สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๙ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

ไพโรจน์ พรหมสาส์น รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมือง นอกจากนี้ยังเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง และเสนอภาพรวมการรวบรวมข้อมูลและจำแนกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ จากคำแถลงชี้แจงของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๑๘ คณะ เพื่อเป็นประโยชน์ในการประชุมปรึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ประธานกรรมาธิการ

ขอประทานกราบเรียน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้กรุณา มาร่วมรับฟังการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติในวันนี้ กระผม นายไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะ การยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอประทานกราบเรียนรายงานผลการดำเนินงาน การสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำสภาทั้ง ๑๘ คณะต่อท่านประธานและที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยสรุปดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔ (๑) จำนวน ๑๒ คน โดยให้กรรมาธิการมีอำนาจหน้าที่ในการรวบรวมและสังเคราะห์ ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำสภาแห่งชาติทั้ง ๑๘ คณะ และจากแหล่งอื่นเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๑ (๒) รวมทั้งให้ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวบรวมประเด็น และข้อสังเกตจากการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไปนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยได้ดำเนินการและปรากฏผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการโดยสรุปดังนี้

ในประการแรก คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วย ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ นางตรึงใจ บูรณสมภพ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช นายไพโรจน์ พรหมสาส์น พลเอก วิชิต ยาทิพย์ นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายเสรี สุวรรณภานนท์ นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ และเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งได้มอบหมายให้นางพรรณิภา เสริมศรี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร มาปฏิบัติหน้าที่แทน รวมทั้งได้ประชุมศึกษาและมีมติเลือกตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมาธิการคือ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น เป็นประธานกรรมาธิการ นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช เป็นรองประธานกรรมาธิการ คนที่ ๑ นายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นรองประธานกรรมาธิการ คนที่ ๒ พลเอก วิชิต ยาทิพย์ เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการ และนายศุภชัย ยาวะประภาษ เป็นกรรมาธิการและเลขานุการ และได้แต่งตั้งให้ นายชูพงศ์ นิลสกุล ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สำนักกรรมาธิการ ๒ สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมาธิการ นอกจากนั้นยังได้มีมติ แต่งตั้งอนุกรรมาธิการ ๑ คณะ จำนวน ๑๕ คน เพื่อทำหน้าที่ช่วยรวบรวม สังเคราะห์ และสรุปความเห็นข้อเสนอแนะจากกรรมาธิการทั้ง ๑๘ คณะ โดยมี นายศุภชัย ยาวะประภาษ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ เป็นรองประธาน อนุกรรมาธิการ นายสุชาติ สหัสโชติ นายภักดี รัตนผล นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ นางพรรณิภา เสริมศรี นางพงษ์ทอง ตั้งชูพงศ์ นายอำนาจ ศรีพูนสุข นางสาวณปภัช โพธิทัต นายภานุ แย้มศรี นายวัชเรนทร์ สืบสิทธิ์ นายวัชรพงษ์ จาวรุ่งวณิชสกุล นายประสงค์ ประสพทรัพย์ และนางอรชาต สืบสิทธิ์ เป็นอนุกรรมาธิการ นายชูพงศ์ นิลสุกล เป็นอนุกรรมาธิการ และเลขานุการ

ประการที่ ๒ เพื่อให้การรวบรวมความเห็นหรือข้อเสนอแนะจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็วและแล้วเสร็จตาม กรอบเวลาที่กำหนด ประธานกรรมาธิการจึงได้มีบันทึกกราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติพิจารณาลงนามในหนังสือแจ้งเวียนประธานกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะ ให้สรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญตามแบบที่กำหนด และตามโครงร่างการพิจารณาการร่างรัฐธรรมนูญเสนอประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติภายใน วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ เพื่อมอบหมายให้คณะกรรมาธิการติดตามพิจารณาดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ซึ่งก็ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการได้รับความร่วมมือจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะ เป็นอย่างดียิ่ง จึงขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้

ในประการที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการ รวบรวม สังเคราะห์ สรุปความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะ โดยแยกการดำเนินการออกเป็น ๒ ส่วน คือ

