สุชาติ นวกวงษ์ หารือประเด็นการศึกษาที่ควรเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นให้ครูแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อสอนนักเรียนเกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ และเสนอแนะแนวทางในการตัดสินใจของนักเรียนในสถานการณ์วิกฤต พร้อมเสนอแนะให้กระจายอำนาจการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และเรียกร้องแก้ไขกฎหมายเพื่อรับรองคุณภาพสถานศึกษาอย่างแท้จริง รวมถึงเห็นด้วยกับการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนคุณภาพ โดยเรียกร้องให้พัฒนาครูและธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุชาติ นวกวงษ์ ครับ เป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยมหิดลนะครับ ฐานะ สปช. หมายเลข ๒๑๘ ท่านประธานครับ ที่ผมขออนุญาตพูดเรื่องการศึกษาในวันนี้นะครับ เพราะว่าได้ติดตามแล้วก็ ติดใจอยู่หลายเรื่องครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามประเด็นต่าง ๆ ที่กรรมาธิการ ด้านการศึกษาได้นำเสนอมานี้ ผมก็ไม่มีอะไรขัดข้อง ออกจะเห็นด้วยนะครับ แต่ผมมีอยู่ ๔-๕ ประเด็นด้วยกันที่จะต้องนำเสนอเพิ่มเติม ดังนี้นะครับ
ผมเห็นว่าการศึกษาควรเป็นการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นทั้งครู ทั้งนักเรียนต้องแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะครูนะครับควรจะต้องหาความรู้ เพิ่มเติม เมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ขึ้น ครูก็ต้องเอาความรู้ที่ได้รับ เช่น การเกิดภัยพิบัติขึ้น ครูต้องเอาความรู้เชิงภัยพิบัติไปสอนให้ นักเรียนทราบ ครูต้องบอกว่าดินถล่มเป็นอย่างไร ครูต้องบอกว่าน้ำป่าไหลหลากเป็นอย่างไร ครูต้องบอกว่าการกัดเซาะชายฝั่งเป็นอย่างไร ถ้าครูไม่บอก ครูไม่พูด นักเรียนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นนี่คือการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องตลอดชีวิตและนักเรียนเขาจะได้คิดเป็น คิดเป็นว่า เมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว เขาจะต้องตัดสินใจอย่างไรในสภาวะเช่นนั้น นี่คือการเรียนรู้ครับ
ข้อ ๒ ผมเห็นว่าการศึกษาควรจะเป็นการกระจายอำนาจนะครับ ไม่ใช่เป็น การกระจุกอำนาจ ต้องกระจายอำนาจเพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการใหญ่เกินไปแล้วครับ ใหญ่จนกระทั่งไม่รู้ว่าคิดจะใหญ่อย่างไร คิดดูก็แล้วกันว่ามีหน่วยงานขนาดใหญ่อยู่ในนั้น ตั้งเยอะแยะ เพราะฉะนั้นต้องทำให้เล็กลง คำว่า เล็กลง ไม่ได้แปลไม่มีคุณภาพ เล็กลงก็ได้ เพราะการศึกษาในระดับใหญ่ ๆ ในระดับทั่วไป การศึกษาจะไปตัดสินใจที่คน ๒-๓ คนนั้น คงเป็นไปไม่ได้ครับ มันต้องมีการกระจายอำนาจออกไป กระจายอำนาจในการตัดสินใจ ออกไป เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยว่าสถานการศึกษาควรจะต้องเป็นนิติบุคคล แต่ว่าเราต้อง มาคิดกันต่อไปว่า จะเป็นนิติบุคคลระดับไหน โรงเรียนเป็นนิติบุคคลได้หรือเปล่า หรือว่าวิทยาลัยเป็นนิติบุคคลได้ไหม คงต้องมาตัดสินใจว่าเพื่อที่จะให้สถานศึกษาเหล่านั้น เขาคิดเองว่า ถ้าเขาต้องเป็นนิติบุคคลเขาจะต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นในระดับนี้ ทุกภาคส่วนต้องมาช่วยกันพัฒนาจัดการศึกษานะครับ
