ปรีชา เถาทอง ยอมรับข้อเสนอในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแนวคิดหลักและ 6 ประเด็นที่กรรมาธิการด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ประมวลมา และเห็นความสำคัญของการศึกษาที่ตอบโจทย์บริบทและความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของสังคม และเรียกร้องให้ปฏิรูปครูและคุณภาพของครู เพื่อให้การศึกษาในประเทศไทยมีคุณภาพดีขึ้น
กราบสวัสดีท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นะครับ และท่าน สปช. ทุกท่าน ผมคิดว่าสิ่งที่ ท่านกรรมาธิการด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ดำเนินการทำข้อเสนอมา ผมคิดว่าโดยภาพรวมในหลักการแล้วผมคิดว่าน่าพอใจและยินดีนะครับ ผมรับได้หมดเลย โดยเฉพาะในประเด็นอันแรกในเรื่องของแนวคิดหลักนี่ผมคิดว่าผมโอเคเลยนะครับ ผมว่าน่าภาคภูมิใจกับ ๖ ประเด็นที่ท่านได้ประมวลมา ผมขออนุญาตผ่านไปเลยนะครับ
ในกลุ่มของเนื้อหาในโครงร่างของรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าในความเป็นพลเมือง ในสิทธิเสรีภาพในการศึกษาของบุคคลนะครับ หน้าที่พลเมืองผมจะไม่พูดถึง เพราะว่า มันเป็นหลักการที่คิดว่าคงรับได้และไม่ปฏิเสธตรงนั้น ผมขออนุญาตพูดในหมวดที่ ๔ ประเด็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านการศึกษา คิดว่าก็เห็นด้วยในหลายประเด็น ทุกประเด็นเลยนะครับ ทั้ง ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๔.๔ ๔.๕ และ ๔.๖ รวมไปถึง ๔.๗ คิดว่า อันนี้สำคัญ เพียงแต่ผมคิดว่าต้องทำให้ได้จริงนะครับ ผมอยากเรียนเสนอ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมว่าการศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ ที่เราพูดกันอยู่เสมอ มันเป็นวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากเลย แต่เราจะทำอย่างไรที่ทำให้คน ๖๔ ล้านคนในประเทศนี้ที่มีอยู่จริงเป็นอยู่จริง ๖๔ ล้านคนเขามีบริบทอะไรบ้าง คนในประเทศนี้ก็มีจุดแข็ง มีจุดเด่น มีบุคลิกภาพที่เป็นอัตลักษณ์อย่างไร นั่นคือเราเอาคน เป็นศูนย์กลางของการศึกษาแน่นอน ถ้าเราเอาการศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ เป็นตัวคีย์เวิร์ด (Keyword) เราคิดว่าหลักสูตรที่เราจะผลิตคนเพื่อจะไปสร้างชาตินั้น เราก็คงต้องมองไปที่บุคลิกของคนในประเทศแห่งนี้ ๖๔ ล้านคนมีบริบทอะไรบ้าง ฉะนั้นการศึกษาก็จะไหลเข้าไปตอบโจทย์ตรงนั้น ซึ่งเป็น ๔.๑ นะครับ แล้วก็ ๔.๒ ผมคงไม่เข้าไปแตะ แล้ว ๔.๓ คิดว่ารัฐส่งเสริมความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา เราก็มีจัดการกันอยู่ แต่ผมคิดว่านิติบุคคลที่เป็นอยู่จริง มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดแตะมา หลายประเด็นแล้ว นั่นเป็นปัญหาเก่า ๆ ของบ้านเมืองเรา มันเกิดอะไรขึ้นกับการศึกษา ของบ้านเราที่เรียนแบบจ่ายครบจบแน่ หรือเรียนแบบผลิตบัณฑิตแบบเอาปริมาณเป็นตัวตั้ง โดยไม่พูดถึงคุณภาพ และไม่รู้ว่าสิ่งที่ผลิตออกมานั้นใช้งานได้ไหม หรือสังคมรองรับได้ หรือเปล่า นั่นคือเป็นปัญหาเก่า ๆ ที่เราต้องปฏิรูป ต้องปฏิรูปแน่นอนนะครับ ฉะนั้น ในข้อ ๔.๒ คิดว่านิติบุคคลก็ควรเข้ามีส่วนร่วม แต่ต้องควบคุมเขาให้ได้ว่าเขาจะบริการ ด้านผลิตคนหรือการศึกษาอย่างไรให้ไปในทิศทางของหลัก คือที่อ้างถึงทิศทางที่เราตั้งไว้ว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ เราจะมุ่งเป้าไปที่การศึกษาประเภทไหน อย่างไร และผลิตนักศึกษาในทิศทางไหนเพื่อจะมาสร้างชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้เปิดออกมาแล้วก็ผลิต กันไปเต็มประเทศ แล้วก็ล้นงานหรือไม่มีงานทำ ผมว่านั่นคือสิ่งที่ตอบโจทย์นะครับ ในรายละเอียด
