ชาลี เอียดสกุล หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษา และเรียกร้องให้รัฐจัดการศึกษาด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายอย่างเพียงพอและเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันครอบครัวให้เป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้ และมีองค์กร ตรวจสอบการขับเคลื่อนการปฏิรูปในระดับจังหวัดเพื่อประสานงานอย่างกลมกลืน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ บรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติและบรรดาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายชาลี เอียดสกุล สมาชิกลำดับที่ ๖๐ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูป ด้านการศึกษา กระผมได้ศึกษาเอกสารและรับฟังตัวแทนของท่านประธานกรรมาธิการ ด้านการศึกษาได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ กระผมขอเรียนว่ากระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ที่แนวนโยบายในเรื่องของการคิด การเขียนถ่ายทอดออกมา เพื่อที่จะนำพาหรือนำไป ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แต่อย่างไรก็ตามครับ กระผมก็ยังมีข้อคิดข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อการปฏิรูปให้ชัดเจนยิ่งขึ้นตามแนวทางที่กระผมได้มีประสบการณ์ ขอเรียนว่ากระผมนั้น ก็อยู่ในวงการศึกษา ขณะนี้เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาอยู่ ท่านประธานครับ ประเด็นที่อยากจะนำเรียนในเรื่อง ของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่จะไปสนับสนุนที่เขียนว่า การจัดการศึกษาเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ผู้เรียนนั้นได้เข้าถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างเท่าเทียมกัน สำคัญมากเรื่องนี้ ขอนำเรียนว่าปัจจุบันนี้มีสถานศึกษาในสังกัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานมีหลายโรงเรียนครับ ขณะนี้นักเรียนลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ขณะนี้ มีโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่ถึง ๕๐ คน มากกว่า ๑๐๐ โรงเรียนครับ ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีโรงเรียนที่มีนักเรียนมาก ผู้ปกครองต้องการเข้าเรียนมาก จนโรงเรียนไม่มีอาคาร ที่จะสร้าง ไม่มีห้องเรียนที่จะให้นักเรียนเข้าเรียน อย่างโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด เหล่านี้เป็นต้นครับ ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่าการจัดการศึกษา ณ วันนี้มีความเหลื่อมล้ำ ผู้ปกครอง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสวงหาสถานศึกษาที่มีคุณภาพที่เหนือกว่าส่งลูกเข้าไปเรียน ส่งผลกระทบในด้านอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐได้บ่งบอกว่า รัฐจะต้องจัดการศึกษาด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายอย่างเพียงพอและเท่าเทียมกัน ในระดับ ปฐมวัยและระดับประถมศึกษา หรือการศึกษาภาคบังคับ ว่าอย่างนั้นนะครับ กำหนดไว้ เรื่องเดียว กระผมคิดว่า ณ วันนี้ไม่เพียงพอครับท่าน สิ่งที่กระผมอยากจะนำเรียนเสนอ ผ่านไปยังท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยังท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณา เพิ่มเติมครับ
ประเด็นแรก รัฐจะต้องจัดสรรครูที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม ให้เพียงพอตามความต้องการของผู้เรียนและสถานศึกษา เรื่องอย่างนี้ยังไม่มีในรัฐธรรมนูญ ฉบับไหนได้กำหนดไว้ และเป็นปัญหาของการจัดการศึกษา ในมุมมองของครูบาอาจารย์ หรือผู้ปกครองในโรงเรียนต่าง ๆ ครับ กระผมใคร่ขออนุญาตเรียนว่าปัจจุบันนี้มีโรงเรียน หลาย ๆ โรงเรียนมีครูครบ แต่ว่าครูครบนั่นมิได้หมายความว่าจะเป็นครูที่มีความสามารถ ตามความต้องการของผู้เรียน เป็นต้นว่า โรงเรียนหนึ่งขาดครูภาษาไทย ขาดครูคณิตศาสตร์ ขาดครูวิทยาศาสตร์ แต่ไปมีครูสังคม มีครูพลศึกษาอะไรก็แล้วแต่นะครับ ตรงนี้ไม่ตรงกับ ความต้องการของผู้เรียน แต่เราต้องการยกระดับผลสัมฤทธิ์ใช่ไหมครับท่าน ผลสัมฤทธิ์นั้น จำแนกแยกแยะออกไปเป็นกระบวนวิชา โรงเรียนที่ไม่มีครูภาษาอังกฤษจะยกระดับ ภาษาอังกฤษได้ไหมครับ โรงเรียนที่ไม่มีครูคณิตศาสตร์อยู่จะยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางด้าน คณิตศาสตร์อย่างไรครับในเมื่อรัฐไม่จัดสรรไปให้ ไม่มีการพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถ ด้านคณิตศาสตร์ อย่างนี้เป็นต้นครับท่าน เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอแนะเพิ่มเติมไปว่า จะต้องให้ความสำคัญกับครู จะให้ความสำคัญกับเรื่องเงินอย่างเดียวไม่ได้ครับท่าน
ประเด็นต่อไปครับ สิ่งที่กระผมจะเสนอแนะไปยังท่านประธานและผ่านไปยัง กรรมาธิการอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ต้องกำหนดให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันครอบครัว ให้เป็นสถาบันที่เป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้ สถาบันต้นแบบแห่งการเรียนรู้ในระดับครอบครัว ให้ผู้ปกครองได้ร่วมมือกับทางโรงเรียน สถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาลูกหลานนะครับ
อีกประการหนึ่งครับ ที่กระผมอยากจะใคร่กราบเรียน เรื่องนี้มีการพูดกันมากแล้ว โดยเรียนว่าเรื่องของการกระจายอำนาจเขียนกันมาทุกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็แล้วแต่ เรื่องการกระจายอำนาจครับ ที่บ่งบอกว่ากระจายอำนาจสู่สถานศึกษาและชุมชนที่กรรมาธิการได้นำเสนอไปอย่างนั้น กระผมใคร่ขอเพิ่มเติมว่าขอให้บอกให้ชัดเลยครับว่าด้านไหนบ้างนะครับ เช่น ด้านงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคล ด้านบริหารทั่วไป เพราะที่ผ่านมานั้นก็เขียนแต่ว่าไป กระจายด้านเดียวครับ คือด้านวิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคล อยู่ที่เขตพื้นที่ อยู่ที่กรม อยู่ที่กระทรวงครับ จึงไม่ได้ผล ทำให้การบริหารจัดการในองค์กรของโรงเรียน ด้อยประสิทธิภาพ ไม่เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการครับ
ประการสุดท้าย สิ่งที่กระผมอยากจะเสนอเพิ่มเติม นั่นก็คือให้มีองค์กร ตรวจสอบการขับเคลื่อนกลไกการปฏิรูปในระดับชาติ กรรมาธิการได้เสนอไว้แล้ว แต่กระผม เสนอต่อไปว่าให้มีระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด เพื่อประสานงานกันอย่างกลมกลืนและเป็นไป อย่างรูปธรรมชัดเจน ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