สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๙ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

เจน นำชัยศิริ หารือเรื่องการปรับบทบาทของรัฐในการจัดการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดบทบาทของรัฐในการจัดการศึกษา และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของครูในการสอนและความจำเป็นในการทำให้ครูมีความมั่นคงและก้าวหน้าทางวิชาการ

นายเจน นำชัยศิริ

เรียนท่านประธาน ผม เจน นำชัยศิริ ครับ ขอเรียน นำเสนอเป็นทั้งหมด ๖ ประเด็นนะครับ แต่ก็มีหลายประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปแล้ว ก็คงจะใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ

ประเด็นแรก ผมอยากจะเรียนว่าในหน้า ๑๐๘ ในข้อที่ ๑ ผมติงศัพท์ คำเดียวครับ ในข้อ ๑ นี่นะครับ ความเป็นพลเมือง นี่ผมติงคำว่า นำพา เพราะว่าเท่าที่ เรียนมาและเท่าที่ค้นคว้ามาคำว่า นำพา นี่แปลว่า สนใจ ใส่ใจ นะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะนำ ประเทศไทย ผมคิดว่าใช้คำว่า นำ พอแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนติงในศัพท์ คำนี้ จริง ๆ แล้วศัพท์คำนี้ไปปรากฏในคำขวัญวันเด็กด้วยนะครับ ในช่วงปีสองปีนี้ละครับ ก็เรียนฝากประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ เป็นประเด็นที่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ จริง ๆ แล้ว ๒ กับ ๓ ต่อเนื่องกันเองนะครับ ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการที่ว่า รัฐจะต้อง ในข้อ ๔.๒ นะครับ รัฐจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาท ลดบทบาทจากการเป็นผู้จัดการศึกษามาเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ และจริง ๆ แล้วนี่นะครับผมยังมองว่า องค์กรของรัฐเอง ก็คือตัวกระทรวงศึกษาธิการอาจจะต้องมีการปรับลดขนาด เพราะว่าการที่มี ขนาดใหญ่นี่นะครับ การขยับปรับเปลี่ยนหรือว่าความอ่อนตัวอาจจะขยับไม่ได้ เพราะว่า ปัจจุบันเรื่องความรู้ต่าง ๆ มันเปลี่ยนแปลงเร็วมากนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็คิดว่า ผมเห็นด้วยกับการที่จะปรับบทบาทตรงนั้น แล้วก็จริง ๆ แล้วอาจจะเสนอว่าน่าจะลดขนาด ลงมาด้วยนะครับ เพื่อที่จะทำให้มีความคล่องตัวนะครับ

ซึ่งก็สอดคล้องกับประเด็นที่ ๓ ที่อยากจะนำเสนอก็คือข้อ ๕.๓ ครับ การที่สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เป็นสิ่งที่ดีมากและควรจะทำมาตั้งนานแล้ว และจริง ๆ แล้วปัจจุบันก็มีการร่วมกันอยู่ใน หลายส่วนนะครับ ในภาคเอกชนเองก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในด้านของการศึกษา การที่มีโครงการร่วมกันระหว่างสถาบันศึกษากับสถาบันเอกชนก็มีหลายส่วนที่ได้ทำกันไปแล้ว อยากจะให้มีการส่งเสริมในส่วนนี้ให้มากขึ้นด้วยซ้ำไปนะครับ