ข้อ ๓ ผมเห็นว่าการศึกษาควรจะต้องช่วยลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของ คุณภาพชีวิตของคนได้นะครับ ครูที่สอนหนังสือครูที่จะเข้าสู่ตำแหน่งต้องมีธรรมาภิบาล ทุกวันนี้เราก็รู้ว่ามีการฉ้อฉลในการเข้าสู่ตำแหน่งนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องหาทางแก้ไข ตรงนี้ให้ได้นะครับ พ.ร.บ. ทางการศึกษาตั้งหลายเรื่องหลายฉบับต้องมีการแก้ไข การเข้าสู่ ตำแหน่ง หรือไม่ก็ พ.ร.บ. การศึกษาของครู ของข้าราชการ การศึกษาเหล่านี้นะครับ ต้องมีการแก้ไขให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นนะครับ สถานศึกษาโดยทั่ว ๆ ไปผมเห็นว่าควรจะต้องมี การรับรองคุณภาพการศึกษา เมื่อกี้มีสมาชิกท่านหนึ่งพูดถึงว่าถ้าหากว่ามีการรับรองคุณภาพ การศึกษามันก็จะเป็นเรื่องที่ดีขึ้น แต่ทำอย่างไรจึงจะมีการรับรองคุณภาพการศึกษา ผู้ที่จบการศึกษาไปแล้ว โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยก็พยายามรับรองคุณภาพการศึกษา โดยมีใบรับรองเกิดขึ้นนะครับ แต่ใบรับรองอันนั้นไม่ได้แปลว่า คุณภาพของคนจะดีขึ้น เพราะฉะนั้นต้องมีการรับรองคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่านั้นนะครับ
ข้อ ๔ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีการปฏิรูประบบอาชีวศึกษา เพราะว่าอาชีวศึกษานี่นะครับ เป็นการทำให้บุคคลเข้าสู่อาชีพอย่างไร การเข้าสู่อาชีพ ของบุคคล ของพนักงาน ของบุคลากร ของคนไทยนี่นะครับ ต้องทำให้เข้าสู่อาชีพ แบบมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นสถานศึกษาในระบบอาชีวศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยต่อเรือ วิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตรเหล่านี้นะครับ จะต้องมีการพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้นให้นักเรียนที่จบออกไปมีความรู้ มีคุณภาพ เพราะเป็นการเตรียมคนเข้าสู่ระบบแรงงานของประเทศ อันนี้จึงเป็นการที่เราจะต้องคิดว่า เราจะผลิตกำลังคนเข้าสู่อาชีพได้อย่างไร ดังนั้นเราต้องมีการพัฒนาทักษะของครูที่สอน วิชาชีพในสถานศึกษาระดับอาชีวะให้มีความเข้มข้นมากขึ้น นั่นคือเราต้องมีการพัฒนาครู ต้องเอาครูไปอบรม หรือไม่ก็ต้องไปอบรม ณ สถานศึกษาเหล่านั้น ดังนั้นผู้บริหารการศึกษา ในระดับอาชีวะต้องมีธรรมาภิบาลด้วยนะครับ เขาให้อยู่ ๔ ปี แต่บางคนขออยู่ ๘ ปี พอ ๘ ปี ก็รู้แล้วครับ วิธีฉ้อฉลทำอย่างไร ผมก็ทำเป็น ถ้าให้ผมอยู่นาน ๆ ผมก็ทำเป็นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรจะต่ออายุการบริหารข้าราชการในสถานศึกษาเหล่านั้นให้อยู่ต่อเนื่อง แล้วก็ยาวเกินไปนักนะครับ
ข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะเห็นนะครับ ผมได้เรียนประธานไว้ตั้งแต่นานไว้แล้วว่า ผมมีแม่เป็นผู้หญิง ผมไม่ได้มีแม่เป็นผู้ชายนะครับ เพราะฉะนั้นผมยังคิดถึงเรื่องของแม่ อยู่ตลอดเวลา คิดว่าอย่างไรครับ ในโรงเรียนในสถานศึกษาที่ห่างไกลนี่นะครับ มีโรงเรียน มีผู้หญิงไปสอนหนังสือด้วย เพราะฉะนั้นโรงเรียนหรือว่าผู้บริหารการศึกษาได้คิดถึงร่างกายสตรีที่อ่อนแอเหล่านี้ ให้มีความคุ้มครอง มีสวัสดิภาพเพียงพอในการเดินทางแล้วหรือยัง หรือว่าในสถานศึกษาต่าง ๆ เหล่านั้นมีบ้านพักให้ไหม มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของผู้เป็นแม่ของผมหรือยัง ดังนั้นนักเรียนเยาวชนก็ต้องอยู่ในสภาวะในสถานศึกษาที่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย ดังนั้นอีกข้อหนึ่งครับท่านประธาน ขอเวลานิดเดียวครับ ผมจึงเห็นว่านโยบายของรัฐที่สำคัญ อีกข้อหนึ่งคือว่า รัฐต้องกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาไปสู่ระดับล่างให้มากขึ้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