ส่วนแรก เป็นการประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะทั้ง ๒๔๖ ประเด็น โดยแยกตามรายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญแต่ละคณะที่เสนอมา แล้วรวบรวมจัดทำ เป็นรายงานเป็นรูปเล่ม ดังปรากฏในเอกสารการประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๘ คณะ ตามเอกสารเล่มใหญ่คือเล่มนี้นะครับ อันนี้เป็น การประมวลความเห็นทั้ง ๑๘ คณะที่ส่งมา ๒๔๖ ประเด็น ดังที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว

ส่วนที่ ๒ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวมของความเห็นและข้อเสนอแนะ ทั้ง ๒๔๖ ประเด็นได้โดยง่าย จึงให้จัดทำเป็นรายงาน โดยจำแนกประเด็นความเห็นและ ข้อเสนอแนะออกเป็นภาค หมวด และส่วนต่าง ๆ ตามโครงร่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งจัดทำภาคผนวกเป็นตารางและสไลด์ (Slide) ภาพประกอบดังที่ปรากฏ ในเอกสารรายงานอีกเล่มหนึ่งคือเล่มเล็ก เล่มที่ ๒ คือเล่มนี้ จะอยู่ในเล่มนี้นะครับ และที่จะ นำเสนอเป็นสไลด์และภาพประกอบต่อที่ประชุมสภาเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป ซึ่งกระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานได้นำสไลด์ดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมด้วย ก่อนที่ กระผมจะได้นำเสนอในรายละเอียดต่อไปนั้น กระผมขอเรียนว่า สรุปเอกสารที่นำเสนอ ที่ประชุมวันนี้มี ๓ ชุดนะครับ ชุดแรกเป็นคำแถลงของประธานกรรมาธิการซึ่งทุกท่าน ได้รับแล้ว ชุดที่ ๒ คือเอกสารเล่มนี้นะครับ ชุดที่ ๓ เป็นเอกสารที่สรุปรายงานแยกตาม โครงร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะที่กระผมนำเสนอนั้นจะมีสไลด์ แล้วก็มีภาพประกอบ อาจจะดูไม่ชัด ก็ขอความกรุณาท่านดูได้จากตารางอะไรต่าง ๆ อยู่ในเล่มเล็กนี้แล้วนะครับ

นอกเหนือจากนั้นก็อยากจะเรียนว่าก็มีความคลาดเคลื่อนในการจัดพิมพ์ และการนำเสนออยู่บ้างเล็กน้อยในเอกสาร เพราะว่าล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล บางประการ เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอให้ที่ประชุมได้กรุณาแก้ไขข้อมูลบางอย่างในใบแทรก เพิ่มเติมเอกสารซึ่งได้แจกให้แล้วนะครับ ซึ่งก็มีอยู่ ๔-๕ เรื่อง อย่างเช่นว่า แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ แทนที่จะเป็น ๘๑ ประเด็น ก็เป็น ๘๒ ประเด็น ภาค ๓ นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แทนที่จะเป็น ๑๗ ประเด็น ก็เหลือเพียง ๑๖ ประเด็นนะครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและการบริการ ได้เพิ่ม (๑๗) เข้ามาในนี้คือ (๑๗) บอก (๑) รัฐควบคุมให้มีการรักษาวินัยทางการเงิน การคลัง และสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคง (๒) การใช้จ่ายเงินแผ่นดินต้องเป็นไปตามกฎหมาย วิธีการงบประมาณ ไม่บิดเบือนกลไกตลาด เรื่องที่ ๔ ก็คือหน้า ๓๕ (๕) การปฏิรูป องค์การอัยการ ให้ตัดออกทั้งหมด แล้วก็หน้า ๓๘ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและการบริการ ได้เสนอมาหลังสุดอีกประเด็นหนึ่งก็คือ (๗) รัฐต้องปรับปรุงปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม ผมต้อง ขออภัยต่อที่ประชุมด้วยที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขเอกสารดังกล่าวดังที่กราบเรียนแล้วนะครับ

