับ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และวินัยของพลเมือง ด้วยการกีฬา ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การมีส่วนร่วมและการบริการสาธารณะของชุมชนท้องถิ่น ทางการกีฬา ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจทางการกีฬา ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การปฏิรูปนโยบายและโครงสร้างเพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนการกีฬา ของชาติ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปและการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ และยุทธศาสตร์ที่ ๖ การสร้างสัมพันธภาพและแสดงศักยภาพทางการกีฬาของประเทศไทย ในระดับสากล

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬายังได้กําหนดให้มีการปฏิรูปเร็ว หรือควิกวิน (Quick win) เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่บางเรื่องอาจถูกจํากัดด้วย ปัจจัยเวลา คือต้องทําให้เสร็จภายในเวลาที่กําหนด โดยเรื่องของการปฏิรูปเร็วนั้นสามารถ ดําเนินการได้ทันที ใช้ระยะเวลาไม่มาก ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และสามารถดําเนินการได้ เป็นการเฉพาะเรื่อง ทั้งนี้ เรื่องการปฏิรูปเร็วที่ได้ดําเนินการมาแล้วมีทั้งหมดจํานวน ๗ เรื่อง โดยมีรายละเอียดตามภาพฉายนะครับ ซึ่งประกอบด้วย เรื่องแรก การปรับปรุง มาตรการลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้สนับสนุนกีฬา เรื่องที่ ๒ การจัดทําวีดิทัศน์การฝึกสอนทักษะ การเล่นฟุตบอลแจกจ่ายแก่เยาวชนไทยโดยทีมผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลเชลซี เรื่องที่ ๓ การฝึกสอนอบรม การฝึกสอนทักษะการเล่นฟุตบอลแก่เยาวชนไทยโดยทีมผู้ฝึกสอน และนักฟุตบอลจากสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรื่องที่ ๔ การจัดโครงการกีฬา เพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๔ กองอํานวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ซึ่งท่าน สปท. พลเอก ปราการ ชลยุทธ เป็นแม่ทัพ และเป็นผู้อํานวยการรักษาความมั่นคงภายในอยู่ในขณะนั้น และทําร่วมกับสมาคมฟุตบอล แห่งประเทศไทยด้วย เรื่องที่ ๕ การจัดตั้งสํานักงานยูไนเต็ด เนชัน ออน สปอร์ต ฟอร์ ดีวิลอปเมนท์ แอนด์ พีซ (United Nations on Sport for Development and Peace) หรือยูเอ็นโอเอสดีพี (UNOSDP) ขึ้นในประเทศไทย เรื่องที่ ๖ การเปลี่ยนแปลง การจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติเป็นประจําทุกปี และเรื่องที่ ๗ การทบทวนการถ่ายโอนภารกิจ ในการดูแลสนามกีฬาระดับจังหวัดให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ รายละเอียด ของโครงการและความสําเร็จกระผมจะขอมอบให้ท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ จะได้นําเสนอต่อไป โดยกระผมจะขอกล่าวถึงตัวอย่างของความสําเร็จ ในโครงการปฏิรูปเร็ว ๑ เรื่อง กล่าวคือ เรื่องการปรับปรุงมาตรการลดหย่อนภาษีให้แก่ ผู้สนับสนุนกีฬา สําหรับเรื่องนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้มีหนังสือไปยัง หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพิจารณา ดําเนินการต่ออายุพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้น รัษฎากร ฉบับที่ ๕๕๙ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ที่กําลังจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ นี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรี

- ๓๙/๑   ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ให้ต่ออายุพระราชกฤษฎีกาออกไปอีก ๓ ปี จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงนับว่าเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม อีกชิ้นหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อให้การดําเนินการตามแผนปฏิรูปกีฬาบังเกิดผลเป็นรูปธรรม จึงได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการประสานงานการจัดทําและขับเคลื่อนแผนปฏิรูป การกีฬาแห่งชาติ เพื่อร่วมประชุมพิจารณารายละเอียดของโครงการร่วมกันระหว่าง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาผู้กําหนดแผนกับส่วนราชการผู้ปฏิบัติ ซึ่งได้ข้อยุติร่วมกันว่า ควรจะต้องขับเคลื่อนแผนไปสู่ความสําเร็จในการปฏิบัติ ในการปฏิรูปการกีฬาของประเทศ โดยท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์จะได้นําเสนอรายละเอียดของการดําเนินการและผลสําเร็จ ในเรื่องนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามจากการที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอวาระ การปฏิรูปการกีฬาต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ต่อมา ในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนการปฏิรูปการกีฬา และร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ และได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหน่วยงานหลัก เพื่อรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วรายงานผลให้ คณะรัฐมนตรีทราบ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรวม ๑๔ หน่วยงาน เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ สามารถสรุปข้อยุติ ในภาพรวมว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะการปฏิรูปการกีฬา และกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาจะนําไปใช้ในการกําหนดแผนพัฒนาการกีฬาของชาติ (ฉบับที่ ๖) ต่อไป และเห็นด้วยกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ โดยอาจพิจารณาขอปรับปรุง ในรายละเอียดปลีกย่อยต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของแนวทางการขับเคลื่อน การปฏิรูปการกีฬานั้นได้กําหนดกรอบการทํางานโดยพิจารณาความสําคัญเร่งด่วน และความสัมฤทธิผลของการปฏิรูปในระยะเวลาที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ตามบทบัญญัติมาตรา ๓๙/๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยเริ่มต้นด้วยการจัด ลําดับความสําคัญเร่งด่วนของงานที่จะต้องดําเนินงานออกเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน ลําดับแรก ได้แก่ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ การตราพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องทั้ง ๓ ฉบับ และการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา แห่งประเทศไทย