ผมจะขออนุญาตผ่านไปในหมวดของข้อ ๕ อันนี้สำคัญมาก ผมเห็นด้วย อย่างมากเลย คือการกระจายอำนาจของการจัดการศึกษา ผมว่ารัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก ผู้จัดการศึกษาเป็นผู้สนับสนุน อันนี้สำคัญมากต้องปฏิรูปครับ เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐ กี่องค์กรก็ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไว้แล้วที่อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ อยู่ในอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าทำอะไรกันอยู่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันอาจจะเป็นผล ทำให้ระบบการศึกษาเราล้มเหลว เพราะว่าเราไปควบคุมหรือวางแผนแม่บทที่ไม่มีทิศทาง ถ้าแผนแม่บทมีทิศทางอย่างที่เราตั้งในข้อที่ ๑ ไว้คือการศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ เราต้องการให้คนในประเทศเราไปทิศทางไหน ผมว่าการที่จะปล่อยมือให้สถานศึกษา หรือชุมชนเข้าไปบริหารการศึกษาเองโดยเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) เป็นกลุ่มกัน ผมว่าน่าจะเป็น ทิศทางที่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐต้องลดบทบาทจากเป็นผู้จัดการเป็นผู้สนับสนุน อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างมากในการกระจายอำนาจนะครับ
ในหมวดต่อไปคือหมวด ๖ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมและการศึกษา ผมคิดว่าก็คงเห็นด้วยในทุกประเด็นนะครับ เพียงอยากจะเรียนเสริมว่าการมีคณะกรรมการในระดับชาติหรือคณะกรรมการในการปฏิรูป การศึกษาก็มีหลายท่านได้กล่าวไว้ว่า กลุ่มองค์กรที่เข้ามาดูแลจะเป็นใครบ้างคงต้องมาคุยกัน อีกทีว่าจะมีใครบ้างที่เข้ามาดูแลในคณะกรรมการชุดนี้นะครับ คงไม่ใช่เฉพาะที่เป็น แค่ระดับชาติอย่างเดียว อาจจะมีอื่น ๆ องค์กรวิชาชีพหรือผู้นำสถานศึกษาที่เขาเกี่ยวข้อง ในสายอาชีพต่าง ๆ มารวมกัน นั่นในเรื่องรายละเอียดคงขออนุญาตผ่านไปนะครับ
ข้อที่จะเรียนฝากก็คือที่หลายคนบ่นกันนักหนาคือว่า เราพูดถึงการศึกษา เรามองผลของตัวหลักสูตรที่สร้างคน คนสร้างชาติ ทุกคนบ่นถึง บ่นในหลายประเด็น แต่ไม่พูดถึงเรื่องการปฏิรูปครู อาจารย์นะครับ หรือปฏิรูปคุณภาพของความเป็นครู อาจารย์ อันนี้สำคัญมาก เพราะครู อาจารย์ในบ้านเมืองเป็นอาชีพที่ด้อยค่าและไม่เห็นความสำคัญ คนไม่เห็นความสำคัญจนทำให้บุคคลที่มาเรียนอาชีพครูอาจจะเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณภาพ แล้วมาเรียนกันหรือเปล่านะครับ นั่นประเด็นที่ผมอยากจะเรียนฝากว่าอันนี้ต้องเป็น วาระแห่งชาติที่ต้องปฏิรูปเรื่องการได้มาซึ่งอาชีพครูและคุณภาพของครู
สุดท้ายจริง ๆ ครับ ผมคิดว่าการประกันคุณภาพการศึกษา ผมคิดว่าสิ่งที่ ทำประกันคุณภาพการศึกษาในบ้านเมืองเราอยู่นี่ ที่เป็นอยู่นี่ผมว่ามันไม่ตอบโจทย์กับการไป ประกันที่วัดคุณภาพ วัดปริมาณ วัดอะไรก็ไม่ทราบ และคุณภาพ เครื่องมือในการตรวจสอบ ของหน่วยงานของรัฐที่เข้าไปประเมิน ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ ผมเรียนด้วย ความเคารพ อาจจะเป็นเรื่องรายละเอียดซึ่งเราคงจะต้องปฏิรูป อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ผมเรียนฝากไว้เป็นประเด็นที่ต้องปฏิรูปแบบเร่งด่วน เพราะไม่อย่างนั้นทิศทางของการศึกษา บ้านเราไปไม่ถูก เพราะการประเมิน การประกันคุณภาพ มีเครื่องมือการตรวจสอบที่ผมคิดว่า อาจจะไม่ถูกกับธรรมชาติ ลักษณะวิชาหรือการได้มาซึ่งองค์ความรู้และคุณภาพนะครับ ขอบพระคุณครับ