กระผมขออนุญาตกราบเรียนรายงานต่อไปเลยว่าในประการที่ ๔ นั้น จากผลของการรวบรวม สังเคราะห์และจำแนกข้อมูลความเห็นและข้อเสนอแนะจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะ รวมทั้งสิ้น ๒๔๖ ประเด็น ดังที่ได้กราบเรียนแล้ว ตามรายชื่อของคณะกรรมาธิการดังที่ได้กล่าวแล้วนั้น จำแนกข้อมูลและแสดงให้เห็นด้วย ตารางและสไลด์ภาพประกอบดังแสดงในภาพตารางที่ ๑ ช่วยกรุณาขึ้นสไลด์ภาพที่ ๑ ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ก็จะปรากฏข้อมูล ดังที่ปรากฏในตารางที่ ๑ เลยนะครับว่า มีคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๘ คณะ เสนอมาใน ๒๔๖ ประเด็นนั้น แยกเป็นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ๒๐ ประเด็น การบริหารราชการแผ่นดิน ๑๑ ประเด็น กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ๑๗ ประเด็น การปกครองท้องถิ่น ๘ ประเด็น การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ๖ ประเด็น เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ๒๙ ประเด็น เกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว ๒๔ ประเด็น ไม่แน่ใจว่าแก้หรือยังนะครับ พลังงาน ๖ ประเด็น ระบบสาธารณสุข ๘ ประเด็น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙ ประเด็น การสื่อสารมวลชนและ เทคโนโลยี ๑๐ ประเด็น สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ๘ ประเด็น การแรงงาน ๗ ประเด็น การป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ ๓๐ ประเด็น ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและศาสนา ๑๕ ประเด็น การกีฬา ๒ ประเด็น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ๑๖ ประเด็น และการคุ้มครองผู้บริโภค ๑๙ ประเด็น รวม ๒๔๖ ประเด็น จากภาพที่ ๑ ก็จะพบว่าคณะกรรมาธิการที่เสนอประเด็นมากที่สุด ๓ ลำดับแรก ได้แก่ คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ เสนอมาถึง ๓๐ ประเด็น คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เสนอมา ๒๙ ประเด็น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและการบริการ เสนอมา ๒๔ ประเด็นรายละเอียดก็ปรากฏข้อมูลในเอกสารเล่มเล็ก

ในประการที่ ๕ คณะกรรมาธิการได้ประชุมปรึกษาและได้พิจารณาความเห็น หรือข้อเสนอของกรรมาธิการทั้ง ๑๘ คณะในภาพรวมแล้ว และได้ประมวลแยกแยะ ความเห็นและข้อเสนอดังกล่าวโดยยึดโครงร่างการพิจารณารัฐธรรมนูญเพื่อให้สะดวกต่อ การพิจารณาสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะเป็นภาพรวมได้โดยง่าย ปรากฏผลว่าความเห็น หรือข้อเสนอแนะทั้ง ๒๔๖ ประเด็นนั้น สามารถจำแนกตามภาค หมวด และส่วนต่าง ๆ ตามโครงร่างการพิจารณารัฐธรรมนูญดังปรากฏในสไลด์ภาพที่ ๒ ก็จะเห็นได้ว่าเมื่อแยกเป็น ภาคต่าง ๆ แล้ว ตอนแรกบททั่วไปมีการเสนอมา ๑ ประเด็น ภาค ๑ พระมหากษัตริย์ และประชาชนเสนอมาทั้งหมด ๔๓ ประเด็น แยกเป็นหมวดที่ ๑ พระมหากษัตริย์ ไม่มีการเสนอเลยนะครับ ประชาชนมี ๔๓ ประเด็น ซึ่งแยกเป็นความเป็นพลเมือง ๒ ประเด็น สิทธิเสรีภาพพลเมือง ๒๘ ประเด็น หน้าที่พลเมือง ๗ ประเด็น การมีส่วนร่วม ทางการเมือง ๔ ประเด็น การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ๒ ประเด็น ภาค ๒ ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง ซึ่งผมได้กราบเรียนแล้วนะครับว่าเสนอมามากที่สุดถึง ๑๓๒ ประเด็น ก็แยกเป็นหมวดระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำทางการเมืองที่ดี ๑๒ ประเด็น แนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ ๘๒ ประเด็น รัฐสภา ๔ ประเด็น คณะรัฐมนตรี ๕ ประเด็น การคลังและงบประมาณ ๑๒ ประเด็น ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมืองและประชาชน ๒ ประเด็น การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น ๑๖ ประเด็น ส่วนภาคที่ ๓ นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มี ๓๔ ประเด็น แยกเป็นศาลและกระบวนการยุติธรรม ๑๗ ประเด็น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ๑๗ ประเด็น ภาคที่ ๔ การปฏิรูปและการสร้าง ความปรองดอง ๓๕ ประเด็น แยกเป็นการปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ๓๓ ประเด็น การสร้างความปรองดอง ๒ ประเด็น และสุดท้ายบทเฉพาะกาลเสนอมา ๑ ประเด็น รวม ๒๔๖ ประเด็น จากข้อมูลดังกล่าวก็สรุปประเด็นความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ตามโครงร่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญได้ดังนี้นะครับ ก็อย่างที่กราบเรียนแล้ว ผมไม่ต้องเรียนซ้ำอีก บททั่วไป ๑ ประเด็น พระมหากษัตริย์และประชาชน ๔๓ ประเด็น ผู้นำทางการเมืองอะไรต่าง ๆ ๑๓๒ ประเด็น นิติธรรม และศาล ๓๔ ประเด็น แล้วก็การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ๓๕ ประเด็น บทเฉพาะกาล ๑ ประเด็น ทั้งนี้ ในบททั่วไปนั้นเป็นการเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งได้เสนอข้อคิดเห็นมาในบททั่วไปนี้เพียงคณะเดียว ประเด็นก็มีอยู่ว่าเป็นประเด็นขอบเขตความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญในสไลด์ที่ ๓ นะครับ รวม ๔ ประเด็น คือ