ประเด็นที่ ๔ ผมอยากจะท้วงติงเกี่ยวกับเรื่องของวัตถุประสงค์ ซึ่งในนี้ ผมคิดว่ายังขาดไป วัตถุประสงค์ของการศึกษาผมคิดว่าเรายังไม่ได้เขียนให้ชัดว่าเราส่งเสริม การศึกษาไปเพื่ออะไร ผมอยากจะเห็นคำพูด ยกตัวอย่างนะครับว่า การศึกษา เพื่อความเป็นเลิศ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ ตลอดจนความถนัดและศักยภาพ ของบุคคล ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้ผมคิดว่าเราจะมุ่งสู่ความเป็นเลิศของตัวบุคคลแล้วก็ การใช้ประโยชน์ ใช้ความคิดของแต่ละบุคคลให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ซึ่งอันนั้นจะเป็น การทำให้ประเทศมีบุคลากรที่จะมาช่วยพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ไปข้างหน้าได้ อย่างมั่นคง เคยมีโจ๊ก (Joke) ที่เขาพูดถึงว่าสมอง มีการเปรียบเทียบสมองของคนหลาย ๆ ชาติ เขาบอกสมองคนไทยราคาแพงที่สุด ถามว่าเป็นเพราะอะไร เพราะว่าสมองคนไทยไม่ค่อยได้ใช้ สไลลียูส (Slightly used) ใช้นิดเดียวนะครับ ในขณะที่สมองคนอื่นมันยูส (Use) กันไป มาก ๆ แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากประเด็นนี้ครับ

แล้วก็อีกอย่างนะครับ ก็คือในตัวเป้าหมายเรื่องของแนวคิดที่รองรับบริบท ทางด้านไอที (IT) ของโลกที่เปลี่ยนไป อันนี้ก็ยังไม่เห็นนะครับ อยากจะเห็น เพราะอะไร เพราะปัจจุบันนี้ถ้าเราพูดถึงเรื่องครูที่เน้นเฉพาะเรื่องเนื้อหา เรื่องเนื้อหานี่อย่างที่ท่านสมาชิก ได้ให้ความเห็นไปแล้วคือเรื่องของอย่างกูเกิล (Google) อย่างนี้เป็นต้น สามารถที่จะหา เนื้อหาได้เยอะแยะ แต่ถามว่าถ้าเช่นนั้นครูจะต้องมีหน้าที่อะไร ครูต้องเป็นต้นแบบครับ เพราะฉะนั้นในบริบทอย่างนี้ต้องมีการปรับ

ประเด็นซึ่งเป็นประเด็นถัดไปก็คือเรื่องครูนะครับ จากการที่ผมมีลูกเอง แล้วก็ได้ผ่านการศึกษามาเองนี่นะครับ ก็ยืนยันว่าครูมีความสำคัญอย่างยิ่ง ครูที่ดีสามารถ ทำให้นักเรียนมีความรักในวิชาการหรือว่าในเนื้อหาของวิชาที่เรียนอยู่นะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องของการทำให้ครูมีความมั่นคง มีความก้าวหน้าในทางวิชาการในทางการสอนเป็นสิ่งที่มี ความหมาย แล้วก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ผมเคยได้หารือแล้วก็พูดคุยกับศึกษานิเทศก์ ท่านหนึ่งนะครับ ท่านก็พูดว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้ถ้าจะพัฒนาครูไม่ต้องทำอะไรหรอกนะครับ คืนครูสู่ห้องเรียน เพราะตอนนี้ครูมีหน้าที่ทำอะไรเยอะแยะมากมายซึ่งไม่จำเป็นเลยนะครับ ก็อยากจะขอให้รับประเด็นนี้ไปด้วยนะครับ

ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องของการรับรองผลเชิงคุณภาพ ซึ่งผมคิดว่า มันยังขาดไป ซึ่งอันนี้ก็เห็นด้วยนะครับว่าการรับรองผลเชิงคุณภาพในกระบวนการในปัจจุบัน ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนมากนะครับ อยากจะเห็นตรงนี้แล้วก็เห็นเป็นรูปธรรม แล้วก็ในเชิง คุณภาพด้วยแล้วก็เชิงปริมาณด้วย ซึ่งอันนี้ก็จะทำให้การพัฒนาการศึกษาเป็นไปด้วย ความสมบูรณ์มากขึ้นครับ ก็คงฝากประเด็นไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