เรื่องที่มีความเร่งด่วนลําดับต่อไป ได้แก่ การจัดทําแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬา การส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา และการบรรจุ โครงการที่เหลือประมาณ ๙๐ โครงการให้อยู่ในนโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนา การกีฬา ทั้งนี้ จัดขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องนําไปดําเนินการต่อไป สําหรับเรื่องที่ใช้ระยะเวลาดําเนินการนานกว่าอายุสภา แห่งนี้ จะต้องส่งมอบให้รัฐบาลต่อไปรับไปดําเนินการ คือการจัดตั้งกระทรวงการกีฬานั้น ก็จะได้วางแผนการปฏิบัติให้เกิดความชัดเจน สามารถดําเนินการต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพราะการจัดตั้งกระทรวงกีฬานั้นเปรียบเสมือนฝาชีบนโต๊ะอาหาร จึงจําเป็นจะต้อง ดําเนินการเรื่องที่มีความสําคัญเร่งด่วนต่าง ๆ ที่เปรียบเสมือนการจัดวางจานอาหาร ไว้บนโต๊ะให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะจัดให้มีกระทรวงกีฬาที่รับผิดชอบมากํากับดูแล ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการครอบฝาชีนั่นเองครับ สําหรับวิธีการดําเนินการจะแบ่งมอบภารกิจ ในการขับเคลื่อนปฏิรูปการกีฬาให้แก่คณะอนุกรรมาธิการ ๒ คณะ กล่าวคือ

คณะแรก คือคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนโครงสร้างการกีฬา จะรับผิดชอบ ดําเนินการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ การตรา พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องทั้ง ๓ ฉบับ และการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา แห่งประเทศไทย รวมทั้งการจัดทําแนวทางจัดตั้งกระทรวงกีฬาอีกด้วย

คณะที่ ๒ คือคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านการกีฬา จะรับผิดชอบดําเนินการบรรจุโครงการที่เหลือทั้งหมดให้อยู่ในนโยบายและแผนการปฏิรูป ประเทศว่าด้วยการพัฒนาการกีฬา รวมทั้งการนําไปสู่ความสําเร็จของงาน คือการ ประสานงานกับหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้แปลงแผนปฏิรูปการกีฬาไปสู่แผนปฏิบัติการ ของส่วนราชการ ให้บรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีข้าราชการบางส่วนราชการ มาร่วมเป็นอนุกรรมาธิการด้วย ทั้งนี้จะเป็นการดําเนินการในลักษณะต่อยอดจาก คณะอนุกรรมาธิการประสานงานการจัดทําและขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการกีฬาแห่งชาติ ที่ได้จัดทําตารางความสําคัญและความเร่งด่วนของโครงการตามแผนปฏิรูปการกีฬา ซึ่งได้รับ ความเห็นร่วมของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังปรากฏเอกสารที่อยู่ในมือของ ทุก ๆ ท่านแล้วนะครับ โดยแต่ละคณะอนุกรรมาธิการจะรับผิดชอบในบทบาทการร่วมคิด การร่วมหารือ การประสานงานร่วม ขับเคลื่อนผลักดัน และทําหน้าที่เป็นผู้กํากับดูแล ในการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการกีฬาให้สัมฤทธิผล สําหรับรายละเอียดในเรื่อง ของการขับเคลื่อนการปฏิรูปการกีฬา ด้วยการตราพระราชบัญญัตินั้นท่าน พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ จะได้นําเสนอต่อที่ประชุม และในเรื่องของการดําเนินการให้บรรลุผลสําเร็จ แผนปฏิรูปการกีฬานั้นท่านชาญวิทย์ ผลชีวิน จะเป็นผู้นําเสนอต่อที่ประชุมตามลําดับต่อไป กระผมขอเรียนต่อที่ประชุมและสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า จากเหตุผลความสําคัญ ในการปฏิรูปการกีฬาและการดําเนินงานตามที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ดังที่กระผมได้เรียนให้ทราบในเบื้องต้นนั้นเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนต่างตั้งความหวัง ไว้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติที่สืบเนื่องถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยมีเป้าประสงค์ หลักคือการสร้างความสมบูรณ์พรั่งพร้อมในด้านร่างกายและจิตใจของประชาชน และต่อยอดไปสู่การสร้างครอบครัวให้มีความสุข ร่วมเสริมสร้างสังคมที่ดี พัฒนาไปสู่ ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติอย่างยั่งยืน และในลําดับต่อไปผมขอเรียน เชิญท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ต่อจากผมครับ