(๑) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ

(๒) บุคคลมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย

(๓) ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าเหล่ากำเนิด สีผิว เพศสภาพ ภาษา ชาติพันธุ์ สัญชาติ หรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญเสมอกัน

(๔) คนสัญชาติไทยย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ใน หรือนอกประเทศ

อันนี้เป็นเรื่องของบททั่วไปที่เสนอมา

ต่อไปในสไลด์ที่ ๔ ครับ เป็นภาค ๑ ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน สามารถจำแนกได้ดังนี้ หมวดพระมหากษัตริย์ไม่มีประเด็นที่เสนอมา หมวดประชาชน ส่วนที่ ๑ ความเป็นพลเมือง ๒ ประเด็น ต่อไปสิทธิเสรีภาพพลเมือง ๒๘ ประเด็น หน้าที่พลเมือง ๗ ประเด็น การมีส่วนร่วมทางการเมือง ๔ ประเด็น การมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ ๒ ประเด็น รวม ๔๓ ประเด็น

ต่อไปเป็นสไลด์ถัดไป จากสไลด์อันนี้พระมหากษัตริย์และประชาชน ก็จะเห็นได้ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะได้เสนอประเด็นความเห็นและ ข้อเสนอแนะการปฏิรูปเฉพาะหมวดที่ ๒ ประชาชน รวมทั้งหมด ๔๓ ประเด็นนั้น โดยให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิและเสรีภาพของพลเมืองมากที่สุดนะครับ ๒๘ ประเด็น หน้าที่พลเมืองเป็นลำดับรองลงมาคือ ๗ ประเด็น การมีส่วนร่วมทางการเมือง ๔ ประเด็น ขณะที่ความเป็นพลเมืองและการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมีคณะกรรมาธิการเสนอมาเพียง เรื่องละ ๒ ประเด็น

ต่อไปในภาคที่ ๒ ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง สามารถจำแนกได้ ดังนี้นะครับ ตามสไลด์ที่ ๕ เป็นหมวดว่าด้วยระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี ๑๒ ประเด็น แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ๘๑ ประเด็น รัฐสภา ๔ ประเด็น คณะรัฐมนตรี ๕ ประเด็น การคลังและการงบประมาณ ๑๒ ประเด็น ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน ๒ ประเด็น การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น ๑๖ ประเด็น รวมภาคที่ ๒ ผู้นำทางการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง เสนอทั้งสิ้น ๑๓๒ ประเด็น ซึ่งมากที่สุดดังที่กราบเรียนแล้ว จากสไลด์ที่ ๕ ก็จะพบว่าภาคที่ ๒ เป็นภาคที่มีคณะกรรมาธิการเสนอประเด็นมามากที่สุดถึง ๑๓๒ ประเด็น หรือร้อยละ ๕๔ โดยมุ่งไปที่แนวนโยบายแห่งรัฐมากที่สุด ๘๑ ประเด็น รองลงมาคือการกระจายอำนาจและ การปกครองท้องถิ่น ๑๖ ประเด็น และระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี ๑๒ ประเด็น ขณะที่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชนมีคณะกรรมาธิการ เสนอมาน้อยที่สุดเพียง ๒ ประเด็น

ต่อไปเป็นภาคที่ ๓ นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สามารถจำแนกประเด็นที่เสนอมาได้ดังนี้ ในสไลด์ที่ ๖ หมวด ๑ ศาลและกระบวนการ ยุติธรรม ๑๗ ประเด็น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งหมายถึงองค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญและองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติจำนวน ๑๗ ประเด็น รวมทั้งสิ้น ๓๔ ประเด็น จากสไลด์ที่ ๖ จะพบว่าข้อเสนอจากกรรมาธิการ วิสามัญบางคณะในภาคที่ ๓ นี้ให้น้ำหนักทั้ง ๒ หมวดใกล้เคียงกัน โดยในหมวดที่ ๒ ศาลและกระบวนการยุติธรรมมีจำนวน ๑๗ ประเด็น ซึ่งเท่ากับหมวด ๒ การตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐที่เสนอ ๑๗ ประเด็นเช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธานกรรมาธิการและเป็นรองประธานชุดของผมด้วย เดี๋ยวท่านคงจะมีการชี้แจง ข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็นที่อาจจะคลาดเคลื่อนไปนะครับ

ในภาคที่ ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง สามารถจำแนกตาม สไลด์ประกอบที่ ๗ ได้เป็นหมวด หมวด ๑ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและ สร้างความเป็นธรรมมีจำนวนถึง ๓๓ ประเด็น การสร้างความปรองดองมี ๒ ประเด็น รวม ๓๕ ประเด็น ภาค ๔ นี้เป็นเรื่องการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง จากสไลด์ที่ ๗ จะพบว่ามีประเด็นที่เสนอมาทั้งหมด ๓๕ ประเด็น ซึ่งการให้ความสำคัญของ คณะกรรมาธิการทั้ง ๑๘ คณะเกือบทั้งหมดจะอยู่ที่การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมเป็นจำนวนประเด็นที่เสนอถึง ๓๓ ประเด็น ในขณะที่หมวดที่ ๒ ซึ่งว่าด้วยการสร้างความปรองดองมีประเด็นเสนอมาเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้นนะครับ

บทสุดท้ายเป็นบทเฉพาะกาล อันนี้ก็คงไม่ใช่เฉพาะเฉพาะกาลในเรื่องนี้ อาจจะมีบทเฉพาะกาลเรื่องอื่นด้วยนะครับ แต่ว่าเฉพาะกรรมาธิการของเราคือ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้เสนอมาเพียงคณะเดียว ในสไลด์ที่ ๘ ก็อ่าน ได้ความว่า ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจาก การเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ดำเนินการจัดทำกฎหมายที่ให้มี องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา และรัฐสภาต้องดำเนินการพิจารณากฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่มีการเสนอ โดยหากรัฐบาลหรือรัฐสภาไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลา ดังกล่าวได้จะต้องชี้แจงอธิบายเหตุผลต่อสาธารณชน หรือต่อรัฐสภาในกรณีที่เป็นรัฐบาล รวมทั้งระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

นั่นก็เป็นการเสนอภาพรวมของการรวบรวม สังเคราะห์แล้วก็จำแนกข้อมูลเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ดังที่ผมกล่าวแล้วตามในคณะกรรมาธิการและตามโครงร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติผู้ทรงเกียรติครับ จากคำแถลงชี้แจงรายงานการสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะ การยกร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะ ที่กระผมได้นำเรียนต่อ ท่านประธานและที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้งหมดในวันนี้ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะเป็นรายงานที่เป็นประโยชน์ในการประชุมปรึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อพิจารณา สรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๑ (๒) ภายในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่จะถึงนี้นะครับ ส่วนรายละเอียดของความเห็นและข้อเสนอแนะที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญแต่ละคณะเสนอให้กำหนดไว้ในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า จะมีประเด็นสำคัญอะไร มีคำอธิบายตลอดจนหลักการและเหตุผลอย่างไรนั้น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๑๘ คณะจะเป็นผู้นำเสนอต่อที่ประชุมในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นกระผมจึงขอเสนอต่อท่านประธานและที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